ย้อนกลับไปฤดูกาล 2001-2002 มันเคยมีช่วงเวลาหนึ่งที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดน ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ กระทุ้งประตูขึ้นนำโด่งก่อนจบครึ่งแรก 3-0

แฟนบอลทั้งสนามถึงกับช๊อคตาตั้ง นักเตะพากันเดินคอตกเข้าอุโมงค์ พร้อมกับบรรยากาศที่อึมครึมและความสงสัยอื่นๆ ที่รออยู่ในห้องแต่งตัว

ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 10 นาทีที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาคงพูดอะไรไปหลายอย่าง แต่ 1 ในประโยคคลาสสิคที่ลูกทีมของเขาหลายๆ คน นำเอามาเปิดเผยในอีกราวๆ 10 ปีต่อมา ได้กลับกลายเป็นวาทะในตำนาน

“เฮ้ย! ไอ้ลูกชาย นี่มันแค่ ท็อตแน่ม นะ ไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนั้น”

จบเกม…..ปีศาจแดง พลิกกลับมาเป็นฝ่ายคว้าชัย 5-3 พร้อมถีบ “ไก่เดือยทอง” ให้เป็นลูกไล่ของพวกเขาต่อไป  

ทั้งหมดที่เกิดขึ้น ช่างเป็นประโยคที่สะท้อนความจริงอันเจ็บปวดของ สเปอร์ส ที่แม้แต่แฟนบอลของพวกเขาเองยังต้องยอมรับ

ไร้ยีนส์แห่งความเป็นผู้ชนะ – สเปอร์ส คือทีมแบบนั้นเสมอมา ทีมยักษ์ใหญ่สักทีมที่เล่นยังไงก็ไปไม่ถึงดวงดาว โดยมีเพียงแค่ความสำเร็จปีมะโว้สมัยลีก ดิวิชั่น 1 ที่เคยทำได้ 2 ครั้งเมื่อปี 51 และ 61

แฟนๆ ยุค 80-90 ก็จะพูดคล้ายๆ กัน สเปอร์ส นั้นสวยแต่รูปจูบไม่หอม พวกเขาเคยมีทั้ง คริส วอดเดิ้ล, แกรี่ ลินิเกอร์, เกล็น ฮอดเดิ้ล, ออสวัลโด้ อาร์ดิเลส, เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม, ดาร์เรน แอนเดอร์ตัน, โซล แคมป์เบลล์, แกเร็ธ เบล, ลูก้า โมดริช, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เช่นเดียวกับกุนซือชั้นนำอย่าง เทอร์รี่ เวนาเบิ้ลส์, ฆวนเด้ รามอส, แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ และใครต่อใครอีกมากมาย แต่มันก็ไม่เคยช่วยลบคำครหาที่มีถึงพวกเขาได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้อาจเปลี่ยนไปในยุคของ โชเซ่ มูรินโญ่

กุนซือจอมอหังการชาวโปรตุกีส เข้ามาทำงานให้สโมสรตั้งแต่เมื่อซีซั่นที่แล้ว ท่ามกลางเสียงค่อนขอดว่าเขาเป็นแค่กุนซือตกยุค และไม่มีอะไรที่เหนือกว่าโค้ชคนก่อนอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่

นั่นทำให้กูรูและแฟนบอลหลายๆ คนไม่ได้คาดหวังผลงานของ มูรินโญ่ กับ สเปอร์ส ในหนนี้สักเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ทุกคนจะกลับมาเมียนมองเขาอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง

ผลงานการรั้งอันดับ 2 ของลีก และทรงฟุตบอลที่ดูน่าสนใจ ทำให้หลายๆ คนเกิดความเชื่อขึ้นอีกครั้งว่า มูรินโญ่ มีศักยภาพจะพา สเปอร์ส ไปถึงตำแหน่งแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ได้

หากจะถามว่าอะไรคือจุดเปลี่ยนแปลงที่ทำให้ มูรินโญ่ สามารถคุม สเปอร์ส ได้ดี เราคงจะต้องยกความดีความชอบให้กับทีมซื้อขายที่สามารถสื่อสารพูดคุยกับ “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” ได้เข้าใจรู้เรื่อง

เมื่อ มูรินโญ่ ได้ตัวเลือกที่ถูกใจ ได้ทีมที่เขาต้องการ มันจึงมีผลลัพธ์ที่ออกมาดีอย่างที่เห็น นักเตะอย่าง ปิแอร์ ฮอยจ์เบิร์ก, แมตต์ โดเฮอร์ตี้, คาร์ลอส วินิซิอุส หรือแม้กระทั่ง แกเร็ธ เบล ล้วนเป็นนักเตะที่เขารีเควสอยากได้ตัวทั้งนั้น

นั่นไม่เหมือนประสบการณ์เลวร้ายของเขากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ขอคนนี้ แต่กลับได้อีกคน ขอมิดฟิลด์ชั้นยอดที่ปรับตัวได้เร็ว แต่กลับได้ เฟร็ด มาทดแทน อะไรแบบนั้น

หากพา สเปอร์ส กลับมาคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้สำเร็จ มันจะถือเป็นการประกาศศักดาที่ยิ่งใหญ่ และจะยิ่งกลายเป็นกระจกสะท้อนถึงแนวทางการบริหารงานของ “ปีศาจแดง” ว่ามันเกิดปัญหาอะไรที่ควรต้องแก้ไขบ้าง

บางทีนั่นอาจเป็นสิ่งที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา กำลังต้องเจออยู่ ณ เวลานี้ การทำงานระหว่างเขากับทีมงานซื้อขาย ยังคงมีปัญหาติดขัดเหมือนเมื่อวันวานไม่มีผิดเพี้ยน

แฟน แมนฯ ยูไนเต็ด หลายๆ คนก็อาจจะทราบดี การปลด โซลชา ออกจากตำแหน่งคือการแก้ปัญหาในทางหนึ่ง แต่มันอาจยังไม่ใช่ต้นตอที่แท้จริง

และถ้า มูรินโญ่ ตบหน้าพวกเขาด้วยการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ ลีก ในซีซั่นนี้ มันก็จะยิ่งเป็นการตอกย้ำความล้มเหลวของบอร์ดบริหารชุดนี้ของ เอ็ด วู้ดเวิร์ด เข้าไปอีกครับ