10 มิถุนายน 2559 คือวันที่ "โค้ชอ๊อต" เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร หัวหน้าผู้ฝึกสอนวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ได้ประกาศอำลาทีมอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ทำงานในหน้าที่นี้มานับ 10 ปี

เกมสุดท้ายของ "โค้ชอ๊อต" ในการคุมทัพทีมสาวไทย คือการแข่งขันเวิลด์กรังด์ปรีซ์ 2016 ที่กรุงเทพ ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพ

นัดชิงอันดับ 5 แม้สาวไทย จะพ่ายให้กับ ทีมชาติจีน 0-3 เซต แต่ก็เป็นแมตช์แห่งความทรงจำ ที่เป็นการอำลาสนามทั้ง "โค้ชอ๊อต" กับ วรรณา บัวแก้ว ในวันเดียวกัน

ตลอดระยะเวลานับทศวรรษ "โค้ชอ๊อต" ได้ทุ่มเทการทำงานให้กับวงการวอลเลย์บอลอย่างสุดความสามารถ ตั้งแต่การเป็นผู้เล่น จนก้าวขึ้นมาเป็นผู้ฝึกสอน ทั้งทีมชาย และทีมหญิง

ตลอดจนอยู่ในการสานฝันของทีมชาติไทย ไปสู่การแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ที่ทุก ๆ คนคาดหวัง

แต่เมื่อถึงเวลา กุนซือทีมชาติไทย ก็มีอันต้องอำลาทีมเพื่อขอเวลาพักผ่อน และไปใช้ชีวิตกับครอบครัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ "โค้ชอ๊อต" ขาดไปนาน

"โค้ชอ๊อต" ได้เข้าพิธีวิวาห์กับ "เฝิงคุน" ตำนานมือเซตทีมชาติจีน เมื่อปลายปี 2557 จนทั้งคู่มีพยานรักด้วยกันหนึ่งคนคือ "น้องช้างช้าง" ที่คลอดเมื่อช่วงปลายปี 2561

แม้จะออกมาจากหน้าที่กุนซือทีมชาติไทย แต่ "โค้ชอ๊อต" ก็ยังทำหน้าที่ให้คำปรึกษา และให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องวอลเลย์บอลอยู่บ้างเป็นครั้งคราว และใช้เวลาในการพักผ่อน ทำธุรกิจกับครอบครัวเสียเป็นส่วนใหญ่

FIVB

จนเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมในปี 2563 สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ได้ "โค้ชอ๊อต" กลับมาทำงานอีกครั้ง พร้อมกับวางเป้าหมายให้อดีตกุนซือทีมชาติไทยรายการนี้ เข้าไปทำงานในตำแหน่งผู้บริหาร

สมาคมฯ วางแผนงานให้ "โค้ชอ๊อต" ในวัย 54 ปี ที่มีทั้งความรู้ และความเข้าใจในวอลเลย์บอล ทั้งจากเป็นผู้ฝึกสอน รวมถึงนักกีฬา อีกทั้งยังมีความเข้าใจในการสื่อสารภาษาอังกฤษแบบดีเยี่ยม ให้เข้ามาสานงานต่อจาก เรืออากาศโท ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ ที่มีตำแหน่งทั้งใน สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) และ สหพันธ์วอลเลย์บอลแห่งเอเชีย (AVC)

แม้จะมีเรื่องของโควิด-19 เขามาเป็นตัวขัดขวางการเดินทางไปมาหาสู่กันของหลาย ๆ ประเทศ ส่งผลให้การดำเนินการต่าง ๆ ของวอลเลย์บอลต้องหยุดชะงักลงไป

และที่สำคัญคือวาระการประชุมของ AVC รวมไปถึงองค์กรของโซนต่าง ๆ ในทวีป ต่างจำเป็นที่จะต้องมีการเลือกตั้งเพื่อหาคณะผู้บริหารชุดใหม่ ตามวาระที่สิ้นสุดลงในปีนี้

กระทั่ง 21 ตุลาคม 2563 AVC ได้จัดการประชุมผ่านทางช่องทางออนไลน์ พร้อมทำการเลือกตั้งออนไลน์ไปด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อให้มีคณะทำงานชุดใหม่เกิดขึ้น

และเป็นวันที่ โค้ชเกียรติพงษ์ เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง และได้นั่งเก้าอี้รองประธาน สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEZ) ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกของการดำเนินงานผู้บริหาร

การเป็นรองประธานของวอลเลย์บอลโซนอาเซียนนั้นมีความหมายอย่างมาก เพราะจะทำให้ "โค้ชอ๊อต" ได้ตำแหน่งใน AVC อีกถึง 2 ตำแหน่งด้วยกัน

อดีตกุนซือสาวไทย จะได้รับหน้าที่เพิ่มเติมอีก 2 ตำแหน่งใหญ่ ๆ คือการได้เข้าไปเป็น คณะกรรมการบริหาร AVC และตำแหน่ง รองประธานของ AVC

FIVB

"ขอบพระคุณท่านนายกสมพร, อาจารย์ชายฤทธิ์, ผู้บริหารสมาคม ที่สนับสนุนผมเสนอชื่อเข้าไปคณะกรรการโซนอาเซียน" "โค้ชอ๊อต" กล่าวหลังได้รับตำแหน่ง

"และขอบคุณสมาชิกทุกประเทศที่โหวต รู้สึกเป็นเกียรติที่เข้ามาทำหน้าที่นี้ ในส่วนของการบริหารสหพันธ์เป็นเรื่องที่สำคัญ มีบทบาทมากที่จะพัฒนากีฬาวอลเลย์บอลทุก ๆ มิติ โซนอาเซียนเราเป็นผู้นำ เราก็ทำงานร่วมมืออย่างดีกับทาง AVC และ FIVB ตลอดเวลา 20-30 ปีที่ผ่านมา"

"คิดว่าจะได้ทำหน้าที่หลาย ๆ มิติที่ท่านประธานสมพร ได้มอบหมายยินดีที่จะช่วยงานท่าน รวมทั้งที่ทำงานร่วมกับเอวีซี ที่จะเข้ามาเป็นบอร์ดบริหาร ตอนนี้ก็ยังไม่ได้แบ่งหน้าที่ว่าทำอะไรบ้าง ส่วนตัวก็คุ้นเคยกับผู้บริหารหลาย ๆ ท่านใน AVC ได้ฟังการประชุมสำคัญสองครั้ง ซึ่งทางประธานสหพันธ์โลก (ดร.อารี กราซา) ได้ให้ข้อคิดเห็นข้อสเนอแนะในการพัฒนากีฬาวอลเลย์บอลให้ก้าวไกล ซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมของโลก โดยเฉพาะในโซนเอเชียถือเป็นโอกาสที่ดี"

แต่การเดินทางของในการทำหน้าผู้ฝึกสอนของ "โค้ชอ๊อต" ยังไม่สิ้นสุดเพียงเท่านี้ ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ AVC จะจัดการประชุมเพื่อแบ่งหน้าที่การทำงานของแต่ละฝ่าย ภายใต้ประธานคนใหม่คือ นางริตา ซูโบโว จากอินโดนีเซีย

อีกทั้งในการประชุมน่าจะมีการคัดเลือกผู้ที่จะเข้าไปทำหน้าที่เป็นบอร์ดบริหารของ FIVB อีกหนึ่งขั้นตอน ซึ่งเป็นแผนงานของทางสมาคมลูกยางไทย ที่หวังว่า อดีตนายใหญ่ทัพสาวไทย จะต้องได้รับหน้าที่นี้ด้วย

โดยการจะเข้าไปทำงานใน FIVB จะมีการเลือกตั้งประธานคนใหม่ รวมถึงเลือกบอร์ดบริหาร ในการประชุมเวิลด์ คองเกรส ในช่วงเดือนมกราคม 2564 ที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพ

"ในส่วนของการบริหารถือเป็นบทบาทใหม่ของตัวเองต่างจากการเป็นโค้ช ดังนั้นก็คงต้องมองให้กว้างให้ลึกทุกมิติของการบริหารจัดการ เราต้องช่วยกันพัฒนากีฬาวอลเลย์บอลโซนอาเซียน และ เอเชียให้ก้าวไกลในระดับสากล รวมทั้งต้องทำงานกับสหพันธ์โลกอย่างใกล้ชิด ต้องพัฒนาทุกมิติตั้งแต่รากหญ้า ทำให้กีฬาวอลเลย์บอลสู่มวลชน ในทุกประเทศอาเซียนและเอเชียให้ได้รับความนิยมรวมทั้งพัฒนาทีมชาติของทุก ๆ ประเทศ" โค้ชอ๊อต กล่าวปิดท้าย

SMMSPORT

และนี่คือแนวทางของการทำงานในฐานะผู้บริหาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งบทบาทใหม่ของ "โค้ชอ๊อต" ในการทำงานวอลเลย์บอล และหวังว่านี่จะเป็นก้าวที่สำคัญของวงการวอลเลย์บอลไทย ในการเปิดประตูสู่การบริหารงานยุคใหม่ เพื่อพัฒนาวงการวอลเลย์บอลให้ก้าวไกลกว่าเดิม