ในยุคปัจจุบันที่การแข่งขันวอลเลย์บอลชาย อยู่ในความสนใจของแฟน ๆ มากขึ้น นอกจากจะมีการแข่งขันที่น่าสนุก ตื่นเต้นเร้าใจ ยังแฝงไปด้วยเรื่องเล่ามากมาย

เพราะนอกจากจะติดตามเชียร์ทีมลูกยางที่ชื่นชอบ และได้ดูเกมมัน ๆ ในสนาม การได้ชมฝีมือนักกีฬาที่เราชื่นชอบ น่าจะเป็นอีกส่งที่ทำให้วอลเลย์บอลดูมีเสน่ห์ไปไม่น้อยเช่นกัน

ภูสิทธิ โพธิ์นรินทร์ หนุ่มวัย 23 ปี เป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบในเกมกีฬาวอลเลย์บอล และปรับมันจนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต กลายเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงตัวเขาเองให้มีชื่อเสียง รวมถึงสร้างฐานะให้กับตัวเอง และครอบครัว

ภูสิทธิ หรือ บักมอส ที่เพื่อน ๆ ในทีมเรียกขาน เกิดเมื่อวันที่ 3 มกราคม 2540 เล่นในตำแหน่งบีหลัง ซึ่งแน่นอนว่าแฟน ๆ วอลเลย์บอลหลาย ๆ คน คงคุ้นหน้าคุ้นตา และคุ้นชื่อเขาเป็นอย่างดี

แม้จะเป็นคนที่รูปร่างไม่ได้สูงมาก (184 เซนติเมตร) แต่เขาเป็นคนที่มีความโดดเด่น คือถนัดมือซ้าย และมาพร้อมกับตำแหน่งบีหลัง รวมถึงความคมในเกมรุกที่เด็ดขาด จนทำให้เขากลายมาเป็นตัวหลักของ แอร์ฟอร์ซ ในปัจจุบัน

เด็กชาย ภูสิทธิ

"ผมเป็นคนจังหวัดขอนแก่นครับ ตอนเด็กค่อนข้างลำบาก ทางบ้านไม่ค่อยมีตังค์ ที่บ้านก็เป็นเกษตรกร ทำไร่อ้อย ทำนา เหมือนกับชาวบ้านแถว ๆ นั้น แต่ผมเป็นคนไม่ชอบทำอะไรหนัก ๆ เลยไปเฝ้าร้านเกม พอดีพี่ชายไปเปิดร้านเกม ผมเลยมีค่าขนมเล็ก ๆ น้อย ๆ กลับมาบ้าน"

"ผมเข้าเรียนชั้นมัธยมที่โรงเรียนชุมแพศึกษาครับ เป็นคนชอบเล่นกีฬาอยู่แล้ว และพอขึ้นชั้น ม.2 ครูภัทรพงศ์ แซงจันดา ได้เริ่มสร้างทีมวอลเลย์บอล ซึ่งตอนนั้นผมก็เล่นวอลเลย์บอลเดิมพันอยู่ในสนามที่โรงเรียนอยู่แล้ว (ฮา) พอครูภัทรพงศ์มาเห็น จึงชวนผมเข้ามาเล่นในทีมด้วย"

นานวันเข้า ทั้งการซ้อม และการได้ไปแข่งขัน ทำให้ ภูสิทธิ ชื่นชอบในกีฬาวอลเลย์บอลมากขึ้น และกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว

"ตอนแรก ๆ เราก็เริ่มซ้อมกันตั้งแต่พื้นฐานหมดเลย ทั้งการอันเดอร์บอล รับบอล ตบบอล หรือแม้แต่กระโดดตบใบไม้"

"ยิ่งพอได้มาซ้อมวอลเลย์บอลจริง ๆ ผมก็รู้สึกชอบมากเรื่อย ๆ นะครับ และยิ่งคลุกคลีกับมันยิ่งชอบมากขึ้น อีกทั้งเมื่อก่อนเวลาเล่นเดิมพัน แล้วทีนี้มีกองเชียร์มามุงดีอยู่ข้างสนาม ผมเลยยิ่งชอบโชว์เข้าไปกันใหญ่ (ฮา)"

โรงเรียนชุมแพศึกษา โดยการนำทีมของ โค้ชภัทรพงศ์ แซงจันดา เริ่มต้นในการสร้างทีมเมื่อปี 2554 และได้ลงแข่งขันในรายการต่าง ๆ ทั้งแมตช์ภายในจังหวัด รวมไปถึงรายการของสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

"แรก ๆ ที่เริ่มซ้อม เราก็ไปแข่งแมตช์ในจังหวัดก่อนครับ รายการที่ส่วนใหญ่จะมีทีมในจังหวัดเข้ามาแข่งขันกัน และค่อยขยับไปเป็นรายการของสมาคมฯ ในระดับภาค"

"ผมจำได้ว่าเคยแข่งขันทั้งรายการ สุพรีม-สพฐ. (อายุไม่เกิน 14 ปี) หรือแม้แต่รายการเป๊ปซี่ (อายุไม่เกิน 16 ปี)"

"เราถือว่าทำได้ดีในหลาย ๆ รายการที่เป็นรายการของจังหวัด ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแชมป์ แต่ก็จะไปตกม้าตายในรายการระดับภาคครับ (ฮา) ส่วนมากก็จะแพ้หนองกุงศรีวิทยาคาร (จ.กาฬสินธุ์) ทีมนั้นเขาเก่งมากครับ"

กระทั่งปี 2557 ชุมแพศึกษา เริ่มกลายมาเป็นอีกหนึ่งทีมเต็งของภาคอีสาน ด้วยการผ่านเข้ารอบสุดท้ายของวอลเลย์บอลเยาวชน PEA ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย โดยรอบคัดเลือกแข่งขันที่ จ.ชัยภูมิ พวกเขาจบอันดับ 3 ก่อนจะได้ไปเล่นต่อในรอบประเทศ ที่ จ.สุพรรณบุรี

และนั่นกลายเป็นช่วงเวลาเริ่มต้นของ ภูสิทธิ ในการก้าวมาสู่เวทีของทีมชาติ และทีมอาชีพ

สู่เวทีอาชีพ และทีมชาติไทย

"พอเริ่มซ้อมไปเรื่อย ๆ และได้ลงแข่งขันในหลาย ๆ รายการทำให้ทีมเรามีพัฒนาการที่ดีขึ้น ผมเองพอขึ้น ม.5 ก็ได้มีโอกาสเข้าไปเล่นให้กับทีมชาติไทย ในวอลเลย์บอลชิงแชมป์อาเซียน ปี 2014 ที่ประเทศพม่า รายการนั้นเราก็เป็นแชมป์ด้วยครับ แต่ตอนนั้นผมก็ยังเป็นแค่ตัวสำรองในทีมครับ"

"และผมก็มีโอกาสได้เข้าไปเล่นในทีมลีกกับ ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ ในปีนั้นเลย"

แม้จะติดทีมชาติไทย ในปี 2014 ไปแข่งขันในชิงแชมป์อาเซียน แต่ ภูสิทธิ ไม่มีชื่อร่วมทีมไปแข่งขันในชิงแชมป์เอเชีย ที่บาห์เรน ซึ่งเป็นรายการที่ใหญ่กว่า

2 ปีต่อมา "มอส" จบชั้น ม.6 และแม้ว่าอาจจะยังไม่ได้แจ้งเกิดเต็มตัวในการแข่งขันทั้งทีมลีกอาชีพ และทีมชาติ แต่ด้วยการพัฒนาที่ดีต่อเนื่อง และความมุ่งมั่นในการเล่นวอลเลย์บอล รวมถึงฝีมือที่พัฒนาขึ้นอยู่ตลอด ทำให้เขากลายเป็น 1 ใน 12 ผู้เล่นของทีมชาติไทย ในรายการเยาวชน

ปี 2016 นับเป็นอีกปีที่ ภูสิทธิ ฉายแววอย่างเต็มตัวในการแข่งขันให้กับทีมชาติ ในวอลเลย์บอลเยาวชนชาย U20 ชิงแชมป์เอเชีย ที่ไต้หวัน ซึ่งในดังกล่าว หนุ่มไทยในตอนนั้น เริ่มต้นฝึกซ้อมกันเป็นเวลาหลายเดือน และได้ลงแข่งขันทั้งในรายการถ้วย ก รวมถึงได้ชิมลางในชิงแชมป์อาเซียน

ผลงานในถ้วย ก กับการเล่นร่วมกับทีมระดับประชาชน ทั้งพี่ ๆ จาก กองทัพอากาศ และ กองทัพบก นับเป็นการสร้างเสริมความแข็งแกร่งให้กับนักกีฬาชุดดังกล่าวเป็นอย่างมาก ภูสิทธิ ที่อยู่ในฐานะกัปตันทีม พาทีมได้อันดับ 4 ของถ้วย ก และยังพาทีมคว้าแชมป์อาเซียน มาครองได้อีก 1 สมัย

ทีมชาติไทย U20 เดินทางไปแข่งขันต่อในชิงแชมป์เอเชีย ที่ไต้หวัน และมีผลงานที่ยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยการชนะ 3 เกมรวด แต่ผลงานในรอบ 2 จนถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ ไม่ค่อยสู้ดีนัก

ทว่าพวกเขายังสามารถทะลุเข้าไปจบอันดับ 5 ของรายการ และนับเป็นผลงานที่ดีที่สุดในรอบกว่า 20 ปี ทีเดียว

"ปี 2016 ผมมีชื่อร่วมทีมชาติไทย ในการแข่งขัน U20 ชิงแชมป์เอเชีย ที่ไต้หวัน รายการนั้นพวกเรามีผลงานที่ดีมาก แม้จะไม่ได้เข้ารอบ 4 ทีมสุดท้าย แต่ก็เป็นการแข่งขันที่ดีสำหรับพวกเรามาก ๆ ครับ"

จบโปรแกรมของทีมชาติไทย ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ ต้นสังกัดของ ภูสิทธิ ได้เปลี่ยนชื่อทีมมาเป็น แอร์ฟอร์ซ และได้ย้ายสนามแข่งขันจากที่ จ.ชลบุรี มาเป็น อาคารจันทรุเบกษา ดอนเมือง พร้อมกับการมาของ นาวาอากาศโท เผด็จศึก วรรณโชติ ในการรับหน้าที่เฮดโค้ช

แอร์ฟอร์ซ ในชุดดังกล่าว มีนักกีฬาดาวรุ่งหลายคนร่วมทีม ทั้ง ภูสิทธิ, มาวิน มณีวงษ์, อนุชิต ภักดีแก้ว, กันตพัฒน์ คูณมี, กิติศักดิ์ แสงสี และรุ่นพี่ตัวเก๋าอย่าง สราญจิต เจริญสุข กับ กฤษฎา นิลไสว

และปีนั้น เป็นปีที่ "มอส" ได้เริ่มต้นในการเล่นอาชีพอย่างเต็มรูปแบบในตำแหน่งบีหลัง ตัวคิลเลอร์ของทีม

"ผมอยู่กับ ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ มา 3 ปี และก็เป็นช่วงรอยต่อในการเปลี่ยนมาเป็น แอร์ฟอร์ซ ในฤดูกาล 2016-17 พอเปลี่ยนทีมมา รุ่นพี่หลาย ๆ คนก็เริ่มย้ายทีมออกไป และโค้ชเต้เข้ามา ผมก็มีโอกาสได้ลงเล่นมากขึ้นด้วยครับในปีนั้น"

แอร์ฟอร์ซ ในฤดูกาลดังกล่าว โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง ด้วยการผสมผสานระหว่างดาวรุ่งกับรุ่นพี่ได้อย่างลงตัว พวกเขาแพ้เพียงแค่ 2 เกม ตลอดทั้งฤดูกาล ก่อนจะผงาดคว้าแชมป์ไทยแลนด์ลีก ได้อย่างยิ่งใหญ่

จบซีซั่นแชมเปียนส์กับ แอร์ฟอร์ซ ภูสิทธิ มีชื่อติดทีมชาติไทยอีกครั้ง ในการแข่งขัน U23 ชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศอิหร่าน ในปี 2017

"รายการที่ประทับใจที่สุดในการเล่นให้กับทีมชาติ ก็คงเป็นการแข่งขัน U23 ชิงแชมป์เอเชีย ในปี 2017 ครับ"

ทีมชาติไทย ที่ต่อยอดนักกีฬาจากชุด U20 เมื่อปี 2016 หลาย ๆ คนก็ก้าวขึ้นมาต่อในชุดนี้ ไม่ว่าจะเป็น มาวิน มณีวงษ์, บุญญฤทธิ์ วงศ์ธร, จักรกฤษณ์ จันดาหัวดง, กิตติพงษ์ สุขศาลา, ฉัตรมงคล ประเกตุแก้ว

ผลงานอันน่าประทับใจของทีมชาติไทย คือการพลิกเกมกลับมาเอาชนะ ไต้หวัน 3-2 เซต หลังจากที่ตามหลัง 0-2 เซต รวมไปถึงยังเป็นการผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ของรายการชิงแชมป์เอเชีย ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี และเป็นครั้งที่ 3 ของทีมชาติไทยอีกด้วย

"แมตช์นั้นเราได้ที่ 4 ของเอเชียครับ และผมรู้สึกว่าตอนนั้นร่างกายเราฟิตมาก เราเล่นกันได้ดี ตีก็ได้แต้มตลอด เป็นอีกหนึ่งรายการที่ภูมิใจมาก ๆ ครับ"

เส้นทางที่ยังต้องเดินอีกไกล

"วอลเลย์บอลสร้างอะไรให้ผมหลายอย่างครับ ทั้งเพื่อน และความสุข และการพัฒนาตนเอง"

"ผลงานการเล่นที่ผ่านมาก็ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่งครับ แต่มันจะมีหลาย ๆ จุด ที่ผมเองมีความผิด ก็จะพัฒนาต่อไปเรื่อย ๆ ครับ"

"ผมคาดหวังว่าจะได้ลงเล่นวอลเลย์บอลต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าร่างกายจะไม่ไหว ไม่ว่าจะเป็นรายการไหน หรือเล่นให้ทีมไหน หรือเป็นแมตช์ไหนก็แล้วแต่ ผมอยากอยู่กับเกมตลอดเวลา นี่คือสิ่งที่ผมหวังไว้ครับ"

ภูสิทธิ ลงเล่นให้กับ แอร์ฟอร์ซ 4 ฤดูกาล นับตั้งแต่ซีซัน 2016-17 คว้าแชมป์ไทยแลนด์ลีก ได้ 2 สมัย ในฤดูกาล 2016-17 และ 2018-19 รวมถึงแชมป์ซูเปอร์ลีก 1 สมัย ในปี 2018 อีกทั้งยังเคยลงเล่นในสโมสรเอเชียให้กับทีมเมื่อปี 2017 เช่นกัน

ส่วนผลงานในนามทีมชาติไทย ภูสิทธิ คว้าแชมป์อาเซียน ในชุด U20 ได้ 2 สมัย ในปี 2014, 2016, และติดทีมชาติไทย ในชุด U23 ในปี 2017, 2019

และนี่คือเรื่องราวของ ภูสิทธิ โพธิ์นรินทร์ อีกหนึ่งดาวรุ่งคนเก่งของวงการวอลเลย์บอลไทย