นับย้อนกลับไปในวันที่ชูถ้วยแชมป์ เอฟเอ คัพ เมื่อซีซั่นที่แล้ว ไม่มีใครคิดว่า อาร์เซน่อล จะก้าวมายืนอยู่ในจุดที่เป็นในทุกวันนี้

ไร้ประสิทธิภาพ ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง

ความพ่ายแพ้ต่อ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ แบบหมดรูป 0-2 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สะท้อนภาพความจริงที่โหดร้ายทุกอย่าง และคือการพุ่งชนความปราชัยในเกมลีกเป็นนัดที่ 6 ของฤดูกาล

มิเกล อาร์เตต้า กำลังจะพาทีมไปลงเอยที่จุดไหนกันแน่ หลายๆ คนเริ่มรู้สึกเคลือบแคลงสงสัย

สิ่งที่เกิดขึ้นในเกม นอร์ท ลอนดอน ดาร์บี้ คือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซาก และมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ว่าความสำเร็จที่พวกเขารออยู่ มันจะมาถึงเมื่อไหร่

โปรเจ็คการสร้างทีมของ อาร์เตต้า ต้องใช้เวลาก็จริง แต่อย่างน้อย เขาควรต้องประคองทีมให้ดีพอในช่วงเวลาเปลี่ยนถ่ายเหล่านี้ด้วย

มันเป็นเกมที่ อาร์เซน่อล ครองบอลเหนือ “ไก่เดือยทอง” สูงถึง 70 เปอร์เซ็นต์, ผ่านบอลไปเกินกว่า 300 ครั้ง, เตะมุมมากกว่า, ครอสบอลเข้ากรอบเขตโทษมากกว่า

สิ่งเดียว และคือสิ่งสำคัญที่สุดที่ “เดอะ กันเนอร์ส” เป็นรองก็คือการเปลี่ยนทั้งหมดให้เป็นประตู! พ่วงกับอีก 1 ความจริงที่ว่าพวกเขาไม่ได้มีวี่แววที่จะเปลี่ยนสถิติตัวเลขเหล่านี้ให้กลายเป็นผู้ชนะในเกมได้เลย

อาร์เซน่อล เล่นเข้าทาง สเปอร์ส ทุกอย่าง เราทุกคนรู้ดีว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะมาด้วยแท็คติกที่ปลอดภัย ตั้งรับลึก ปล่อยให้คู่แข่งครองบอล และใช้การโต้กลับ และมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

แต่นี่ไม่รู้อะไรเหมือนกัน เพราะ อาร์เซน่อล ลงไปเล่นเหมือนไม่รู้จักสไตล์คู่แข่งของตัวเอง พวกเขาคล้อยตามแท็คติกของ สเปอร์ส ไปหมดทุกอย่าง

ประตูแรกเกิดจากความผิดพลาดของ เอคตอร์ เบเยริน ที่ลื่นล้มแถวๆ กลางสนาม ปล่อยให้ ซน ฮึง มิน โซโล่เข้าไปยิงปั่นโค้งหน้ากรอบเขตโทษแบบสุดสวย

แม้จะพยายามกดดันเพื่อเอาประตูคืนหลังจากนั้น แต่พลพรรค “ปืนโต” ก็มาโดนหมัดสวนน็อคอีกรอบจาก ซน ที่ถวายพานแอสซิสต์ให้ แฮร์รี่ เคน จบสกอร์อย่างเลือดเย็นในช่วงก่อนจบครึ่งแรกพอดี

ความซวยที่หนักไปกว่านั้นก็คือ โธมัส ปาเตย์ ดันเจ็บซ้ำแผลเดิมอีกรอบ และต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงเวลาคับขันสุดๆ

ขุมกำลังของพวกเขาไม่ได้มีขนาดใหญ่อะไร และย่อมไม่ช่วยอะไรเลยกับสถานการณ์ที่ทีมต้องนอนก้นอยู่ท้ายตาราง แถมยังมีโปรแกรมโหดในช่วงปลายปีรออยู่ สำหรับการลงสนาม 5 เกม ภายในแค่ 20 วัน

ตอนนี้ อาร์เตต้า นั่งตำแหน่งกุนซือ อาร์เซน่อล มาเกือบปีแล้ว แต่มันยังไม่เห็นทิศทางที่แน่ชัดว่าเขาจะพาทีมไปที่ไหนกันแน่ พวกเขายิงได้แค่ 10 ประตู จาก 11 เกมลีกในซีซั่นนี้ มีเพียงแค่ เบิร์นลี่ย์, เวสต์แฮม และ ฟูแล่ม ที่สถิติห่วยกว่า

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะ อาร์เซน่อล ในยุคของ อาร์เตต้า ยังสร้างโอกาสในการพังประตูไปแค่ 65 ครั้ง จาก 11 เกมลีกที่ออกสตาร์ท ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดของบรรดาทีมในลีกสูงสุด

ย้อนกลับไปในเกมที่พ่าย วูล์ฟแฮมป์ตัน เราได้เห็น อาร์เซน่อล พยายามครอสบอลเข้าในกรอบเขตโทษคู่แข่งอย่างไร้จุดหมาย 33 ครั้ง โดยที่แทบไม่มีลุ้นอะไรเลย

สถิติอันน่าเหลือเชื่อที่ว่านี้ ถูกทำลายลงอีกหนในเกมล่าสุด ภายหลังจากที่ “ปืนใหญ่” ครอสบอลเข้ากรอบเขตโทษ สเปอร์ส ไปกระจุย 44 หน โดยไม่ได้อะไรเลย เช่นเดียวกับ โอบาเมยอง ที่สร้างสรรค์โอกาสใดๆ ไม่ได้เลยแม้แต่หนเดียว

ดาวเตะทีมชาติกาบอง ได้สัมผัสบอลไปทั้งสิ้นแค่ 21 ครั้ง น้อยที่สุดในสนาม และกลายเป็นคนละคนกับกองหน้าที่แฟนๆ อาร์เซน่อล เคยรู้จักก่อนเซ็นสัญญารับค่าเหนื่อยฉบับใหม่

อาร์เตต้า จำเป็นต้องรีบแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยด่วน เพราะตอนนี้มันเริ่มมีแฟนๆ ส่งเสียงตั้งคำถามถึงเขามากขึ้นเรื่อยๆ

เพราะเขากุนซือชาวสแปนิช ทำไม่ได้ เสียงที่ว่านี้จะถล่มเขารุนแรงในระดับที่ถูกเด้งออกจากเก้าอี้ได้ง่ายๆ