เช็กความพร้อม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หลังเจอกับความล้มเหลวเมื่อฤดูกาล 2019 ที่ผ่านไป แถม 4 เกมแรกของฤดูกาลนี้ก็ทำผลงานได้ไม่ค่อยดีนัก

ตอนนี้พวกเขามีความพร้อมแค่ไหนแล้ว ที่จะกลับมาสู่เส้นทางทวงคืนแชมป์ไทยลีก กลับมาให้ได้อีกครั้ง หลังการแข่งขัน ฤดูกาล 2020/21 จะกลับมาฟาดแข้งอีกครั้งในวันที่ 12 กันยายน นี้ โดยจะเริ่มต่อในนัดที่ 5 ทันที

ขุมกำลัง

ในช่วงพักเบรคโควิด-19 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ทำการเปลี่ยนแปลงทีมไปพอสมควร โดยเฉพาะนักเตะต่างชาติที่เปลี่ยนแบบยกชุด อันเดรส ตูเญซ , จอง แจยอง , ริคาร์โด้ บูเอโน่ และ แบร์นาร์โด้ คูเอสต้า ถูกโละออกทั้งหมด ส่วนตัวใหม่ที่เพิ่งเดินทางเข้าไทย ก็กักตัวครบ 14 วันเรียบร้อย และประเดิมสนามอุ่นเครื่องครบทุกคนแล้วทั้ง จิดี้ คานยุค, มาร์โก เชโปวิช, เรนาโต เคลิช และ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ

แน่นอนการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นแบบยกชุดแบบนี้ถือว่ามีความเสี่ยงไม่น้อย หากดีก็ดีไป แต่หากปรับตัวได้ไม่ดีกว่าเก่าก็ถือเป็นงานหนักของ โบซิดาร์ บันโดวิช ที่จะต้องเซ็ตทีมให้มีความพร้อมมากที่สุด เพราะเป้าหมายมีอย่างเดียวคือต้องคว้าแชมป์เท่านั้น ผิดจากนี้คือล้มเหลว

ดาวเด่น

ผู้เล่นต่างชาติทั้ง 4 คนที่สโมสรดึงตัวเข้ามาเสริมทัพ ถือว่าเป็นนักเตะที่น่าจับตามองทุกคน อย่างที่บอกไปถ้า จิดี้ คานยุค, มาร์โก เชโปวิช, เรนาโต เคลิช และ อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ ปรับตัวได้เร็วในการเล่นในลีกไทย ทัพ "ปราสาทสายฟ้า" คงเหมือนเสือติดปีกเป็นแน่

ซึ่งถ้าบวกกับนักเตะไทยดีกรีทีมชาติชุดใหญ่อย่าง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, พรรษา เหมวิบูลย์, ศศลักษณ์ ไหประโคน, สุภโชค สารชาติ, ศุภชัย ใจเด็ด และ ศุภณัฏฐ์ เหมือนตา คงยิ่งทำให้ทีมมีโอกาสสูงมากที่จะกลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้งในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้

ผลงาน 4 นัดแรก

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทช่วง 4 นัดแรกของศึกไทยลีก 2020 ได้ไม่ดีนัก เมื่อมีเพียง 4 คะแนน รั้งอันดับ 11 ของตาราง หลังชนะ 1 เสมอ 1 และแพ้ 2 จากผลแพ้ โปลิศ เทโร เอฟซี 0-1, ชนะ ชลบุรี เอฟซี 4-0, แพ้ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 4-3 และ เสมอ การท่าเรือ เอฟซี 1-1 ส่วนโปรแกรมการแข่งขันในศึกไทยลีก 1 ฤดูกาล 2020 นัดที่ 5 จะบุกไปเยือน บีจี ปทุมฯ วันที่ 12 กันยายน 2563

โดย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีสนามเหย้าคือ ช้างอารีนา ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ ความจุรวมประมาณ 32,600 ที่นั่ง, มี เนวิน ชิดชอบ เป็นประธานสโมสร เคยได้แชมป์ไทยลีก 7 สมัย (พ.ศ. 2551, 2554, 2556, 2557, 2558, 2560, 2561), แชมป์เอฟเอคัพ 4 สมัย (2554, 2555, 2556, 2558), ลีกคัพ 5 สมัย (2554, 2555, 2556, 2558, 2559), แชมป์พระราชทาน ก. 4 สมัย (2556, 2557, 2558, 2559), ไทยแลนด์แชมเปี้ยนส์คัพ 1 สมัย (2562), แม่โขงคลับแชมเปี้ยนชิพ 2 สมัย (2015, 2016)

วิเคราะห์

ไม่ใช่สิ่งที่เกินจริงหากจะบอกว่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ยังมีโอกาสที่จะกลับมาคว้าแชมป์ลีกได้ในฤดูกาลนี้ แม้เปิดตัว 4 เกมแรกได้ไม่ค่อยดีนักก็ตาม โค้ชหลายคนยังคงยกให้ทัพ "ปราสาทสายฟ้า" เป็นทีมเต็ง โดยส่วนใหญ่มองว่า พวกเขาเป็นทีมที่มีประสบการณ์มากกว่าทุกทีมในการลุ้นแชมป์ และก็เชื่อว่านักเตะใหม่ที่เข้ามาแทนตัวต่างชาติที่แยกทางไปน่าจะทำได้ดี เข้ามายกระดับทีมได้แน่นอน ซึ่งดูแล้วคิดวิเคราะห์ว่า บุรีรัมย์ น่าจะติด 1 ใน 4 ได้เป็นอย่างน้อย ส่วนการที่จะได้แชมป์ไทยลีกหรือไม่นั้น ต้องดูว่าลูกทีมของลุงเนวิน จะเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาได้เร็วแค่ไหน...