เชื่อว่าวันนี้แฟนบอล "กิเลนผยอง" คงหน้าชื่นตาบานกันทุกคน เพราะทั้งฟอร์มการเล่น และผลการแข่งขัน มันแฮปปี้สุดๆ

ชัยชนะเหนือ โปลิศ เทโร เอฟซี 3-1 ทำให้ทัพ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ขยับมาอยู่ที่ 10 ของไทยลีก มี 13 แต้ม จาก 9 นัด

แม้อันดับจะยังไม่สูงมากนัก แต่แฟนบอลเริ่มพอมองเห็นอนาคตแล้วว่า ในยุคใหม่ที่มี มาริโอ ยูรอฟสกี้ อดีตนักเตะเลือดกิเลนคุมทัพอยู่นั้น มันไฉไลเป็นบ้า

และนี่คือ 5 สิ่งที่เห็นจากการประเดิมคุมทีมนัดแรกของ "เกรียนโอ้"

1 นักเตะทุกคนวิ่งสู้ฟัด

ในเกมกับเทโร นักเตะเมืองทองวิ่งสู้ฟัดกันดีมาก ทุกคนช่วยกันเล่น ช่วยกันวิ่ง ไม่มีหมดตลอด 90 นาที เกมรุกก็วิ่งดันขึ้นไปเป็นแผง บทจะเล่นเกมรับ แม้แต่แนวรุกก็ยังวิ่งลงมาช่วยไล่บอล ซึ่งคาแรคเตอร์แบบนี้ถือว่ายอดเยี่ยมสำหรับทีมพลังหนุ่ม

2 เน้นเกมบุกเอนเตอร์เทนแฟนบอล

ก่อนเริ่มเกม เรายังไม่รู้ว่าสไตล์การคุมทีมของ ยูรอฟสกี้ จะเป็นรูปแบบไหน จะเน้นเกมรับ เน้นผลการแข่งขันเหมือน มูรินโญ่ หรือจะเน้นเกมบุกเหมือน เจอร์เก้น คล็อปป์

แต่พอได้เห็น และได้ดู ยูรอฟสกี้ คุมทีม ภาพของ เจอร์เก้น คล็อปป์ แห่งทีมลิเวอร์พูล ก็ลอยเด่นขึ้นมาทันที เพราะเขาทำทีมเน้นเกมบุก เอนเตอร์เทนแฟนบอลสุดๆ แถมลีลาการคุมทีมข้างสนามของ เกรียนโอ้ ก็ยังได้ใจแฟนบอล เขามีส่วนร่วมเกือบทุกช็อต ตะโกนสั่งตลอดทั้งเกม และยังไปร่วมดีใจกับนักเตะที่ยิงประตูได้ จนผมนึกในใจ นี่มัน เจอร์เก้น คล็อปป์ ชัดๆ

สไตล์การเล่นของ เมืองทอง ในยุคของเขา ชัดเจนว่าเน้นเกมรุก แม้ตอนทีมจะยังเสมอ หรือขึ้นแล้ว 2-1, 3-1 ก็ยังเดินหน้าบุกเข้าใส่ไม่หยุด จนแฟนบอลกิเลนผยองต่างบอกเป็นเสีงเดียวกันว่า "นี่แหล่ะเมืองทองในแบบที่ต้องการ!!"

3 สปิริตนักสู้ ไม่มีถ่วงเวลา

ต่อจากข้อที่แล้ว ที่เมืองทองเน้นเกมบุกมากขึ้น ซึ่งตอนนำห่าง 3-1 ผมก็ยังแอบคิดบ้างว่า ทำไม เมืองทอง ไม่เน้นเกมรับ ไม่เล่นถ่วงเวลา เพื่อที่รักษาผลสกอร์บ้าง

แต่พอเหลือบมองไปที่ ยูรอฟสกี้ เขายังตะโกนสั่งให้ลูกทีมพร้อมที่จะบุกตลอดเวลา ทุกครั้งที่มีโอกาสสวนกลับ เมืองทองจะสวนทุกดอก สวนทุกลูก ไม่มีจังหวะไหนที่จะดึงช้าถ่วงเวลาเลย พวกเขายังคงมองหาประตูที่ 4 ตลอดเวลา โต้กลับแต่ละทีวิ่งบุกขึ้นมา 4-5 คนตลอด แต่ติดที่จังหวะสวนกลับหลายครั้ง มันยังขาดประสิทธิภาพ ขาดความเฉียบคม ไม่เช่นนั้น เทโร คงจะโดนมากกว่า 3 ลูกเป็นแน่

4 นักฟุตบอลดูแฮปปี้

จากเท่าที่สังเกตุ นักเตะหลายๆคนของเมืองทอง ดูจะยิ้มแย้มมากขึ้นในยุคของ ยูรอฟสกี้ ซึ่งเท่าที่ไปสอบถามตัวของนักฟุตบอลหลายคน อาทิ พิชา อุทรา เขาก็บอกว่า ยูรอฟสกี้ มีการคุมทีมแบบสบายๆ เป็นกันเอง ไม่ซีเรียสมากนัก และที่สำคัญคือไม่กดดันนักเตะ 

และจากที่ไปสอบถาม ยูรอฟสกี้ ถึงแนวทางการคุมทีมของเขา เขาก็บอกว่า ต้องการคุุมทีมแบบง่ายๆ ให้นักเตะของเขามีความสุขกับการเล่นฟุตบอล เพราะเมื่อคุณมีความสุขแล้ว ผลงานที่ดีจะตามมาเอง

ซึ่งแนวทางการทำทีมแบบนี้ ตัวกุนซือเหมือนเป็นพี่ใหญ่ของนักเตะ มากกว่าที่จะเป็นเจ้านาย ก็ถือว่าแค่นัดแรก เกรียนโอ้ ก็คงได้ใจลูกทีมไปเต็มๆ ดูได้จากจังหวะที่ยิงประตูได้ นักเตะทุกคนจะวิ่งมาดีใจกับเขาทั้งทีม ซึ่ง ยูรอฟสกี้ ก็จัดการ"ตบหัว"ให้กำลังไปหลายดอกเลยทีเดียว

5 ทีมนี้มีอนาคต

และสิ่งที่เห็นเด่นชัดจากทีมเมืองทองในตอนนี้ คือ "ทีมนี้มีอนาคต" เพราะผู้เล่นหลายคนอายุยังน้อย แต่การเล่นในสนามถือว่าไม่ธรรมดา ยิ่งตอนนี้มีโค้ชที่ถือว่า "ใช่" ก็ยิ่งทำให้กิเลนหนุ่มดูเฉิดฉายมากขึ้น

เพียงแค่ในอนาคตขัดเกลา ปรับแก้ อีกนิดหน่อย ผมเชื่อว่า เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมนี้ อาจจะเป็นยอดทีมได้ในเวลาอันใกล้