จากการประกาศของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ที่ยืนยันชัดเจนว่า จะลดเงินค่าจ้างผู้ตัดสินฟุตบอลไทย 50% เนื่องจากเจอปัญหาเงินหมดคลังสมาคมฯ

ทำให้บรรดาสิงห์เชิ้ตดำทั้งหลาย ต่างถึงกับสะดุ้ง เพราะเดิมทีค่าตอบแทนก็ไม่ได้สูงอะไรมากนักอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอหักอีก 50% ก็แทบจะเป็นลมกันเป็นแถบ

ซึ่งจากข้อมูล เดิมที ผู้ตัดสินไทยลีก 1 จะได้ค่าจ้างแมตช์ละ 9,500 บาท ดังนั้นหากหักไป 50% ก็จะเหลือเพียง 4,750 บาท 

เดือนนึงหากมีเป่าเฉลี่ย 5 คู่ ก็จะมีรายได้ประมาณ 22,875 บาท ซึ่งถือว่าน้อยมากกับเศรษฐกิจในยุคนี้

ยิ่งบรรดาผู้ช่วยผู้ตัดสิน หรือ ไลน์แมน ยิ่งแล้วใหญ่ เพราะเดิมทีได้ค่าจ้างแมตช์ละ 7,500 บาท หักไป 50% จะเหลือเพียง 3,750 บาท

หากเดือนนึง มีวิ่งยกธงเฉลี่ย 5 คู่ ก็จะมีรายได้แค่ 18,750 บาทเท่านั้น 

ส่วนผู้ตัดสินที่ 4 นี่แทบจะบ้าตาย เพราะเดิมทีก็ได้ค่าจ้างแค่แมตช์ละ 4,000 บาท ถ้ามาหัก 50% ก็จะเหลือแค่ 2,000 บาท หากเดือนนึงมีทำหน้าที่ 5 แมตช์ ก็จะมีรายได้แค่ 10,000 บาท!!

แล้วมันจะไปพอกินอะไรครับท่าน!!

ที่พูดมานั่นคือผู้ตัดสินระดับไทยลีก 1 นะ เพราะหากเป็นลีกระดับล่าง ค่าจ้างก็ยิ่งน้อยลงไปอีก

จากเงินค่าจ้างที่น้อยลงไปมาก ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่า บรรดาผู้ตัดสินฟุตบอลไทย จะมีใครออกนอกแถว หรือคิดไม่ซื่อกับอาชีพตัวเองหรือไม่

เพราะทุกวันนี้ต้องยอมรับว่า วงการพนัน มันเข้าถึงกีฬาแถบจะทุกชนิด และผู้ตัดสินก็เป็นเป้าหมายแรกทที่คนพวกนี้จะเข้าหา

ในอดีตก็เคยมีคดี ผู้ตัดสิน รับเงินเพื่อล็อคผลการแข่งขันมาให้เห็นแล้ว แม้จะถูกดำเนินคดีไปบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าเคสที่เหลือ ที่จับไม่ได้ ยังมีอีกเยอะเท่าไหร่

ดังนั้นในช่วงที่ฟุตบอลไทย จะกลับมาแข่งกันอีกครั้งในเดือนกันยายน ต้องจับตามองผู้ตัดสินให้ดีๆ ว่าจะมีใครคิดไม่ซื่อหรือเปล่า

ยิ่งฤดูกาลนี้ จะไม่มีการใช้ VAR เพราะ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง มองว่าเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยและสิ้นเปลืองเงินทอง ก็ยิ่งง่ายให้ไอ้พวกนี้หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองในช่วงวิกฤต...