ลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายศึกคาราบาว คัพ โดยจะเจอกับอาร์เซนอลในรอบถัดไป ซึ่งต้องคอยดูกันต่อไปว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะยังคงใช้นักเตะตัวสำรองในนัดนี้ลงดวลปืนใหญ่ในครั้งหน้าหรือไม่

           เคอร์ติส โจนส์ และ ทาคุมิ มินามิโนะ ต่างก็ทำ 2 ประตูช่วยให้ลิเวอร์พูลเอาชนะลินคอล์น ซิตี้ ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 ก่อนที่จะรอบต่อไปพวกเขาจะไปเจอกับอาร์เซนอล โดยเกมเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น เซอร์ดาน ชากิรี่ เป็นคนเตะฟรีคิกให้หงส์แดงออกนำตั้งแต่ช่วงต้นเกม ก่อนที่มินามิโนะจะมายิงประตูที่ 2 และโจนส์ ซัดประตูที่ 3 และ 4 ให้หงส์แดงนำ 4-0 ในครึ่งแรก ครึ่งหลังดาวเตะจากแดนอาทิตย์อุทัยทำได้อีก 1 ประตูเป็น 5-0 ก่อนที่ทาโย่ เอดัน จะมาตีไข่แตกให้เจ้าถิ่น จากนั้นมาร์โก กรูยิช ก็ช่วยให้ทีมนำห่างออกไปอีกเป็น 6-1 และเป็นลูอิส มอนท์สมา ช่วยให้ลินคอล์น ไล่มาเป็น 6-2 จากนั้นก็เป็นดิว็อค โอริกี้ ที่ช่วยปิดกล่องให้ลิเวอร์พูลเอาชนะไปอย่างถล่มทลาย 7-2 และนี่คือ 5 สิ่งที่ได้จากเกมสุดเอนเตอร์เทนที่ยิงรวมถึง 9 ประตู

 

1. โจนส์สุดแจ่ม

             ไม่ยากเลยที่จะเห็นว่าทำไมกองเชียร์ในถิ่นแอนฟิลด์ถึงตื่นเต้นกับว่าที่ 'กัปตันทีม' อย่างเคอร์ติส โจนส์ โดยแข้งชาวเมืองลิเวอร์พูลวัย 19 ปี สามารถแจ้งเกิดด้วยประตูชัยสุดสวยในเกมกับเอฟเวอร์ตัน ในศึกเอฟเอคัพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ส่วนในเกมกับลินคอล์นนั้น ความสามารถในการยิงที่ไร้ที่ติของเขาปรากฏขึ้นอีกครั้งกับการยิงปั่นโค้งเสียบเสาสองเข้าประตูไปอย่างงดงามถึง 2 ครั้งภายใน 4 นาที โจนส์มีอะไรดีกว่าการทำประตู เพราะเขาไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเวลาวิ่งอยู่กลางสนาม นอกจากนี้โจนส์ ยังใส่เสื้อหมายเลข 17 เบอร์เดียวกับที่ตำนานกัปตันทีมอย่างสตีเว่น เจอร์ราร์ด เคยสวมใส่ตอนเพิ่งก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี่ในแอนฟิลด์ และเช่นเดียวกับเจอร์ราร์ด เมื่อเวลาผ่านไป โจนส์ได้แสดงให้เห็นถึงพลังงานในแดนกลางและได้แสดงให้เห็นว่าเหตุใดเขาถึงคู่ควรที่จะได้รับการคาดหมายให้เป็นผู้ยิ่งใหญ่คนต่อไปที่ลิเวอร์พูล

 

2. ช้ากเคาะสนิม

             เซอร์ดาน ชากิรี่ ใช้เวลาไม่นานในการสร้างความประทับใจในการออกสตาร์ทเป็นครั้งแรกให้ลิเวอร์พูลนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2019 โดยสตาร์ชาวสวิสได้รับบาดเจ็บในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ลูกฟรีคิกที่ทรงพลังจากมุมนอกเขตโทษด้านขวาและพุ่งเสียบสามเหลี่ยมเสาแรกเข้าประตูไปอย่างสวยงามนั้นแสดงให้เห็นว่าความสามารถในการยิงลูกนิ่งของเขานั้นไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย การยิงประตูตั้งแต่ต้นเกมของชากิรี่นั้นแทบจะดับความหวังของทีมจากลีก วัน และทำให้หงส์แดงควบคุมได้ง่ายขึ้น แข้งวัย 28 ปียังสร้างความประทับใจกับความปรารถนาของเขาที่จะรับบอลในแดนกลางและขับเคลื่อนทีมไปข้างหน้าหรือการโยนบอลข้ามฟากที่แม่นยำ และแม้ว่าชากีรี่จะมีข่าวว่าเตรียมย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ หลังจากที่สโมสรซื้อตัว ดิโอโก้ โชต้า เข้ามา แต่คุณภาพของเขาที่แสดงออกมาได้ทันท่วงทีในเกมนี้ อาจจะโน้มน้าวใจให้เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเก็บตัวเอาไว้ต่อไปในฤดูกาลนี้

 

3. ทาคิ ร่ายเวทมนตร์อีกครั้ง

             มินามิโนะยังคงฟอร์มที่ดีของเขาต่อไปกับสองประตูที่ยิงเพื่อให้เข้าตาคล็อปป์ในการขอมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในเกมพรีเมียร์ ลีก สตาร์ชาวญี่ปุ่นแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการจบสกอร์ที่ยอดเยี่ยมของเขาด้วยการยิงปั่นโค้งด้วยขวา บอลพุ่งเสียบเสาเข้าประตูไปให้ลิเวอร์พูลขึ้นนำ 2-0 และสัญชาตญาณกองหน้าของเขาก็แสดงให้เห็น
ในประตูที่ 2 ของเขาที่ตามมายิงซ้ำลูกยิงของฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ เข้าไปเป็นประตู 5-0 ในช่วงครึ่งหลัง โดย 2 ประตูในเกมนี้ของมินามิโนะก็เกิดขึ้นหลังจากช่วงปรีซีซั่นที่ยอดเยี่ยมซึ่งเขาทำประตูในศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์กับอาร์เซนอลและในเกมกระชับมิตรกับแบล็คพูล ขณะที่ในเกมลีกเขาได้ลงเพียงแค่เกมเดียว แถมใช้เวลาเพียง 4 นาทีเท่านั้นในแมทช์บุกไปเอาชนะเชลซี 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา น่าเสียดายสำหรับแข้งวัย 25 ปี ที่คล็อปป์ยังคงยึดมั่นอยู่กับ 3 ประสานของเขาอย่างโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่ และ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ อย่างไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งเดียวที่เขาสามารถทำได้ในขณะนี้ก็คือทำผลงานให้ได้ยอดเยี่ยมต่อไปในเกมที่เขาจะได้ออกสตาร์ทก็คือบอลถ้วยนั่นเอง

 

4. เกมแรกของแนวรับหน้าใหม่

            นี่เป็นโอกาสดีที่สุดสำหรับนักเตะใหม่อย่างคอสตาส ซิมิกาส และ นักเตะจากอะคาเดมี่ อย่าง รีส วิลเลี่ยมส์ ที่จะได้ประเดิมสนามให้กับทีมในเกมบอลถ้วย โดยซิมิกาส สามารถเดินเกมขึ้นหน้าทางฝั่งซ้ายได้อย่างสบายใจเพราะเขามีเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค คอยซัพพอร์ทอยู่ด้านหลัง และความสามารถในวิ่งตรงริมเส้นและในสนามของเขาก็ไม่ได้แตกต่างจากแอนดี้ โรเบิร์ตสัน ในขณะเดียวกันเซ็นเตอร์แบ็คอย่าง รีส วิลเลียมส์ ก็ได้ประเดิมสนามคู่กับหนึ่งในเซ็นเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดในโลกอย่างฟาน ไดจ์ค ส่วนฝั่งขวาก็เป็นเพื่อนที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีจากอะคาเดมี่อย่างเนโก วิลเลี่ยมส์ ทำให้เกมนี้ลิเวอร์พูลสามารถเก็บคลีนชีทได้ในครึ่งแรก  แต่สิ่งต่างๆ กลับแย่ลงหลังจากที่ฟาน ไดจ์ค ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง เมื่อไม่มีปราการหลังร่างยักษ์รายนี้แล้ว แนวรับดาวรุ่งก็ดูเปราะบางลงไป จนทาโย่ เอดัน มาทำประตูตีไข่แตกจากการโต้กลับของลินคอล์น รีส วิลเลียมส์ แสดงให้เห็นถึงความไร้ประสบการณ์ของเขาด้วยการพุ่งล้มสองครั้งในช่วงก่อนทำประตู แต่ถือเป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่สำคัญสำหรับแข้งวัย 19 รายนี้ และสำหรับซิมิกาส เป็นการประเดิมสนามที่ยอดเยี่ยมสำหรับดาวเตะทีมชาติกรีซและทีมของลิเวอร์พูลจะแข็งแกร่งขึ้นจากการมีแบ็คซ้ายธรรมชาติเพื่อมาเป็นอะไหล่ของโรเบิร์ตสัน

 

5. ความหวังของคนที่ถูกลืม

            กว่าชากิรี่จะได้เป็นตัวจริงอีกครั้งก็ต้องรอถึง 9 เดือนแต่สำหรับมาร์โก กรูยิช แล้ว ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะได้สวมเสื้อหงส์แดงออกสตาร์ที่สนาม LNER ของลินคอล์น เมื่อมองไปที่ความแข็งแกร่งในเชิงลึกของทีม ก็ยากที่จะเห็นแข้งชาวเซิร์บจะได้ลงอย่างสม่ำเสมอ และในความเป็นจริงแล้วเขาอาจเป็นได้เพียงตัวเลือกอันดับ 8 ในตำแหน่งกองกลางของทีมหลังการมาถึงของติอาโก้ อัลกันตาร่า กรูยิชใช้เวลาสองฤดูกาลล่าสุดไปกับการยืมตัวและสามารถสร้างความประทับใจได้ที่แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ที่ซึ่งเขามีข่าวเชื่อมโยงว่าจะกลับไปในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ด้วยจำนวนรายการแข่งขันของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่กรูยิชและชากิรี่ อาจจำเป็นต้องอยู่ในแผนการทำทีมของคล็อปป์ด้วยฟอร์มการเล่นและการทำประตูในมิดแลนด์ตะวันออกเมื่อคืนที่ผ่านมา