ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2020/21 เกมที่ 8 ของฤดูกาลที่ สนาม เอติฮัด สเตเดี้ยม เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล 1-1

 ถือเป็นเกมสุดมันส์และสูสี หลังจาก ไคล์ วอล์คเกอร์ เสียท่า ซาดิโอ มาเน่ ทำเสียจุดโทษและ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ สังหารไม่พลาด อย่างไรก็ตาม กาเบรียล เชซุส ซัดตีเสมอสำเร็จ และมีโอกาสทองจากจุดโทษ แต่ เควิน เดอ บรอยน์ ยิงหลุดกรอบไปอย่างน่าผิดหวัง 

อลีสซง เบ็คเกอร์ 7/10
จัดการลูกกลางอากาศได้หมดจด เซฟลูกยิงของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ได้ยอดเยี่ยมในครึ่งแรก ประตูที่เสียโทษเขาไม่ได้ รวมถึงออกไปโหม่งบอลนอกเขตโทษด้วย

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ 6/10
ช่วงต้นเกมลูกครอสของเขาสร้างปัญหาให้คู่แข่งอยู่หลายครั้ง มีส่วนผิดพลาดจนเสียประตูหลังโดน เชชุส แตะหลบ มีโอกาสแก้ตัวจากการง้างยิงในเขตโทษแต่ติดเซฟของ เอแดร์ซอน น่าเสียดายที่บาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออก

โฌเอล มาติป 7/10
ออกสตาร์ทตัวจริงนับตั้งแต่เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ มีจังหวะแท้กเกิ้ลสำคัญๆ   ยืนถูกที่ถูกเวลาในการเคลียร์บอลหลัง สเตอร์ลิง ยิงติดเซฟ อลีสซง เสียใบเหลืองจากการเข้าหนักใส่ เดอ บรอยน์

โจ โกเมซ 5.5/10
เกือบทำให้ทีมโดนพลิกแซงหลังทำแฮนด์บอลจนเสียจุดโทษแต่ยังดีที่ เดอ บรอยน์ ยิงออก ครึ่งหลังก็มีจังหวะยืนเหม่อไม่ได้ตาม เชซุส แต่โชคดีที่โหม่งหลุดกรอบ 

แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน 6/10
เติมขึ้นมาครอสบอลได้ลุ้นอยู่หลายครั้ง มีครั้งหนึ่งที่เกือบถึง ฟีร์มีโน่ แต่ติดเซฟของ เอแดร์ซอน เป็นคนผ่านบอลให้ มาเน่ ไปเรียกจุดโทษได้สำเร็จ

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน 7/10
เป็นเกมที่ใช้พลังงานค่อนข้างเยอะในการบีบแดนกลางคู่แข่ง แต่ทำได้ดีทีเดียว มีจ่ายบอลขึ้นหน้าสวยๆ เป็นนักเตะที่คัฟเวอร์พื้นที่มากที่สุดในทีม

จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม 6/10
มีทั้งเรื่องดีและไม่ดี ต้องชมเรื่องการเอาตัวรอดในพื้นที่แคบรวมถึงเชื่อมเกมรุกได้ไหลลื่นใครึ่งแรก แต่มีส่วนรับผิดชอบกับประตูที่เสียเนื่องจากหลุดตำแหน่งจน เดอ บอรยน์ ผ่านบอลถึง เชซุส ได้ง่าย

ดีโอโก้ โชต้า 5/10
ครึ่งแรกมีส่วนร่วมกับเกมรุกมากทีเดียว แต่ไม่ได้พกความคมลงสนาม หลังยิงติดเซฟของ เอแดร์ซอน ไป 2 ครั้ง ครึ่งหลังบทบาทน้อยไปลง

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 7/10
ขยับมาเล่นเป็นกองหน้าในเกมนี้ จังหวะการวิ่งของเขาสร้างอันตรายให้แนวรับคู่แข่งตลอดโดยเฉพาะช่วงต้นเกม ยิงจุดโทษคมกริบเช่นเดิม

ซาดิโอ มาเน่ 8/10
เป็นคนเรียกจุดโทษให้กับทีม ปั่นป่วน ไคล์ วอล์คเกอร์ อยู่หลายครั้ง แถมยังมีหลายจังหวะที่ลงไปช่วยแย่งบอลในเกมรับอีกด้วย

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 5/10
ขยับมาเล่นในตำแหน่งกองหน้าตัวต่ำแต่ผลงานไม่ได้กระเตื้องขึ้นเท่าไหร่นัก มีส่วนร่วมกับเกมรุกก็จริงแต่ไม่มีทีเด็ดอะไรให้เห็นจนถูกเปลี่ยนตัวออก

ผู้เล่นสำรองที่ลงสนาม

เซอร์ดาน ชากิรี่ 6 (ลงสนามแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น.59)
ลงมาช่วยเกมรับเป็นส่วนใหญ่

เจมส์ มิลเนอร์ 6 (ลงสนามแทน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ น.63)
ลงเล่นแบ็กขวา จัดการกับ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ดี