หากไม่นับแมตช์เร้าใจระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ลีดส์ เราคงต้องยอมรับว่าฟอร์มของ เอฟเวอร์ตัน ในเกมที่บุกเชือด ท๊อตแน่ม ฮอทสเปอร์ แดดิ้นคาบ้าน ก็นับว่าเป็นอะไรที่โดดเด่นถูกพูดถึงอยู่ไม่น้อย

ฤดูกาลที่ 2 ของ คาร์โล อันเชล็อตติ และขุมกำลังที่แลดูพร้อมเต็มสูบ นี่คือทีมที่น่าตื่นเต้นที่สุดของพลพรรค “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ในรอบหลายปีเลยทีเดียว

เอฟเวอร์ตัน เป็นทีมเก่าแก่ มากมายด้วยเกียรติประวัติ แต่พวกเขาคือนิยามของคำว่า “ยักษ์หลับ” ตัวจริงเสียงจริงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงเวลาราว 4-5 ฤดูกาลหลังสุด เราจะเห็นได้ว่าพวกเขามีความพยายามที่จะเสริมทัพพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในพาร์ทของกุนซือหรือนักเตะหน้าใหม่

มาร์โก ซิลวา, โรนัลด์ คูมัน เคยถลุงเงินสโมสรในระดับที่ไม่น้อยหน้าทีมยักษ์ใหญ่ แต่มันก็แลกมาด้วยผลการแข่งขันอันย่ำแย่ จนกระทั่งการเข้ามาของ อันเชล็อตติ ในวันนี้

มันเป็นครั้งแรกที่ เอฟเวอร์ตัน ได้กุนซือดีกรีระดับโลกจริงๆ ซึ่งก็ได้นำพานักเตะดีๆ เข้ามาสู่ทีม แถมมันยังเป็นการเติมอาวุธที่ถูกจุดสุดๆ ในแต่ละตำแหน่ง

ฤดูกาลที่แล้ว พลพรรค “ทอฟฟี่เมน” ต้องพึ่งพา ริชาร์ลิซอน เป็น “เดอะ แบก” ในการสร้างสรรค์เกมรุก ในขณะที่ตัวเลือกอื่นๆ ต่างก็บอดสนิทกันทั้งหมด และนั่นรวมถึงตัวที่ซื้อเข้ามาในยุคก่อนหน้านี้อย่าง เซง โตซุน หรือ ธีโอ วัลค็อตต์ ด้วยเช่นกัน

“อันเช่” ค่อยๆ ปรับระบบทีมไปเรื่อยๆ และเลือกหยิบ โดมินิค คาเวิร์ต เลวิน มาใช้เป็นศูนย์หน้าตัวเป้าแบบเต็มๆ ซึ่งให้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างเหลือเชื่อ แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังมีปัญหาอยู่ในแผงกองกลาง

ตัวไล่บอลชั้นเทพแห่งเวที เซเรีย อา อย่าง อัลลัน ถูกนำตัวมาจาก นาโปลี ตามมาด้วย อัลดุลลาย ดูกูเร่ จาก วัตฟอร์ด คอยตัดเกมก่อนถึงแผงหลัง ประจวบเหมาะกับการกลับมาของ อังเดร โกเมส ที่โดดเด่นเรื่องการวางบอลและความชาญฉลาด

อีก 1 ตัวที่คงไม่พูดถึงไม่ได้เลย นั่นก็คือ ฮาเมส โรดริเกซ ในตำแหน่งมิดฟิลด์เท้าซ้ายที่ยืนทางฝั่งขวา

ดาวเตะโคลอมเบีย ที่แทบไม่ได้ลงเล่นเลยในฤดูกาลก่อน คัมแบ็คกลับมาเปิดตัวใน พรีเมียร์ ลีก แบบคนที่กระหายการลงเล่นในเกมอย่างมหาศาล และเขาคืออีก 1 มิติที่เข้ามาแบ่งเบาภาระของ ริชาร์ลิซอน ได้หลายโข

ด้วยแผงมิดฟิลด์ที่ยอดเยี่ยม นั่นช่วยกลบจุดอ่อนในเกมรับชุดเดิมๆ ของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” ได้เป็นอย่างดี แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เปิดช่องให้พวกเขาสร้างสรรค์เกมรุกขึ้นมาได้อย่างน่าสนใจ

อาวุธโจมตีของ เอฟเวอร์ตัน มาด้วยความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่างมารับบอลริมเส้นของ ริชาร์ลิซอน, การขยับ อังเดร โกเมส มายืนเอียงซ้ายนิดๆ หรือการให้ ฮาเมส เล่นในแท็คติกเลี้ยงตัดเข้าใน และหาช่องสร้างสรรค์โอกาสทั้งการจ่ายและยิง

แม้กระทั่ง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เชี่ยวชาญกับศาสตร์ในการเล่นเกมรับ ก็ยังต้องปวดหัวสุดๆ กับประสิทธิภาพการเล่นคู่แข่งของเขาในครั้งนี้

มิดฟิลด์ทั้ง 3 ของ เอฟเวอร์ตัน ไม่มีใครที่สามารถเล่นทางริมเส้นแบบธรรมชาติ, ไม่ใช่กองกลางในแบบเลี้ยงบอลไปกับตัวเองได้ดี หรือเป็นผู้เล่นในแบบที่มีความเร็วจัดจ้านสุดๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะแค่ ฮาเมส และ ริชาร์ลิซอน มันก็เพียงพอแล้ว

การวางหมากของ “พี่แจ้” มีความหลากหลาย อายุงานของเขาอยู่ในระดับที่เท่าๆ กับ มูรินโญ่ แต่มันดูเหมือนว่ากุนซือหน้าอวบชาวอิตาเลี่ยน จะมีอาวุธในการวางหมากที่หลากหลายกว่า “เดอะ สเปเชี่ยล วัน” อยู่หลายขุม

สิ่งที่เราเห็นจาก เอฟเวอร์ตัน ในเกมล่าสุด มันอาจไม่ได้เหมือนกับระบบมิดฟิลด์ ไดม่อน อันลือลั่นสมัยคุม เอซี มิลาน ก็จริง แต่มันก็ทำให้เราอดคิดไม่ได้ว่า มิดฟิลด์ และแนวรุกชุดนี้ของทีมดังแห่งถิ่น กูดิสัน พาร์ค มีโอกาสที่จะสร้างฟุตบอลที่น่าตื่นตาตื่นใจได้ดีไม่แพ้กัน

กัตตูโซ่, ปีร์โล่, เซดอล์ฟ, กาก้า และ เชฟเชนโก้ เป็นชื่อที่ยืนสูงอยู่บนหิ้ง แต่ถ้าเรามองย้อนกลับไปในช่วงก่อนที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จ พวกเขาก็ไม่ใช่คนที่โด่งดังเป็นเบอร์ใหญ่มาก่อน

กัตจัง ถูกซื้อมาจาก เปรูจ , ปีร์โล่ และ เซดอร์ฟ เคยดับสนิทกับ อินเตอร์ ส่วนทาง กาก้า ที่เป็นเด็กเนิร์ดอิมพอร์ตมาจาก บราซิล ขณะที่ เชฟเชนโก้ เป็นแค่ดาวรุ่งฟอร์มแรงจาก ดินาโม เคียฟ

ขุมพลังของ เอฟเวอร์ตัน คงยังไม่ได้โหดขนาดนั้น และมันคงตลกที่เราจะมองความสำเร็จกันเลยในตอนนี้หลังจากผ่านแมตช์ไปแค่ 1 เกม

แต่มันปฏิเสธไม่ได้ว่า มิดฟิลด์ของ เอฟเวอร์ตัน ชุดนี้ มีแรงดึงดูดที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอลในตอนนี้จริงๆ ครับ