การเข้ามาของ "ไม่ค่อน มาร์เกวซ" กองหน้าตัวใหม่ของ "ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมถึงการย้ายกลับลีกบ้านเกิดของ "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ที่กลับมาใส่สีเสื้อของ "บีจี ปทุม ยูไนเต็ด" ทำให้มูลค่าของนักเตะกลับมาสูงลิบ สวนทางสถานการณ์โควิดอย่างสิ้นเชิง

 เดิมหากกล่าวถึงนักเตะมูลค่าสูงสุดในไทยลีก ตกเป็นของ "เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ" แต่ภายหลังตลาดนักเตะไทยลีก ฤดูกาล 2020-2021 รอบสองจบไป ตัวเลขกลับมีการเปลี่ยนแปลงที่ถือว่าสูงขึ้น

 จากการอ้างอิงโดยเว็บ Transfermarket สื่อต่างประเทศชื่อดังรายงานอันดับมูลค่านักเตะของไทยลีก สิ่งที่น่าจับตาคือการมาของ "ไมค่อน มาร์เกวซ" ที่ทำให้มูลค่านักเตะในไทยสูงขึ้น รวมถึงการเข้ามาติดอันดับเพียงหนึ่งเดียวของนักเตะไทยที่ชื่อ "ธีรศิลป์ แดงดา"

 ลองมาสำรวจตรวจสอบมูลค่านักเตะแข้งทอง 5 อันดับ ดังนี้

 อันดับ 5 เรนาโต้ เคลิช ชลบุรี เอฟซี

 เป็นนักเตะโครแอตวัย 30 ที่มีมูลค่า 6.75 แสนยูโร หรือราว 25 ล้านบาท อยู่ในสังกัดของ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี

 "เรนาโต้ เคลิช" ย้ายมาจาก "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ภายหลังทีมดังอีสานซื้อตัวมาจากลีกโครเอเชีย เพื่อหวังจะมาแทนที่ "อันเดรส ตูเญซ" กองหลังตัวเก่งที่ย้ายมาทำผลงานอยู่กับ "บีจี ปทุม ยูไนเต็ด" 

 ดีกรีและประวัติการค้าแข้งของ "เคลิช" ไม่ธรรมดา เคยติดทีมชาติโครเอเชีย ชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี ค่าตัวเคยพุ่งระดับ 1 ล้านยูโร หรือประมาณ 34.8 ล้านบาท ขณะเล่นอยู่กับ "ปาโดว่า" ทีมในซีรีส์ บี ของอิตาลี ก่อนโยกย้ายโลดเล่นอยู่หลายทีมจากอิตาลี ไปฮังการี และ โรมาเนีย

 รวมถึงเคยลงทำศึกในเวทียูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก สมัยค้าแข้งกับ "สโลวาน ลิบาเรซ" ทีมดังของสาธารณเช็ก โดยลงสนามให้กับทีมถึง 97 นัด ทำได้ 5 ประตู

 แต่การย้ายเข้ามาเล่นลีกไทยเป็นเรื่องไม่ง่าย ภายหลังการเข้ามาของ "อเลกซานเดอร์ กามา" มีการปรับเปลี่ยนนักเตะโควต้าต่างชาติ ในที่สุด "เคลิช" ที่มาได้ไม่เต็มฤดูกาลต้องเปลี่ยนสีเสื้อมาอยู่กับฉลามชลในเลกที่สองนี้

 ด้วยส่วนสูงถึง 192 เซ็นติเมตร "เรนาโต้ เคลิช" จะมาช่วยตอบโจทย์เสริมแนวรับให้ "ชลบุรี เอฟซี" ยักษ์หลับที่เคยยิ่งใหญ่กลับมาคึกคักอีกครั้ง


อันดับ 4 ดิเกา บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 ถือว่าเป็นมูลค่าที่แทบไม่ต่างกับ เรนาโต้ เคลิช เฉือนกันแค่หลักหมื่นโดย ดิเกา มีมูลค่า 7 แสนยูโร หรือกว่า 25.6 ล้านบาท

 อดีตกองหลังกัปตันทีมวัย 32 ของ ฟลูมิเนนเซ ทีมในศึกซีรีย์ เอ บราซิล ใช้ชีวิตในช่วงท้ายของการค้าแข้งมาแสวงหาความสำเร็จร่วมกับ "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ทั้งที่ยังเหลือสัญญากับทีมจนถึงปี 2022

 ผลงานของ ดิเกา เรียกว่าเป็นตำนานของ ฟลูมิเนนเซ ถือว่าเป็นลูกหม้อทีมดัง ลงเล่นให้กับสโมสร 2 ช่วง เริ่มจากปี 2009-2013 และ กลับมาเล่นให้ทีมอีกครั้งตั้งแต่ปี 2018 จนย้ายมาอยู่แดนอีสานบ้านเรา

 ดิเกา นักเตะตัวสำคัญของ ฟลูมิเนนเซ ขึ้นแท่นเป็นกองหลังที่ยิงเยอะสุดอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์สโมสร ด้วยผลงาน 11 ประตู จาก 183 เกม รวมถึง ยังเคยไปอยู่กับอีกหนึ่งทีมดังในบ้านเกิดอย่าง ครูไซโร

 ส่วนในเอเชียเคยถูกซื้อตัวมาอยู่กับ อัล ฮิลาล ยักษ์ใหญ่ของซาอุดิอาระเบีย และ  อัล ชาร์จาห์ ในลีกยูเออี

 การเข้ามาในสังกัด "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ดิเกา จะเป็นแนวรับที่จะมาช่วยตอบโจทย์ให้กับปราสาทสายฟ้าได้หรือไม่ ต้องติดตาม

อันดับ 3 ธีรศิลป์ แดงดา บีจี ปทุม ยูไนเต็ด

 ต้องยอมรับว่าศูนย์หน้าอันดับหนค่งของไทย แม้อยู่ในช่วงปลายอาชีพค้าแข้ง แต่ยังถือว่ามีมูลค่าที่จัดว่าสูง โดยตัวเลขอยู่ที่ 7.25 แสนยูโร หรือ 26.5 ล้านบาท

 หลังจากไปเป็นตัวประกอบอยู่กับ "ชิมิสุ เอส-พัลส์" ทีมในเจลีก ประเทศญี่ปุ่นสโมสร ได้โอกาสกลับมาเป็นพระเอกเต็มตัวใน "บีจี ปทุม ยูไนเต็ด" เพื่อลงเล่นในเลกที่สองและมีการเปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย "ธีรศิลป์ แดงดา" ศูนย์หน้าทีมชาติไทย จะสวมใส่เสื้อหมายเลข 28 ลงแข่งขัน 

 สำหรับศูนย์หน้าวัย 32 ปี "ธีรศิลป์ แดงดา" เคยสร้างความสำเร็จในศึกไทยลีกไว้กับสโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกได้ 4 สมัย ในปี 2009, 2010, 2012 และปี 2016 และคว้ารางวัลดาวซัลโวของลีกได้ 1 สมัย ในปี 2012

 พร้อมทั้งเคยตระเวณค้าแข้งและหาประสบการณ์อยู่ในยุโรปทั้ง สเปน และ อังกฤษ รวมถึงลีกเอเชียอย่างญี่ปุ่น

 โดยในปี 2018 ย้ายไปเล่นในศึกเจลีกที่ประเทศญี่ปุ่นกับ ซานเฟรซเซ ฮิโรชิมา ลงสนาม 37 นัด ยิง 7 ประตู ส่วนผลงานล่าสุดกับ "ชิมิสุ เอส-พัลส์" ทำได้เพียง 3 ประตูจาก 25 นัดที่ลงสนาม

 ล่าสุดจะกลับมาสร้างชื่ออีกครั้งในนามของ "บีจี ปทุม ยูไนเต็ด"

อันดับ 2 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด

 โลดเล่นอยู่ในลีกไทยมายาวนานพร้อมสถานะดาวยิงค่าตัวแพง ล่าสุด "เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ" อยู่ในสังกัดของ "ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด" ด้วยมูลค่า 8 แสนยูโร หรือเกือบ 30 ล้านบาท

 เฮเบอร์ตี้ แนวรุกชาวบราซิล หลังล่าสุดเจ้าตัวหมดสัญญายืมตัวกับการท่าเรือ เอฟซี และหมดสัญญากับอดีตต้นสังกัด เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด การมาร่วมทีมแข้งเทพ ในครั้งนี้ทำให้เขาได้กลับมาร่วมงานกับ “โค้ชแบน” ธชตวัน ศรีปาน อีกครั้ง หลังจากที่เคยช่วยกันพาทีมกิเลนผยอง คว้าแชมป์โตโยต้า ลีก คัพ มาแล้วเมื่อฤดูกาล 2017

 ยอดนักเตะแซมบ้ามีประวัติโชกโชนในการค้าแข้งย่านเอเชีย โดยเฉพาะในญี่ปุ่นกับ เซเรโซ่ โอซาก้า และ เวกัลตะ เซนได ก่อนจะมาสร้างชื่อกับ "ราชบุรี มิตรผล เอฟซี" พร้อมคว้ารางวัลดาวซัลโวไทยลีก ปี 2014 

 จากราชบุรี ไปขุดทองตะวันออกกลางกับ "อัล ชาบับ" ที่ซาอุดิอาระเบีย แล้วย้ายมาค้าแข้งกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์โตโยต้า ลีก คัพ 2017 

 ดาวยิงวัย 32 เฮเบอร์ตี้ เฟอร์นันเดซ ถือเป็นนักเตะต่างชาติที่ดีที่สุดคนหนึ่งของไทยลีก เขาทำไปแล้วทั้งสิ้น 124 ประตู รั้งรองดาวยิงสูงสุดตลอดกาล โดยอันดับหนึ่งยังเป็น "เคลตัน ซิลวา" ขณะที่ในเลกแรกของฤดูกาลนี้เขายิงให้สโมสรการท่าเรือ เอฟซี ไปแล้ว 7 ประตู 

 มาดูกันว่าผลงานในเลกสองของ "เฮเบอร์ตี้" จะเปรี้ยงปร้างเหมือนเดิมหรือไม่

อันดับ 1 ไมค่อน มาร์เกวซ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 จัดเป็นตัวเลขที่สูงกว่าถึงเท่าตัวจากอันดับสอง สำหรับ "ไมค่อน มาร์เกวซ" กองหน้าตัวใหม่ของ "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" ด้วยมูลค่า 1.5 ล้านยูโร หรือราว 55 ล้านบาท

 สำหรับ ไมคอน มาร์เกวส ปีกชาวบราซิลวัย 30 ปี เป็นเด็กปั้นของฟลูมิเนนเซ ทีมดังในบราซิล เคยถูกเรียกติดทีมชาติบราซิลชุดอายุต่ำกว่า 20 เมื่อปี 2009 

 ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งในยุโรปกับ โลโคโมทีฟ มอสโก ทีมดังของรัสเซียอย่างยาวนานช่วงปี 2010-2017 ลงเล่นไปถึง 193 เกม ยิงได้ 30 ประตู พร้อมคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยรัสเซียน คัพ 2 สมัย ในปี 2015 และ 2017

 ต่อมาย้ายไปเล่นในทีมในตุรกีอย่าง อันตัลยาสปอร์ ล่าสุดกลับบราซิลไปเล่นให้ แอตเลติโก มิเนโร กระทั่งหมดสัญญา และกลายเป็นกองหน้าตัวใหม่ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

 พร้อมแบกความหวังให้ทีมปราสาทสายฟ้า กลับมาทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำอีกครั้ง