ตี๋ ทีเด็ด 99 หัวหน้าคณะเลือดร้อน โคจรเจอ เปาวันชัย ผ่องศรี ผู้พร้อมชนเพราะเป็นคนไม่เคยยอมใคร..เลือดจึงเดือด..

วงการมวยเมืองไทยเกิดเหตุการณ์อื้อฉาวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อ เซียนมวยชั้นนำ สรศักดิ์ แซ่ตั้ง หรือที่คนวงการมวยรู้จักมักจี่กันดีในนามของ "ตี๋ ทีเด็ด99"  พาพรรคพวกออกไปเคลื่อนไหวอันดับ ตามถล่ม น.อ.วันชัย ผ่องศรี รองประธานฝ่ายเทคนิคของเวทีมวยราชดำเนิน อดีตนักชกทีมชาติเมื่อ 40 ปีก่อนถึงลาดจอดรถ ข้างๆเวทีราชดำเนิน ในพื้นที่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เกิดเหตุชุลมุนกัน จนเลือดสาดกระเซ็นด้วยกันทั้งสองฝ่าย 

เรื่องราวมีเค้าส่อกันมาจากภายในสนามมวยเวทีราชดำเนินก่อนหน้านี้แล้ว  ในระหว่างที่ น.อ.วันชัย ผ่องศรี ที่เพิ่งกลับมาทำหน้าที่กรรมการอีกครั้ง โดยการติดต่อร้องขอจาก "เปาโด่ง" วรศักดิ์ ภักดีคำ ประธานเทคนิค  เปาวันชัย ยอมรับกลับมาทำหน้าที่ได้ระยะหนึ่งด้วยความราบรื่น จนกระทั่งได้ขึ้นตัดสินมวยคู่ป้องกันแชมป์ระหว่าง ฤทธิเดช ศิษย์ครูเดช ที่เอาเข็มขัดแชมป์รุ่นมินืฟลายเวตขึ้นเดิมพันป้องกันกับ หยกเงิน เดชเพชรสีทอง  ซึ่งเป็นคู่เอกของรายการ "ศึกเพชรวิทยา" เมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 19 พฤศจิกายน 

เกมการชกของมวยคู่นี่แฟนมวยทั้งสนามต่างก็ยอมรับว่า ฤทธิเดช นั้นได้เปรียบชัดเจนในยกที่ 3  มาในยกที่ 4 ในจังหวะที่ ฤทธิเดช เสียหลักล้มลง จังหวะนั้น หยกเงิน พยายามเข้าไปเตะซ้ำ แต่ไม่ถูกเหมือนว่ายั้งๆ จึงถูกกรรมการวันชัยตักเตือน รวมถึงช็อตการห้ามช่วงคลุกวงใน กล่าวหาว่า เปาวันชัยกดตูด หยกเงิน  ทั้งสองจังหวะนี้ กองเชียร์ฝั่ง ตี๋ ทีเด็ด เห็นว่า กรรมการวันชัย ตัดสินเข้าข้าง กดตูด ส่งราคา หาผลประโยชน์ จึงมีการตะโกนด่าทอ

แต่กรรมการวันชัย ไม่เหมือนกับกรรมการคนอื่นๆที่ทนยืนฟังเซียนมวยด่าข้างเดียวไม่ได้ จู่ๆจะมาเปลี่ยนสเปชี่ หรือเปลี่ยนหน้าตามใจชอบได้ที่ไหน กรรมการวันชัย ได้ชื่อว่าอารมณ์ร้อนเช่นกัน จึวตอบโต้ ท้าทายกลับ กระทั่งต้องเปลี่ยนตัวกรรมการบนเวทีในช่วงพักยก

กลุ่มแค้มป์ ทีเด็ด 99 หลายคนยังคงไม่พอใจเมื่อถูกท้าทายกลับ ยิ่งบริภาษรุนแรงและ ตั้งข้อกล่าวหากรรมการร้ายแรง  

 

ซึ่งภายหลังเหตุการณ์ชุลมุน ตี๋ ทีเด็ด 99 ให้สัมภาษณ์ SMM มวยไทยว่า

"มวยเขาเดินพันกัน เขาเอาเงินมาลงขันเดิมพันเพื่อสร้างสีสันให้วงการมวย หมด 3 ยอมรับว่าเสียเปรียบ  3 ตีนหลังเราเสียเปรียบ แต่เรายังเดินแข็งแรงอยู่ แต่ข้างบนล็อกไล่ต่อกัน 3-1 ,7-2 เฮ้ย มวยเดินพันนะ แล้วออกมากรรมการกดอย่างเดียวเลย  กดอย่างเดียวเลย แล้วลูกสุดท้าย มึงกลัวเราไม่แพ้มั้ง มึงไป เตือนอีก มึงไม่มีความเป็นธรรม ผมไม่ได้เล่นเลยสักบาทนะ แต่เด็กซ้อมอยู่กับผม ...ผมชี้หน้ากับมัน โต้กันบนเวทีอยู่แล้ว มวยเดิมพันกัน มึงต้องมีความเป็นกลางไม่ใช่มาหาแต่เงิน..." 

แต่กรรมการวันชัย ได้ชื่อว่าเป็นคนทรนงด้วยมั่นใจถือว่าตัวเอง ตัดสินด้วยความบริสุทธิใจ ปราศจากเลศนัย เรื่องอะไรจะมาให้เซียนมวยด่าฟรีๆ ยืนสง่าท้าทายกลับจนบรรดาเจ้าหน้าที่สนามต้องเข้ามาเป็นกันชน

ในขณะที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิค เฉลิม ประหยัดทรัพย์ และพรหมเมศร์ จักษุรักษ์ ผู้ช่วยนายสนามต้องออกมาช่วยอธิยายชี้แจง แต่อารมณ์ฝั่งมวยแพ้แถมเสียเดิมพันไปมาก ปักใจว่ากรรมการวันชัยเอนเอียง มิไยฝ่ายกรรมการจะอธิบายก็ไม่สามารถทำให้เข้าใจได้จึงเหมือนอารมณ์พาไปเพราะต่างฝ่ายต่างเสียงดัง

ภายในสนามนั้นก็แค่เสียงดัง ทว่านอกสนามใช่เสียงอย่างเดียว แต่มีใช้กำปั้นสาวใส่กันด้วย เมื่อ ตี๋ ทีเด็ด 99  เก็บอารมณ์ไม่อยู่ออกมาตามล่าหา กรรมการวันชัย ด้านนอกเวที เมื่อมีคนบอกว่า กรรมการวันชัยได้เดินออกนอกสนามกำลังจะขึ้นรถกลับแล้ว ตี๋ และพรรคพวกจึงรี่ไปยังลานจอด เจอกรรมการวันชัยพอดี ในช่วงนั้นไม่มีใครรู้ว่าได้มีการต่อว่าต่อขานอะไรกัน และไม่มีใครรู้ว่า ใครออกอาวุธกัน รู้ก็ต่อเมื่อ ตี๋ มีร่องรอยบาดเจ็บเลือดกระเซ็นเปรอะเสื้อ แล้ว

อย่างไรก็ตาม มีคำบอกเล่าว่า กรรมการวันชัย เองก็โดนเช่นกันไม่ได้ดวลตัวต่อตัวกับ ตี๋ ทีเด็ดแน่นอน เนื่องจากถ้าดวลกันตัวต่อตัว ชื่อชั้น ประสบการณ์เชิงมวยนั้น ตี๋ ทีเด็ด 99 ย่อมสู้ กรรมการวันชัยไม่ได้แน่นอน แต่มีสมัครพรรคพวกและ มนต์ใต้ ศักดิ์เมธี การ์ดประจำตัวร่วมวงด้วย วันชัย จึงได้รับบาดเจ็บใช่น้อย ก่อนที่ รปภ.เข้ามาช่วยแยก ให้ กรรมการวันชัยกลับไปทำบาดเแผล ..."

 

 

วันต่อมา กรรมการวันชัย ให้สัมภาษณ์เรื่องถูกตามหาเรื่องรุมอัดถึงลานจอดรถว่า เป็นเรื่องเล็กการแลกหมัดเป็นเรื่องขำกัน ไม่ได้ติดใจอะไรทั้งนั้น และยังบอกด้วยว่าการที่มีลูกน้อง ตี๋มาช่วยตี๋ก็ถือเป็นเรื่องเข้าใจได้ ไม่ถือสาหาความ 

 อย่างไรก็ตาม กรรมการวันชัย ยืนยันว่าสำหรับการทำหน้าที่กรรมการที่เวทีราชดำเนินคงยุติเพียงเท่านี้เพราะลูก-เมีย ขอร้อง แต่ขอยืนยันว่าตลอดชีวิตการทำหน้าที่ตรงนี้ไม่เคยมีนอกมีใน ตัดสินด้วยใจบริสุทธิยึดความยุติธรรมมาโดยตลอด จึงไม่เคยเกรงกลัว เซียนมวยหน้าไหน โดยเฉพาะมวยคู่ที่เกิดปัญหายิ่งตัดสินด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง เพราะรู้ว่า ตี๋ เป็นคนอย่างไร นอกจากความซื่อสัตย์ เที่ยงตรงแล้วรตามกติกาแล้ว ยังต้องกล้าหาญ ตรงไป ตรงมา ตนตัดสินเช่นนี้มีคนมาด่า ตนจึงไม่ยอม

โดยภาพรวมหลายคนจึงเชื่อว่า ลำพังลำพังเดิมพันเข็มขัดแชมป์รุ่นมินิฟลายเวตของ ฤทธิเดช ไม่ตื่นเต้นเท่าข่าวที่ว่ามีเงินเดิมพันทะลุล้าน 

และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของ ตี๋ ทีเด็ด 99 แต่จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่ ? ใครจะกล้าการันตี

ว่าไปแล้วการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการทุกวันนี้ไม่ว่าเวทีไหน ล้วนถูกเซียนมวยจับตาจ้องเขม่ง ด้วยเหตุนี้นอกจาก กรรมการจะยึดหลักเกณฑ์ ระเบียบ กติกาการตัดสินก็ยังไม่เพียงพอ    
พ.อ.พิเศษ นรินทร์ พวงแก้ว (หนามเตย ยนตรกิจ) อดีตประธานฝ่ายเทคนิคและหัวหน้าผู้ตัดสินสนามมวยลุมพินี
ผู้ตัดสินและกรรมการยอดเยี่ยมแห่งปี  บอกว่ายังต้องคำนึงถึงการวางตัวเป็นสำคัญด้วย 

" กรรมการมวยไทย หรือผู้ตัดสิน ต้องวางตัวเป็นกลาง ต้องครองตนและวางตัวให้ดี ยึดต้นแบบผู้พิพากษา ใช้กฎหมายให้เกิดความเที่ยงธรรม เปรียบเช่นวงการมวยไทยก็มีกฎกติกาที่ผู้ตัดสินต้องยึดถือ ให้ความเป็นธรรม ผิดคือผิด ถูกคือถูก ใครถามเรื่องมวยก็ไม่ควรพูดคุย ให้บอกปัดเพราะจะเป็นการชี้นำ การคบหาคนก็ต้องระวัง

เพราะอาชีพนี้เราจะเลือกรักและสนิทกับใครไม่ได้ จะถูกกล่าวหาว่าลำเอียงได้ การคบหาพบเจอในงานก็มีบ้างเพราะเราอยู่ในวงการมวย แต่ต้องวางตัวให้ดีๆ การตัดสินที่เที่ยงธรรม ไม่มีมวยของพี่หรือน้อง หรือฝ่ายไหน เราเป็นกรรมการต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ฝากถึงกรรมการทุกคน ให้ยึด เขียวหวาน ยนตรกิจ หรือ พ.อ.บุญส่ง เป็นแบบอย่าง ใครมาหลอกถามมวยก็ไม่คุย และครองตนไม่คบหาสนิทกับฝ่ายไหน เพราะเราเป็นผู้ตัดสินและกรรมการฯ ต้องทำ "

นั่นคือคำกล่าวของ หนามเตย ยนตรกิจ ที่ยึดแบบอย่าง "เขียวหวาน ยนตรกิจ" พ.อ.บุญส่ง เกิดมณี  

แต่ในขณะเดียวกัน หัวหน้าคณะ และแฟนมวยเอง ต้องมีใจเป็นกลาง เป็นธรรม อย่าได้มองเอนเอียงเข้าข้างตัวเอง และควรเลิกวัฒนธรรมการประท้วงที่ใช้อารมณ์และกำลัง

สำหรับประเด็นต่อไป คงต้องรอฟังเวทีราชดำเนินในยุค จิต เชี่ยวสกุล ว่าจะดำเนินการเรื่องอื้อฉาวคราวนี้อย่างไร  และวางมาตรการใด ปกป้องคุ้มครองกรรมการของตัวเอง เพราะแม้เหตุการณ์ปะทะอาวุธมวยไทยกันอยู่ด้านนอกเวทีมวย แต่กรณีนี้เป็นเหตุต่อเนื่องจะบอกปัดไม่ใช่เขตรับผิดชอบของเวทีคงไม่ได้  เพราะถ้าภูมิคุ้มกันไม่ดีพอ คนเป็นกรรมการพกแต่คัมภีร์อย่างเดียวก็มีสิทธิ์เสียวได้ทุกเวลา