มะเร็งร้ายที่กลืนกินฟุตบอลอาชีพ ไม่มีอะไรหนักหนาสาหัสไปมากกว่า "การล้มบอล"

 ต้องยอมรับว่าเกมการแข่งขันที่ทำให้ฟุตบอลอาชีพเติบโตและเต็มไปด้วยศรัทธา คือ ความบริสุทธิ์ในเกมและการต่อสู้อย่างยุติธรรม

 ปัญหาการล้มบอลในยุโรป เกิดขึ้นน้อยมากในช่วงหลัง แต่ในทางกลับกันเกิดขึ้นยาวในฝั่งเอเชีย

 "สิงคโปร์" และลีกอาชีพใน "มาเลเซีย" ที่เคยโด่งดังดึงนักเตะตัวท็อปของไทยไปค้าแข้ง สุดท้ายก็ไม่ไม่รอดด้วยปัญหา "ล้มบอล" เช่นเดียวกับ "ลีก จีน" ที่ทุ่มเงินมหาศาลจ้างนักเตะระดับโลกมาเป็นแม่เหล็กเรียกแขก แต่สุดท้ายไปไม่สุดเพราะหลายเกมเต็มไปด้วยข้อสงสัย

 ล่าสุดการล้มบอล ระบาดมาเขตแดนของไทยอีกประเทศ นั่นคือที่ "ลาว" ผลเด่นชัดคือคำสั่งลงโทษที่ชี้ความผิดชัดเจน

                                               ทิบพอนไซ อินทะวงสา ประตูทีมชาติลาว

 เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ "เอเอฟซี" ออกคำสั่งลงโทษแบน "ทิบพอนไซ อินทะวงสา" ผู้รักษาประตูทีมชาติลาว จากการแข่งขันระดับนานาชาติตลอดชีวิต

 ถือเป็นทีมชาติคนที่สามต่อจาก "คำแพง สายวุฒิ" ดาวยิงกัปตันทีมและ "แลมโบ้ ไซซะนะ" ผู้เล่นตัวหลักที่ถูกแบนตลอดชีวิตไปก่อนหน้านี้

 กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ "สหพันธ์บานเตะแห่งชาติลาว" ตื่นตัวอย่างหนักเพื่อขจัดปัญหาร้ายให้สิ้นซาก เรียกความศรัทธาให้กับ "บานเตะ" ลาวโดยเฉพาะใน "ลาว พรีเมียร์ ลีก" ที่กำลังเติบโต

 ปัญหาการล้มบอลของลาว หาใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ในปี 2016 สมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย หรือ "เอเอฟซี" เคยสั่งลงโทษนักเตะทีมชาติลาวไปเกือบครึ่งทีม ด้วยการแบนเป็นเวลา 60 วันข้อหาล้มบอลในการแข่งขัน "โซลิดาริตี้ คัพ" ในเกมพบกับ "ศรีลังกา" และ "มาเก๊า"

 โดยนักเตะทีมชาติลาวที่ถูก "เอเอฟซี" ลงโทษแบนทั้ง 4 คนประกอบไปด้วย ชินทนา สุขสวัธ, ไสนโขนเวียง พมปัญญา, พัฒนา ไสวิไล และ มุกดา สุขสวัธ จากผลการแข่งขันที่น่าสงสัยในเกมที่ลาวเสียประตูในช่วงท้ายเกมทำให้พ่าย "ศรีลังกา" ไป 1-2 รวมไปถึงเกมที่พวกเขาพ่ายทีมรองบ่อนอย่าง "มาเก๊า" ด้วยสกอร์ขาดลอย 4-1

 แต่จุดพีทสูงสุดในเกม "ล้มบอล" ของนักเตะลาวคือการแข่งขันฟุตบอลเกมสำคัญ ในการอุ่นเครื่อง "ฟีฟ่าเดย์" โดย "ลาว" ยกทีมชาติชุดใหญ่ไปพบกับ "ฮ่องกง" ที่สนามม่งก๊ก ฮ่องกง เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2017 ผลคือ "ฮ่องกง" ถล่ม "ลาว" ย่อยยับ 4-0 พูลสวัสดิ์

 เกมนัดนั้นพบความผิดปกติหลายอย่าง สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ทำงานร่วมกับ สหพันธ์บานเตะแห่งชาติลาว เพื่อหาหลักฐานความเชื่อมโยง ให้ชัดเจนแน่นหนา

 โดยเฉพาะประเด็นการแข่งขันในช่วง 10 นาทีสุดท้ายที่ปล่อยให้คู่แข่งบุกเข้าไปยิงประตูอย่างง่ายดาย

 ล่วงเลยมานาน 3 ปี จนเมื่อต้นปี 2020 สหพันธ์บานเตะแห่งชาติลาว สั่งแบน 18 นักเตะทีมชาติชุดใหญ่เกือบยกทีม ห้ามลงฟาดแข้งทุกรายการเป็นการชั่วคราว เพื่อสืบสวนหาข้อเท็จจริงกรณีล้มบอล ล็อกผลการแข่งขัน

 โดยคำสั่งสอบระบุตอนหนึ่งว่า นักเตะทั้ง 18 คนมีพฤติกรรมน่าสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการล็อกผล ในการแข่งขันฟุตบอลกระชับมิตร ระหว่างทีมชาติลาว กับทีมฮ่องกง เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2017

 แต่จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ จึงจำเป็นต้องเลื่อนเวลาการดำเนินคดีออกไป ทำให้คณะกรรมการด้านระเบียบวินัยจึงมีคำสั่งขยายเวลา ไม่อนุญาตให้นักเตะที่มีชื่อทั้ง 18 คน เคลื่อนไหวในทุกกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับกีฬาฟุตบอลในทุกระดับของสหพันธ์บานเตะแห่งชาติลาว ออกไปอีก 60 วัน เพื่อดำเนินการสอบสวนในขั้นต่อไป

 แต่รอไม่นาน ในเดือน กุมภาพันธ์ สองดาบแรกฟันฉับมาที่ "คำแพง สายวุฒิ" และ "แลมโบ้ ไซซะนะ"  กระทั่งเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ดาบสามก็ลงมาที่ "ทิบพอนไซ อินทะวงสา" ผู้รักษาประตู 

 สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือ "เอเอฟซี" ออกคำสั่งลงโทษแบนเด็ดขาด จากการแข่งขันระดับนานาชาติตลอดชีวิต และจะส่งบทลงโทษดังกล่าวให้ทาง "ฟีฟ่า" รับทราบ

 การแบนตลอดชีวิต ถือเป็นโทษหนักสุด สำหรับนักฟุตบอลอาชีพ โดนไปแล้ว 3 จากแมตซ์นั้นเหลืออีก 15 ก็ต้องว่ากันไป

                                        คำแพง สายวุฒิ (ขวาสุด) กัปตันทีมชาติลาวชุดอื้อฉาว

 สำหรับ "คำแพง สายวุฒิ" กัปตันทีมชาติลาว ถือเป็นนักเตะดังเคยค้าแข้งในลีกเมืองไทยหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น ขอนแก่น เอฟซี, อ่างทอง เอฟซี, อยุธยา เอฟซี และล่าสุดก่อนโดนโทษเล่นให้กับ "บียู เดฟโฟ เอฟซี"

  การสอบสวนและพฤติกรรม "ล้มบอล" ของนักเตะทีมาติลาว จนถูกคำสั่งแบน สร้างความหวั่นไหวให้กับทีมในลีกไทย ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะนักฟุตบอลลาวที่ข้ามแดนมาค้าแข้งฝั่งไทย จึงถูกจับตาไม่แพ้กัน

 อย่างกรณีประตูทีมชาติลาวอีกรายคือ "อุดทิลัด นามมะโคด" ถูกแฟน "ม้านิลมังกร" ระยอง เอฟซี ตั้งข้อสงสัยในฟอร์ม หลังเปิดบ้านพ่าย "เมืองทอง ยูไนเต็ด" ในฟุตบอลไทยลีกช่วงเปิดฤดูกาล โดยมีจังหวะผิดพลาดจนผิดสังเกตุ แม้ไม่มีพยานหลักฐาน แต่ทางสโมสร "ระยอง เอฟซี" เลือกที่จะขอยุติสัญญาเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

                                              อุดทิลัด นามมะโคด อดีตประตู "ระยอง เอฟซี" ทีมในไทยลีก

  ล่าสุด "อุดทิลัด นามมะโคด" ย้ายกลับไปเล่นทีมดัง "ลาว โตโยต้า เอฟซี" และยังเป็นผู้เล่นทีมชาติชุดใหญ่ของลาว

 สำหรับนักเตะทีมชาติลาวที่ค้าแข้งในลีกของไทยถือว่ามีไม่น้อย โดยสหพันธ์ฟุตบอลแห่งชาติลาว ประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติลาว ชุดเตรียมความพร้อมก่อนสู้ศึก ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย และฟุตบอล "เอเอฟซี เอเชี่ยน คัพ 2023" รอบคัดเลือก มีนักเตะที่ค้าแข้งในไทย อาทิ สุขพร วงศ์เชียงคำ แนวรุก พีที ประจวบ เอฟซี

 จันทะพอน แหวงวงสด กองกลาง "ขอนแก่น เอฟซี", พิทัก กองมาทิลาด "อยุธยา ยูไนเต็ด", พุดทะไซ โคจะเลิน "นครปฐม ยูไนเต็ด" และ แสงวิไล จันทะสิลิ ของ "พิษณุโลก เอฟซี"

 ในลีกไทยเอง การ "ล้มบอล" ถือเป็นเรื่องใหญ่และภารกิจหลักของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ภายใต้การนำของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร. ที่ต้องขจัดปัญหาเหล่านี้

 สองปีก่อน การกวาดล้างเป็นไปอย่างเข้มข้น เมื่อเจ้าหน้าที่จับกุมและส่งอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา 15 คน ประกอบด้วยผู้ตัดสิน 2 คน, นักฟุตบอลอาชีพ 8 คน และกลุ่มนายทุน (พนัน) หรือตัวแทนนายทุน 5 คน เกี่ยวข้องขบวนการล้มบอลไทยลีก 4 นัด หลังพบหลักฐานเชื่อมโยงการจ้างวาน คดีล้มบอลล็อคผลสกอร์การแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2017  

  ถือเป็นคดีแรกในประวิติศาสตร์ของฟุตบอลในประเทศไทย ตอนนี้คดียังอยู่ในกระบวนการของศาล

 อีกไม่นาน ฟุตบอลไทยลีก จะกลับมาลงสนามทำการแข่งขันอีกครั้ง แน่นอนว่าทุกอย่างต้องถูกจับตาหาความไม่ผิดปกติ เพื่อขจัดเนื้อร้ายนั้นออกไป เพราะหากเกิดขึ้นกับวงการฟุตบอลไทยเมื่อไหร่ ลีกอาชีพที่เติบโตอาจถึงจุดที่ถอยลงคลองจนไม่สามารถฟื้นคืนขึ้นกลับมาได้อีก

  เพราะหัวใจของการแข่งขันคือเกมที่บริสุทธิ์และยุติธรรม เท่านั้น !!!