แม้ว่าวอลเลย์บอลชายของอิหร่าน จะสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ในฐานะหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลชั้นนำของโลก มีผลงานทั้งในระดับเอเชีย และระดับนานามากมาย

รวมถึงผลิตซูเปอร์สตาร์อย่าง ซาอีด มารูฟ และ มูฮัมหมัด มูซาวี และอีกมากมายขึ้นมาประดับวงการ

ตอนนี้ผู้หญิงของอิหร่าน กำลังเริ่มวางแผนเพื่อก้าวสู่แถวหน้าของวอลเลย์บอลเอเชีย

การเดินทางของ เมเดห์ บอร์ฮานี นั้นยาวนานแต่คุ้มค่า เธอได้มีอาชีพในวงการกีฬาในช่วงเวลาที่ความฝัน และชัยชนะในการแข่งขันระดับนานาชาติเป็นแค่ฝันเดียวของเธอ รวมไปถึงการสลักชื่อของเธอว่าเป็นอีกหนึ่งไอดอลของวงการวอลเลย์บอลอิหร่าน

"ทุกคนรู้ดีว่าฉันเป็นนักสู้ในสนาม แต่นอกเหนือจากนั้นฉันยังมีอารมณ์ขัน ฉันมีพลัง, ความเจ๋งและร่าเริง ฉันยังมีความรับผิดชอบมากๆ, ขยันขันแข็งและซื่อสัตย์" บอร์ฮานี กล่าว

"ในการเล่นกีฬา หากคุณต้องการเป็นผู้ชนะ คุณควรทำงานหนัก, ต่อสู้และมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องปรับปรุงตัวเองก่อนแทนที่จะให้ความสำคัญกับผลการแข่งขัน คุณต้องศึกษาผู้ชนะและดูว่าพวกเขาชนะการแข่งขันอย่างไร ในขณะเดียวกันก็เคารพผู้แพ้สำหรับความพยายามที่พวกเขาทุ่มเทลงไปในเกม"

"ฉันคิดว่าฉันก้าวหน้าไปมาก ฉันมีความมั่นใจ, ประสบการณ์และความรับผิดชอบมากขึ้นในฐานะกัปตันทีม วอลเลย์บอลทำให้ฉันมีความมั่นใจ ฉันมีประสบการณ์ทั้งชนะและแพ้ ฉันได้ยกระดับความสามารถทางจิตใจและร่างกายของฉัน ซึ่งทำให้ฉันเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งมากขึ้น ตอนนี้ฉันเป็นแบบอย่างที่ดีสำหรับครอบครัว และเพื่อน ๆ ของฉัน"

บอร์ฮานี ลงเล่นให้กับทีมชาติอิหร่านเมื่ออายุเพียง 18 ปี ตอนนี้เธออายุ 32 และประสบความสำเร็จในระยะยาวกับกีฬาวอลเลย์บอลที่เธอรัก แต่ไม่เพียงแค่นั้น เธอยังได้มีบทบาทในการส่งเสริมให้ผู้หญิงอิหร่านที่อายุน้อยอยากหันมาเล่นกีฬามากขึ้นด้วย

"ทัวร์นาเมนต์แรกของฉันคือชิงแชมป์สโมสรเอเชีย 2009 ที่เวียดนาม มันวิเศษมาก เพราะตอนนั้นฉันอายุแค่ 18 ปี"

"ฉันชอบการแข่งขันทั้งหมดที่ได้เล่น แต่สิ่งที่น่าจดจำที่สุดคือการแข่งขันเอวีซี คัพ ปี 2014 ที่ไต้หวัน ซึ่งเราเอาชนะเวียดนามได้เป็นครั้งแรก และทำให้ของเราดีขึ้น (อิหร่าน จบที่ 7 เวียดนาม จบที่ 8)"

"การแข่งขันชิงแชมป์สโมสรเอเชียปี 2018 ที่คาซัคสถาน ก็เป็นที่น่าจดจำเช่นกัน เพราะเราจบอันดับที่ 5 และฉันก็เป็นหนึ่งในสี่ผู้ทำคะแนนสูงสุด"

"ฉันจบปริญญาโทสาขาการจัดการกีฬา ฉันทำงานเป็นโค้ชฟิตเนสที่โรงยิมวีไอพีในประเทศของฉัน ฉันยังมีสถาบันวอลเลย์บอลของตัวเองในกรุงเตหะราน ฉันทำงานที่นั่นกับเพื่อนสนิทของฉัน ซานับ จีเวห์"

บอร์ฮานีเพิ่งมาเล่นกีฬานี้ในช่วงวัยรุ่นตอนปลาย โดยเพิ่งจับวอลเลย์บอลตอนอายุ 16 ปีหลังจากเล่นกีฬาอื่น ๆ ในวัยเด็กของเธอเป็นเวลาหลายปี

"ฉันเริ่มสนใจกีฬาเป็นครั้งแรกตอนทีมฟุตบอลอิหร่านเล่นฟุตบอลโลกเมื่อปี 1998 ตอนนั้นฉันอายุ 10 ขวบ ชาวอิหร่านทุกคนติดตามทัวร์นาเมนต์นั้นและฉันก็กลายเป็นแฟนตัวยงของ อาห์หมัดเดรซา อาเบ็ดซอเดห์ ซึ่งเป็นผู้รักษาประตูและกัปตันทีมที่มีชื่อเสียง"

"ฉันกระตือรือร้นและคลั่งไคล้ฟุตบอลมาก แต่เราไม่ได้เล่นฟุตบอลในโรงเรียนในเมืองอิสฟาฮาน บ้านเกิดของฉัน ดังนั้น ฉันจึงเลือกวอลเลย์บอลซึ่งเป็นกีฬาประจำครอบครัวของฉัน ฉันเข้าวงการวอลเลย์บอลเมื่อฉันอายุ 16"

พลังของเธอในโจมตีทำให้เธอได้กลายเป็นกำลังหลักของวอลเลย์บอลหญิงของอิหร่านในทันที เธอเติบโตเป็นผู้เล่นที่ทำคะแนนสูงในทัวร์นาเมนต์ระดับทวีปซึ่งเปิดโอกาสให้เธอได้แสดงทักษะของเธอกับลีกสโมสรในต่างประเทศ บอร์ฮานี พร้อมกับ จีเวห์ เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงชาวอิหร่านสองคนแรกที่ได้เล่นในลีกต่างประเทศ

โดย บอร์ฮานี ได้ย้ายไปร่วมทีมชูเมน ในประเทศบัลแกเรีย เมื่อฤดูกาล 2016-17 รวมถึงยังมีโอาสไปเล่นในลีกรองของประเทศตุรกีอีกถึง 2 ฤดูกาล

"ทุกคนรู้ดีว่าผู้เล่นมุสลิมหญิงต้องสวมฮิญาบหรือคลุมศีรษะ ในช่วงแรกมันยากเพราะไม่มีลีกไหนที่ตอบรับเรา อย่างไรก็ตาม สหพันธ์วอลเลย์บอลบัลแกเรีย ได้เปิดประตูให้ผู้หญิงอิหร่านและยืนยันการมีส่วนร่วมในลีกของพวกเขา"

"ในบัลแกเรีย ฉันเล่นกับ จีเวห์ เรามีประสบการณ์ที่แตกต่างออกไป แต่เราสนุกกับการเล่นที่นั่นโดยสิ้นเชิง ชาวบัลแกเรียที่ประทับใจกับการเล่นของเราต่างก็แปลกใจที่ผู้หญิงอิหร่านสามารถเล่นวอลเลย์บอลในระดับสูงได้"

"ฉันอยู่คนเดียวตอนที่เล่นในตุรกี แต่ฉันพบเพื่อนใหม่ที่นั่น คนอิหร่าน และตุรกีมีวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน ดังนั้นฉันจึงเล่นที่นั่นเป็นเวลาสามปี"

"เหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่สำหรับนักกีฬาหญิงชาวอิหร่านเพราะฉันสามารถแบ่งปันสิ่งใหม่ ๆ เมื่อฉันเล่นกับทีมชาติ มันเป็นความท้าทายที่ดีแต่ก็สำคัญมากสำหรับนักกีฬาทุกคนที่จะต้องสัมผัสกับการแข่งขันที่ใหญ่กว่านี้เพื่อเรียนรู้จากผู้เล่นคนอื่น ๆ"

ในฐานะกัปตันทีม บอร์ฮานี เป็นผู้นำและช่วยให้ทีมของเธอไล่ล่าความฝันในระดับทวีปและระดับโลก

"ฉันหวังว่าเราจะสามารถเป็นหนึ่งในสี่ทีมชั้นนำของเอเชีย ในฐานะผู้เล่น ฉันต้องการไปแข่งขันชิงแชมป์โลกหรือการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและได้รับเหรียญในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย ถ้าฉันสามารถเป็นโค้ชได้ ฉันก็อยากเป็นหนึ่งในโค้ชที่ดีที่สุดในโลกเหมือน หลางผิง"