ในเรื่องราวและปัญหาที่มากมายมากระหน่ำวงการมวยในรอบปีที่ผ่านมา ทาง SMMSPORT สำรวจตรวจสอบแล้วพบว่า ..."เปาฯ"..ปัญหาที่สุดแห่งปี 

 แม้ว่าในรอบปี 2563 ที่กำลังจะผ่านไปวงการมวยจะงดจัดการแข่งขันไปครึ่งปี แต่กระนั้นปัญหาเรื่องเก่าๆ เดิมๆก็ยังไม่มีวี่แววจะหมดสิ้นไป หรือแม้แต่สร่างซาลงเลยก็คือ ปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของบรรดากรรมการผู้ตัดสินมวย แฟนมวยพากันตั้งแง่ ตั้งข้อสงสัยในการทำหน้าที่ของ “ท่านเปา” ทุกเวที  ต้องบอกว่า ทุกเวที โดยเฉพาะเวทีที่มีการถ่ายทอดสด เพียงแต่จะหนัก จะเบา จะเป็นกระแสสังหมดรุนแรงหรือไม่เท่านั้นเอง 

 ด้วยเหตุฉะนี้ ทาง SMM SPORT มวยไทยรายวัน จึงยกให้ปีที่กำลังจะผ่านไปนี้ถือเป็น “ปีแห่งปัญหา..เปา” 

 ทุกเวที โดยเฉพาะเวทีถ่ายทอดสด ล้วนมีปัญหาเกี่ยวกับการตัดสินของกรรมการกับแฟนมวยทั้งสิ้น บางรายการถึงกับมีการยกเลิกการแข่งขัน หรือยกเลิกการตัดสิน และเปลี่ยนแปลงคำตัดสินก็มี แต่ทีมงานจะไม่นับประเภทปลีกย่อย กรรมการชูสวนราคาก็มีคนสงสัยแต่ไร้ผลกนระทบมากนัก เช่น การโพสต์วิพากษ์วิจารณ์ถึงขั้นด่าทอกรรมการ กล่าวหาให้ร้ายโดยปราศจาคน้ำหนักที่ฟังได้ จะถือว่าเป็นการบ่นไปตามประสาคนเล่นเสีย ไม่นับรวม 

 เหตุการณ์แรก เมื่อวันเสาร์ที่ 8 กันยายน การประท้วงจนมีการเปลี่ยนคำตัดสินที่ เวทีมวยธนกรสเตเดี้ยมในรายการ “ศึกเชฟบุญธรรม”

  หลังกรรมการตะเพิด ปืนกล ชำนินาบอน กับ ฉัตรพลอย ส.พูนสวัสดิ์ ลงทั้งคู่ เนื่องจากทั้งคู่ไม่ยอมชกกัน ก่อนพลิกคำตัดสินให้เป็นเสมอกัน โดยยืนยันทำถูกต้องตามนโยบายหากไม่ยอมชกกัน 

 ส่วนการกลับลำให้เสมอเพราะหวั่นเหตุการณ์บานปลาย 

 เหตุการณ์เริ่มวุ่นวายมีการประท้วงของแฟนมวยภายหลังจากกรรมการ นรินทร์ ผ่องหิรัญ กรรมการผู้ห้ามบนเวทียุติการชกของคู่เอกนำรายการ ระหว่าง ปืนกล ชำนินาบอน (มุมแดง) กับ ฉัตรพลอบ ส.พูลสวัสดิ์ (มุมน้ำเงิน) ในยกที่ 5 แล้วประกาศว่าไม่มีการแข่งขันเนื่องจากนักมวยทั้งคู่ไม่ยอมชกกันในยกสุดท้าย ต่างฝ่ายต่างก็ไม่เข้า

 ทำให้กลุ่มกองเชียร์ฝั่งปืนกลร่วมกับเซียนมวยบางส่วนพากันประท้วง ไม่พอใจเข้าขอคำชี้แจงจากกรรมการ ธนดล อยู่เบิก ประธานเทคนิค 

 โดยกลุ่มฝ่าย ปืนกล ให้เหตุผลว่าเป็นฝ่ายเดินทำตั้งแต่ยกแรกจนยกที่ 4 ยกสุดท้ายจึงให้ถอย  ก่อนที่กรรมการจะมีการกลับคำตัดสินเรียกนักมวยทั้งคู่ขึ้นเวทีและประกาศชูมือให้ทั้งคู่เสมอกัน แทนการไล่ลงทั้งคู่ เหตุการณ์จึงสงบลง

 หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ ทางเวทีราชดำเนินได้ชี้แจงต่อมาว่า กรรมการธนดล อยู่เบิก ไม่ใช่กรรมการของเวทีราชดำเนินเพราะลาออกก่อนหน้านี้แล้ว 

  เหตุการณ์ที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน  ที่เวทีมวยเวิร์ลสยาม สเตเดี้ยม หรือเวทีมวยตะวันนา ข้างเดอะมอลล์ บางกะปิ ในรายการมวย “ศึกทวงคืนศักดิ์ศรีกีฬามวยไทย "SAT Hero Series Muaythai" สืบสานตำนาน วีรบุรษมวยไทย ที่เวทีเวิร์ล สยามสเตเดี้ยม” 

  เหตุการณ์เกิดจากคู่ สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง ดวลกับ อภิวัฒน์ ส.สมนึก  ทั้งคู่ดวลอาวุธกันดุเดือดแต่สุริยันต์เล็ก ดูได้เปรียบจังหวะเป็นต่อราคาทำท่าจะไหลเมื่อฟันศอกเรียกเลือดจาก อภิวัฒน์  กระทั่งกลางยก  3 สุริยันต์เล็ก ได้จังหวะออกหมัดและแข้งตามส่ง อภิวัฒน์ลงไปนอน แต่กรรมการ วิสุทธิ์ ยิ่งอุปการ ไม่นับกลับหันมาคว้าไมค์ฯ ตะเพิด อภิวัฒน์ ในข้อหาชกไม่สมศักดิ์ศรี ท่ามกลางความงุนงงของแฟนมวย

                                                  

                                                              กรรมการ วิสุทธิ์ ยิ่งอุปการ

 ปรากฏว่าในวันต่อมา (วันจันทร์ที่ 9 พ.ย.)ต่อมา หัวหน้าคณะได้ทำเรื่องประท้วงไปยัง นาย ปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ ผอ.กีฬามวย ซึ่งได้เดินทางไปชมรายการนี้ด้วยเนื่องจากเป็นการจัดโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย และได้เรียกกรรมการวิสุทธิ์ สอบสวนด้วย ก่อนที่จะประกาศ ลงโทษให้กรรมการวิสุทธิ์ พักการปฏิบัติหน้าที่กรรมการมวยไทย เป็นเวลา 3 เดือน  

 เหตุการณ์ที่ 3   เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม ที่เวทีมวยเวิร์ลสยามสิเตเดี้ยม ข้างๆเดอะมอลล์บางกะปิ อีกครั้ง

 เป็นการชกของมวยคู่ระหว่าง เพชรพะงัน ม.รัตนบัณฑิต(ทีเด็ด 99) กับ วันชนะ น.นริสสร ในยกที่ 3 วันชนะ แทงเข่าเข้ากึ่งๆท้องน้อย กึ่งๆกระจับ ส่ง เพชรพะงันลงไปนอน กรรมการสมบูรณ์ ประภาวงศ์ ปราดเข้าไปนับถึง 8 เพชรพะงันลุกขึ้น แต่ถูกทีมงานให้เบรกเพราะเห็นว่าเป็นการแทงกระจับ กรรมการ จึงให้ลงไปพัก(ทั้งที่นับไปแล้ว) หลังพักได้ระยะหนึ่ง นักมวยขึ้นบนเวที กรรมการจะให้ชกต่อ แต่ทีมงานเพชรพะงันไม่ยอมให้นักมวยตัวเองชก เกิดข้อพิพาทถกเถียงกันให้วุ่น เพราะเซียนมวยีกกดลุ่มให้กรรมการนับ 10 และชูให้ วันชนะ เป็นฝ่ายชนะไปได้เลย แต่กรรมการกะละล้าละลัง จนในที่สุดปราศยกเลิกการแข่งขัน

                                       

                                           กรรมการ สมบูรณ์ กับคู่ เพชรพะงัน พบ วันชนะ   

 ต่อมาในภายหลัง กรรมการสมบูรณ์ ยอมรับถึงข้อผิดพลาดในการตัดสินของตัวเอง เพราะกติการมีระบุไว้ชัดเจนในเรื่องการแทงกระจับ หากเห็นว่าไม่ได้แทงกระจับนับแล้วก็ให้เป็นไปตามกติกา หรือหากว่าแทงจริงก็ให้พักแล้วชกต่อ การตัดสินกรณีมวยแทงกระจับจึงกลายเป็น “จุดบอด” เป็นประเด็นปัญหาขัดแย้งของการตัดสินตลอดมาไม่จบไม่สิ้น 

 เหตุการณ์ที่  4 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ธันวาคม ที่เวทีมวยช่อง 7สี ในรายการ “ศึก มวยไทย 7สี” 

 เป็นการชกกันระหว่างคู่ กสิกร นายกเอท่าศาลา กับ คู่ปรับเก่า สุดหล่อ อ๊อดตึกแดง มวยคู่นี้เปิดฉากมาย กสิกร อาศัยช่วงชกยาวกว่าเดินบดตั้งแต่ยกแรก ในขณะที่ สุดหล่อ จังหวะฝีมือดีกว่า ดักออกอาวุธได้ดีเช่นเดียวกัน ตลอด 3 ยก สุดหล่อดูเหลื่อมกว่า แต่ยกที่ 4 กสิกร เร่งเครื่อง ทำเอา สุดหล่อ ดูอ่อนๆลงไป ยกสุดท้าย กสิกร เดินครึ่งยกแต่ไม่ได้อะไรมากมา สุดหล่อ ใช้วิชาดักจังหวะโต้ จนครบยกราคาคู่คี่สูสีกันสุดประมาณ แต่ก่อนชูมือ มุมเซียนพนันยกให้ กสิกร เป็นต่อ 2-1 แต่กรรมการรวมคะแนนชูสวนให้ สุดหล่อชนะคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ 2-1 เสียง

 แม้ว่าช่อง 7 สี จะเป็นระบบปิด แต่ปรากฏว่าโลกโซเชี่ยล ซัดกระแสกระหน่ำอย่างหนัก ด้วยเหตุเห็นว่า กสิกร เดินตลอด และทุกเวทีรวมถึงช่อง 7 สี ด้วยก็ยืนยันว่ามวยคู่คี่สูสีจะให้เครดิตมวยเดิน หรือจะเป็นเพราะแพ้สีเสื้อ โดยต่อมา ตู่ ส.มีชัย ฉุดสุดขีดประกาศหากไม่มีการสอบสวนกรรมการให้คะแนน จะนำมวยทั้งคณะถอนยวงออกไม่ขอชกที่เวทีช่อง 7 สีอีกต่อไป

                                           

                                                                      กรรมการ ยอดยิ่ง เกศรมาลา

 ในวันถัดมา จันทร์ที่ 14 ธันวาคม ทางผู้บริหารมีการพิจารณาและประกาศให้ กรรมการให้คะแนน สุดหล่อชนะ 2 คน ได้แก่กรรมการ ประยุทธ์ วงศ์ประเมษฐ์ กับ กรรมการ ยอดยิ่ง เกสรมาลา  พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมกับประธานฝ่ายเทคนิค เชิดชัยชาญนนท์ ศรีชรัตน์  พร้อมกับแต่งตั้งกรรมการ ธาวุฒิ ปลื้มสำราญ ขึ้นรักษาการประธานเทคนิคแทน