ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/21 ได้ 16 ทีมที่ผ่านเข้ารอบน็อคเอ้าต์แล้ว นั่นก็คือแชมป์และรองแชมป์ของแต่ละกลุ่ม ส่วนอันดับ 3 ของแต่ละกลุ่มจะได้ไปเล่นยูโรป้า ลีก แต่ใครกันนะที่มีโอกาสคว้าแชมป์ในปีนี้มากที่สุด

           ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก สำหรับปี 2020 นั้นจบสิ้นลงแล้ว โดยปีนี้ถือเป็นปีที่วุ่นวายสำหรับการแข่งขันฟุตบอลยุโรป จนเคยต้องจัดการแข่งขันในรอบน็อคเอ้าท์แบบเกมเดียวรู้เรื่องที่กรุงลิสบอนมาแล้ว และหลังจากเจอโรคเลื่อนจากพิษโควิด-19 ในที่สุดฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020/21 ก็ได้ฤกษ์แข่งรอบแบ่งกลุ่มเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2563 และสิ้นสุดรอบดังกล่าวไปเมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา มีทีมยักษ์ที่ตกรอบไปอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อินเตอร์ มิลาน หรือแม้กระทั่งอาแจ็กซ์ ส่วนเรอัล มาดริด ก็พลิกสถานการณ์เข้ารอบได้อย่างหวุดหวิด และในที่สุดก็ได้ 16 ทีมที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ครบถ้วนแล้ว 

           สำหรับพิธีการจับสลากประกบคู่ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย จะมีขึ้นในวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ภายใต้เงื่อนไข ทีมจากชาติเดียวกัน หรือ ทีมที่เคยเจอกันรอบแบ่งกลุ่ม จะไม่พบกันเอง และจะเริ่มทำการแข่งขัน 16 ทีมสุดท้าย เลกแรกในวันที่ 16-17 และ 23-24 กุมภาพันธ์ ปี 2564 ส่วนเลกสองจะเตะในวันที่ 9-10 และ 16-17 มีนาคม 2564 นั่นหมายความว่า 2 เดือนต่อจากนี้จะไม่มีการแข่งขันรายการนี้ 

           อย่างไรก็ตาม เรามาจัดอันดับสโมสรที่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายจากโอกาสน้อยที่สุดที่จะคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีกไปจนถึงทีมที่มีโอกาสมากที่สุดที่จะคว้าแชมป์รายการนี้กันดีกว่า


16. ลาซิโอ

           แม้ว่าจะมีเจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำยุโรปนำทัพ แต่จากการที่พวกเขาคว้าชัยชนะได้แค่ 2 ครั้งในรอบแบ่งกลุ่ม และอยู่แค่อันดับ 7 ในเวทีกัลโช่ เซเรีย อา ดังนั้นยอดทีมแห่งโรมจึงไม่น่าจะผ่านรอบ 16 ทีมนี้ได้


15. เอฟซี ปอร์โต้

           ต้องยกเครดิตให้ทีมจากโปรตุเกสที่สามารถทำได้ดีแม้จะอยู่กลุ่มเดียวกับทีมแข็งอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต่การอยู่อันดับ 3 ในปรีไมราลีกาและการมีโอกาสจับสลากเจอทีมแข็งๆ ในรอบนี้ทำให้พวกเขามีโอกาสผ่านเข้ารอบต่อไปน้อย


14. เซบีย่า

           ไม่รู้ว่าทีมของยูเลน โลเปเตกี จะผิดหวังหรือไม่ที่ไม่ได้แข่งยูโรป้า ลีก ในซีซั่นนี้ และเพราะพวกเขาคว้าแชมป์รายการนี้มา 6 ครั้งในรอบ 14 หลังสุด เราจึงมองว่าพวกเขาไม่ใช่ตัวเก็งของรายการแชมเปี้ยนส์ ลีก นี้

 

13. โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค

          มันยากที่ทีมอันดับ 7 ในบุนเดสลีก้าจะคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แม้ว่าการผ่านเข้ารอบมาได้จากการอยู่กลุ่มเดียวกับเรอัล มาดริด และ อินเตอร์ มิลาน จะพิสูจน์ได้ว่าพวกเขาไม่ใช่ทีมที่ยักษ์ใหญ่จะเคี้ยวได้ง่ายๆ

 

12. อตาลันต้า

           เมื่อดูจากอันดับตารางในเซเรีย อา ก็ต้องบอกว่าเป็นอีกครั้งที่อตาลันต้าแบกน้ำหนักขึ้นชกข้ามรุ่นในเกมยุโรป แม้แต่กับการสร้างประวัติศาสตร์ด้วยชัยชนะที่แอนฟิลด์ ดังนั้นพวกเขาก็มีโอกาสที่จะสร้างเทพนิยายอย่างที่เลสเตอร์เคยทำไว้ได้เหมือนกันแม้จะยากก็ตาม


11. บาร์เซโลน่า

           บาร์เซโลน่ามีการออกสตาร์ทที่ย่ำแย่สำหรับยุคของโรนัลด์ คูมัน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อดูจากประวัติศาสตร์ในแชมเปี้ยนส์ ลีก ล่าสุดของพวกเขา ที่ตกต่ำลงมา ดังนั้นจึงมีเพียงแค่ลิโอเนลเมสซี่ เท่านั้นที่ยกระดับพวกเขาให้ขึ้นมาใกล้ท็อป 10


10. โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

           หากโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ สามารถรั้งบรรดาแข้งดาวรุ่งมากพรสวรรค์ของพวกเขาไว้ได้อีก 3 ปี บางทีอันดับของพวกเขาอาจพุ่งสูงกว่านี้ แต่มันยากที่จะเห็นลูเซียง ฟาฟร์ยกระดับพวกเขาไปไกลกว่ารอบรองชนะเลิศแม้ว่าจะมีเออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาลันด์ ก็ตาม


9. แอร์เบ ไลป์ซิก

           สำหรับเราแล้ว นี่เป็นสโมสรสุดท้ายที่เราสามารถจินตนาการได้อย่างแท้จริงว่าจะคว้าถ้วย 'บิ๊กเอียร์' ในปีนี้ เพราะหากทีมใดมีศักยภาพที่จะก่อให้เกิดความสั่นไหวได้ ก็คือลูกทีมของยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ ทีมนี้ ฤดูกาลที่แล้วพวกเขาไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ ดังนั้นยอดทีมแห่งเมืองเบียร์ทีมนี้จึงยังคงเป็นทีมที่ไม่อาจมองข้ามได้ 

 

8. เชลซี

           บางทีพวกเขาอาจจะเป็นสโมสรม้ามืดในปีนี้ แต่ทีมของแฟรงค์ แลมพาร์ด ยังคงเป็นทีมยังคงเป็นทีมเพิ่งจะเริ่มมีความมั่นใจในเวทียุโรป แต่หากเจอคู่ต่อสู้ที่เจนเวทีนี้อย่างลิเวอร์พูลหรือบาเยิร์น มิวนิก ก็ไม่รู้ว่าพวกเขาจะรับมือไหวหรือไม่


7. เรอัล มาดริด

           กว่าจะเข้ามาถึงรอบ 16 ทีมนี้ได้ก็น้ำลายเหนียวเลยทีเดียว เพราะต้องลุ้นกันยันเกมสุดท้าย และชัยชนะเหนือ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 2-0 ทำให้พวกเขาพุ่งจากอันดับสาม ขึ้นมาเป็นแชมป์กลุ่ม  และคงจะงี่เง่าเกินไปหากจะกาชื่อทีมของซีเนดีน ซีดาน ออกจากสารบบของแชมเปี้ยนส์ ลีก


6. ยูเวนตุส

           ประมาททีมที่มีผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างไร แต่บางทีคุณก็คงสงสัยเหมือนกันว่า ทีมที่ฟอร์มคุ้มดีคุ้มร้ายในกัลโช่ เซเรีย อา ของอันเดรีย ปีร์โล่ จะสามารถก้าวสู่การเป็นแชมป์ทวีปได้หรือไม่

 

5. แอตเลติโก้ มาดริด

           เป็นฤดูกาลที่ต้องลุ้นเหนื่อยสำหรับทัพ "ตราหมี" ของกุนซือ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ กว่าจะผ่านรอบแบ่งกลุ่ม แต่การออกสตาร์ทที่ยอดเยี่ยมของพวกเขาในลา ลีก้า, ประวัติศาสตร์ในยุโรปล่าสุดของพวกเขา รวมไปถึงสปิริตที่แอนฟิลด์ ทำให้เราคิดว่า อย่างน้อยพวกเขาก็มีสิทธิ์ลุ้นแชมป์ได้เหมือนกัน

 

4. ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

           รองแชมป์เมื่อปีที่แล้วยังคงทำผลงานได้ดีเช่นเดียวกับซีซั่น 2019/20 แต่การคว้าแชมป์กลุ่มจาก 'กรุ๊ป ออฟ เดธ' นั้นมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง และการมีคีเลียน เอ็มบัปเป้ และ เนย์มาร์ ก็ทำให้พวกเขามีแนวรุกที่น่าเกรงขามที่สุดในยุโรป


3. แมนเชสเตอร์ ซิตี้

           แม้ว่าจะออกสตาร์ทเกมในประเทศไม่ค่อยดี แต่คุณสามารถคาดหวังว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะทำทุกทางในแชมเปี้ยนส์ ลีก เพื่อลบอาถรรพ์ที่ไปได้แค่รอบก่อนรองชนะเลิศของพวกเขา ครั้งนี้ผลงานของพวกเขาสวยหรูสมราคาทีมเต็งแชมป์ของกลุ่ม ด้วยสถิติชนะ 5 เสมอ 1 แถมตลอด 6 เกม เสียประตูแค่ลูกเดียวเท่านั้น!!!

 

2. ลิเวอร์พูล

           ลิเวอร์พูลทีมนี้เป็นหนึ่งในทีมที่ดีที่สุดที่พรีเมียร์ ลีก เคยมีและเป็นตัวเต็งที่จะป้องกันแชมป์ได้ ครั้งนี้พวกเขาคว้าแชมป์กลุ่มได้แบบสบายๆ ด้วยการมี 13 แต้ม จาก 6 นัด และเมื่อนักเตะที่บาดเจ็บเป็นหางว่าวกลับมาเมื่อนั้นพวกเขาก็จะคืนสู่โมเมนตั้มเดิม ไม่น่าประหลาดใจที่เห็นพวกเขาคว้าทั้งแชมป์รายการนี้เมื่อ 2 ปีก่อนและแชมป์ลีกเมื่อซีซั่นที่แล้ว

 

1. บาเยิร์น มิวนิก

           จะเป็นใครไปไม่ได้ แชมป์เก่าเมื่อปีที่แล้วที่ฟอร์มยอดเยี่ยมกับการคว้าชัยชนะได้แทบทุกนัดในรอบ 2 ปีสำหรับรายการนี้ โดยเสมอไปแค่เกมเดียวเท่านั้น ทีมของกุนซือ ฮันซี่ ฟลิค ยังคงแข็งแกร่งและดุดันกว่าใคร ตบเท้าเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้แบบสบายๆ ด้วยสถิติชนะ 5 เสมอ 1 พร้อมกับเป็นทีมที่ทำประตูได้มากสุดในรอบแบ่งกลุ่มคือ 18 ประตู