ดูท่าทางว่าวอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก ซีซันใหม่ ยังคงมีปัญหาในการดำเนินการจัดแข่งขันที่ยังเคลียร์ไม่ลงตัว

นับตั้งแต่การประกาศอำลาของ True4U หลังจบฤดูกาล 2020 สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย ก็ยังไม่มีผู้สนับสนุนรายใหม่เข้าเพื่อดำเนินการแข่งขันในซีซันใหม่ได้อย่าง 100%

2 ฤดูกาลหลัง ตั้งแต่ 2018-19 และ 2020 วอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก ยกระดับตัวเองสร้างมูลค่า และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากมาย

True 4 U เข้ามาเปลี่ยนแปลงการแข่งขัน ทั้งเพิ่มจำนวนการถ่ายทอดสด จากเดิมที่ถ่ายสดสัปดาห์ละ 4-5 คู่ มาเป็นถ่ายทอดสดครบทุกคู่

หรือการมีชื่อผู้สนับสนุนที่อยู่ด้านหน้าชื่อของ วอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก รวมถึงเพิ่มเงินสนับสนุนทีม ทั้งจาก True หรือจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย และเพิ่มเงินรางวัล

รวมมูลค่าที่เงินสะพัดใน 2 ฤดูกาลหลัง ประมาณการเอาไว้อยู่ที่ ปีละ 90 ล้านบาท

ซึ่งเมื่อผู้สนับสนุนรายหลักได้ถอนตัวออกไป เรื่องดังกล่าวจึงกลายมาเป็นปัญหาที่ทางสมาคมฯ จะต้องดำเนินการแก้ไข

ณ ตอนนี้ สมาคมฯ กำลังเจรจาหาผู้สนับสนุนการจัดแข่งขันรายใหม่ รวมถึงช่องถ่ายทอดสดที่จะเข้ามารับหน้าเสื่อต่อในการแข่งขันฤดูกาล 2020-21

แต่ด้วยสถานการณ์ของโควิด ที่กระทบไปทั่ว ทำให้การหาคนเข้ามาดูแลต่อ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน

วอลเลย์บอลไทยแลนด์ลีก ในช่วงหลัง สามารถยกระดับการแข่งขันขึ้นมาให้น่าสนใจอยู่มากทีเดียว ทั้งเรื่องของการจัดแข่งขันที่ดีขึ้น เรื่องของคนดูก็มีมากขึ้น เรื่องเงินรางวัล เงินสนับสนุนทีมก็สูงขึ้น และยังมีการถ่ายทอดสดให้แฟนกีฬาได้ดูทุกคู่

แม้สมาคมฯ จะขยับการแข่งขันในซีซันล่าสุด ไปยัดไว้ในช่วงปลายเดือนมกราคม และเบียดให้มีเกมกลางสัปดาห์ แต่ก็ยังมีแฟนวอลเลย์บอล เข้ามาดูเกมในสนามจนเต็มแทบจะทุกเกม ก่อนที่โควิดจะมา

ส่วนหนึ่งก็ต้องยกความดีความชอบให้กับทุก ๆ สโมสร ที่เริ่มทำทีมเป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น และเสริมตัวนักกีฬาได้น่าสนใจ สร้างความอยากให้กับแฟน ๆ ที่จะเข้ามาดูในสนาม

หรือแม้แต่จะไม่ได้มา จำนวนยอดคนดูในโซเชียล และทีวีก็สูงเป็นหลักเกือบแสนคน

ทุกอย่างกำลังเป็นไปได้อย่างสวยงาม และน่าจะเป็นเส้นทางที่สดใสของกีฬาวอลเลย์บอลอาชีพเมืองไทย

แต่หนหลังจากนี้ สมาคมฯ จะเจอบทพิสูจน์ที่ยากยิ่งกว่าเดิมอีกครั้ง

แม้ว่าส่วนหนึ่งสมาคมฯ จะได้รับการสนับสนุนเงินจาก กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ การกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวนหนึ่ง ที่จะมอบให้กับสโมสร เป็นค่าเงินบำรุงทีม และเงินรางวัล

แต่ยังเหลือเงินที่จะต้องนำมาใช้จ่ายในการจัดแข่งขัน ทั้งเงินค่าวิดีโอ ชาเลนจ์, VIS, ถ่ายทอดสด, ประชาสัมพันธ์, ค่าเช่าสนาม, เจ้าหน้าที่ต่าง ๆ รวมแล้วเป็นเงินจำนวนมากไม่น้อย

ซึ่งสมาคมฯ ได้ทำการประชุมภายใน เพื่อหาข้อสรุปเบื้องต้น อาจจะมีอุปกรณ์บางอย่างที่เคยใช้ในฤดูกาลก่อน ๆ และในฤดูกาลนี้ "อาจจะ" ไม่มีอีกแล้ว

ส่วนเรื่องของการแข่งขันช่วงเปิดฤดูกาล ตอนนี้กำหนดมาแล้ว น่าจะเริ่มต้นไม่ช่วงสัปดาห์แรกของเดือนธันวาคม 2563 ก็คงเป็นสัปดาห์ที่ 2 และจะไปจบในช่วงปลายเดือนมีนาคม 2564 รวมระยะเวลาแข่งขัน 15 สัปดาห์

อีกทั้งเมื่อเวลาเพิ่มมามากขึ้น จึงไม่จำเป็นที่จะต้องมีเกมในช่วงนัดกลางสัปดาห์ คือวันพุธเหมือนในฤดูกาลที่แล้ว

และรูปแบบการแข่งขัน จะมีการปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อย โดย 8 ทีม ในเลกแรก จะแข่งขันแบบพบกันหมด 1 รอบ และคัดเอาทีมอันดับ 1-6 ผ่านเข้าไปเล่นต่อในเลก 2

และ 6 ทีมที่เหลือในเลก 2 จะแข่งขันแบบพบกันหมด 1 รอบ คัดเอาทีมอันดับ 1-4 เข้าไปในรอบชิงชนะเลิศ ส่วนรอบชิงชนะเลิศ แข่งขันพบกันหมด 2 รอบ ทีมที่มีผลงานดีที่สุด จะคว้าแชมป์ไปครอง

เท่ากับว่า ฤดูกาลที่จะถึงนี้ ทีมที่มีผลงานอันดับ 7-8 มีอันจะต้องหล่นชั้นลงไปก่อน (ต่างจากฤดูกาลก่อน ที่จะตกชั้นจากเลกแรกเพียงแค่ทีมเดียว)

ส่วนหลังจากนี้ สมาคมฯ น่าจะมีการเรียกทุกสโมสร ที่จะเข้าร่วมแข่งขัน มาประชุม และพูดคุยกันอีกที ว่าปัญหาที่เกิดขึ้น จะมีการเดินหน้าแก้ไขต่ออย่างไร

เราคงไม่อยากเห็นการแข่งขันที่เหมือนจะเดินทางออกมาไกล แต่ก็ต้องกลับไปสู่จุดแรกเริ่ม ที่มีถ่ายทอดสดแค่ไม่กี่คู่ หรือจะเป็นสโมสร ที่จะมีปัญหาเรื่องการเงินติดลบหนัก

คงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเหมือนกัน