มันมีไม่บ่อยครั้งนักที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะแสดงสปิริตให้แฟนๆ ได้เห็นจนต้องปรบมือให้หนักๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ถ้ามันจะมีสักเกมเป็นข้อยกเว้น เราคงต้องยกมันให้กับแมตช์พลิกเชือด เซาธ์แฮมป์ตัน ในเกมล่าสุด

จากตามหลัง 0-2 พลิกกลับมาชนะ 3-2 และไม่ใช่แค่นั้นเพียงอย่างเดียว แต่ “ปีศาจแดง” ได้แสดงให้เห็นถึงจิตวิญาณของความเป็นเพชรฆาตที่กระหายเลือดสุดๆ

การเคลื่อนที่ของผู้เล่นเป็นไปด้วยดีลื่นไหล, ช่วยกันทำทางหาช่อง, สร้างสรรค์โอกาสได้ต่อเนื่อง โดยมี บรูโน่ เฟร์นานเดซ, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค และ เอดินสัน คาวานี่ เป็นแกนนำความโดดเด่น

หัวหอกทีมชาติอุรุกวัย คือคนที่โผล่เข้ามาขโมยซีนเป็นพระเอกแบบช่วยไม่ได้ ภายหลังจากที่ลงสนามมาเป็นตัวสำรอง และฉายแววให้เห็นถึงความแตกต่าง

และคือสิ่งที่ทัพ “ปีศาจแดง” ไม่ได้มีมานานมากแล้ว

หากย้อนเวลากลับไปในช่วงก่อนหน้านี้ เราจะเห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่ไม่เคยขาดแคลนสุดยอดกองหน้า ไล่ตั้งแต่ยุคสมัยของ ไบรอัน แม็คแคลร์, โคล, ยอร์ค, โซลชา, รุด ฟาน นิสเตลรอย

แต่ปัจจุบัน มันดูเหมือนไม่เป็นแบบนั้น เพราะ แมนฯ ยูไนเต็ด มีนักเตะอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด หรือ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล เป็นตัวความหวังสูงสุด

ทั้ง แรชฟอร์ด และ มาร์กซิยาล ไม่ได้เป็นนักเตะที่ย่ำแย่อะไร แต่ประเด็นก็คือทั้งคู่ไม่ใช่ผู้เล่นในแบบฉบับกองหน้าตัวเป้า ที่จะพร้อมขึ้นมาแบกทีมถล่มประตูแบบกระจุยกระจาย

ในจังหวะทีเด็ดทีขาด แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการนักเตะแบบ คาวานี่ คนที่ใจถึงพึ่งได้! กล้าได้กล้าเสีย ลักษณะการวิ่งการสร้างโอกาสของเขาเป็นไปตามแบบฉบับกองหน้าเบอร์ 9 อย่างแท้จริง (ถึงแม้ว่าจะใส่เบอร์ 7 ก็ตาม)

ถึงกระนั้น ตอนที่ดาวเตะรายนี้เก็บข้าวของย้ายมาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ช่วงแรกๆ มันก็ยังมีคำถามที่แฟนหลายๆ คนพากันสงสัยอยู่

คาวานี่ เป็นกองหน้าที่ถูกพูดถึงกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า เป็นดาวยิงที่ใช้โอกาสเปลืองสุดๆ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอดีตเพื่อนร่วมทีมอย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในตอนนั้น มันก็ยิ่งเห็นความแตกต่างเข้าไปใหญ่

โดยภาพรวมแล้ว ฝีเท้าของ คาวานี่ นั้นน่าจะเป็นรอง ซลาตัน อยู่จริงๆ นั่นแหล่ะ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่ใช่ดาวยิงที่กะโหลกกะลาเช่นกัน

การแข่งขันใน ลีก เอิง นั้นมีมาตรฐานที่ต่ำชั้นกว่าอีก 4 ลีกดังอื่นๆ และนั่นทำให้ “เอล มาธาดอร์” มีโอกาสกระทุ้งประตูเพียบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่านั่นกลายเป็นอีก 1 ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เจ้าตัวละเอียดกับการเล่นน้อยลงหรือเปล่า

ทันทีที่ย้ายมาโชว์ตัวใน พรีเมียร์ ลีก เราทุกคนได้เห็นว่า คาวานี่ ไม่ใช่นักเตะที่ใช้โอกาสเปลืองขนาดนั้น มิหนำซ้ำ เขายังใช้โอกาสที่มีอันน้อยนิดของตัวเองได้อย่างคุ้มค่า แถมยังมาในรูปแบบของตัวสำรองอีกต่างหาก

ในเกมพลิกเชือด “นักบุญ” คาวานี่ ได้โอกาสเล่นไปแค่ราวๆ ครึ่งชั่วโมง และสร้างโอกาสยิงให้กับตัวเองไป 4 ครั้ง โดย 2 ครั้งที่ส่งบอลเข้ากรอบนั้น มันได้กลายเป็นประตูทั้งหมด

นั่นแสดงให้เห็นถึงการเล่นในแต่ละจังหวะที่ละเอียดสุดๆ ซึ่งเมื่อพ่วงกับสภาพร่างกายที่ฟิตเต็มถังเกินคาด เราจะบอกว่าสิ่งที่ คาวานี่ แสดงออกมานั้นคือเรื่องเซอร์ไพรซ์เล็กๆ มันก็คงไม่ผิดนัก

แม้จะมีเวลาไม่เยอะ แต่ดาวยิงจากทัพ “จอมโหด” ก็ฉกฉวยมันได้อย่างเต็มที่ ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่ ดีโอโก้ โชต้า ทำกับ ลิเวอร์พูล ณ เวลานี้

พวกเขาล้วนเป็นนักเตะใหม่ที่ทำให้กุนซือต้องหนักใจ และบีบให้ต้องส่งลงสนามเป็นตัวจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แน่นอนว่าสำหรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา มันคงแปลกมากถ้าเขาจะจับ คาวานี่ นั่งเป็นสำรองในเกมใหญ่ๆ อีกหลังจากนี้ ซึ่งเราก็คงต้องมารอดูกันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด กับ คาวานี่ นั้นจะเดินไปทางไหนกันต่อ