เชลซี ภายใต้การนำของ แลมพาร์ด ไม่ใช่ทีมที่แย่อะไร อย่างน้อยพวกเขาก็สามารถตีตั๋วไปลุยศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จในซีซั่นหน้า แต่ความพ่ายแพ้ต่อ อาร์เซน่อล ในนัดชิง เอฟเอ คัพ มันก็อาจทำให้พวกเขาต้องหวนกลับมาทบทวนอะไรบางอย่างกันสักหน่อย

แลมพาร์ด เคยผ่านประสบการณ์ร่วมงานกับโค้ชชั้นยอดมามากมาย แต่มันคงไม่มีใครที่มีอิทธิพลกับเขามากไปกว่าชายที่ชื่อ โชเซ่ มูรินโญ่

นี่คือกุนซือที่มีสุดยอดคุณสมบัติในหลายๆ สิ่ง แต่ถ้าคุณอยากจะคัดไฮไลท์เด่นออกมาสัก 1 อย่าง คุณก็ต้องยกมันให้กับเรื่อง “วิธีการการันตีชัยชนะ”

ไม่ต้องสวยงาม ไม่ต้องเลิศหรู แต่ต้องชนะได้เรื่อยๆ จนเป็นเรื่องธรรมชาติ นั่นคือสิ่งที่ มูรินโญ่ เคยทำให้ เชลซี กลายเป็นเครื่องจักรล่าชัยชนะ

นั่นคือคุณสมบัติที่ เชลซี ของ แลมพ์ ขาดหายไป อย่างน้อยก็ในเกมชิงดำกับ อาร์เซน่อล

แน่นอนว่าพวกเขาอาจจะโชคร้ายนิดหน่อยในเกม โดยเฉพาะการต้องเสีย คริสเตียน พูลิซิช และ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ไปในระหว่างนั้น แต่ถึงกระนั้นเอง แลมพาร์ด ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาทำถ้วยนี้หลุดมือไปเองด้วยเหมือนกัน

คอนโทรลเกมได้ แถมยิงประตูขึ้นนำก่อน แต่กลับปล่อยให้คู่แข่งดึงสมาธิกลับสู่เกม และเป็นฝ่ายพลิกกลับมาคว้าชัย

อดีตกองกลางจอมถล่มประตูทีมชาติอังกฤษ แสดงให้เห็นถึงแววการเป็นกุนซือที่ดีในหลายๆ อย่าง เขาต้องปั้นทีมที่ไม่สามารถซื้อใครเข้ามาเพิ่มได้ และต้องเสียซูเปอร์สตาร์เบอร์ 1 อย่าง เอแด็น อาซาร์ มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่อำนวยความสะดวกในการทำงานของเขาสักเท่าไหร่

ถึงกระนั้น เชลซี ของเขา ที่เต็มไปด้วยเด็กรุ่นใหม่ที่พยายามดันขึ้นมาอย่าง เมสัน เมาท์, ฟิกาโย่ โทโมริ, คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย, รีซ เจมส์, แทมมี่ อับบราฮัม และอีกหลายๆ คน ก็ยังกระเสือกกระสนติดท็อปโฟร์ในบั้นปลายสำเร็จจนได้

สเต็ปถัดไปที่ แลมพาร์ด ต้องทำก็คือ การเพิ่มชั่วโมงบินและฝีเท้าให้กับหนุ่มน้อยเหล่านี้ ได้เรียนรู้จนกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเก็บผลการแข่งขันให้มากขึ้น

นักเตะประสบการณ์สูงพ่วงด้วยดีกรีแชมป์อย่าง วิลเลี่ยน และ เปโดร กำลังจะเก็บข้าวของจากไป เฉกเช่นเดียวกับ มาร์กอส อลอนโซ่ และ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ทั้งหมดนี้มันคือสัญญาณที่ส่งบอกให้ แลมพ์พาร์ด ต้องรีบทำอะไรบางอย่างเป็นการด่วน

ใครจะเข้ามาทดแทน ใครจะเป็นพี่ใหญ่ประคองทีม นักเตะใหม่อย่าง ซิเย็ค และ แวร์เนอร์ หรือคนที่อาจตามมาในอนาคตอย่าง ฮาแวร์ตซ์ อาจจะเป็นแข้งชั้นยอดระดับโลก แต่พวกเขาก็เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มที่ยังมีหลายๆ อย่างต้องเรียนรู้อยู่

แลมพาร์ด รู้แล้วว่าทีมของเขากำลังเดินมาถูกทาง อันที่จริงแล้ว พวกเขามีทรัพยากรณ์ในระดับที่มีอนาคตระยะยาวดูดีกว่า อาร์เซน่อล แบบเห็นๆ ด้วยซ้ำ

ตอนนี้เวที พรีเมียร์ ลีก มีเครื่องจักรสังหารอยู่ 2 ทีมที่เราต่างก็ทราบกันดี นั่นคือ ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฉะนั้น มันคงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ เชลซี จะคิดล้มพวกเขาได้ทันทีทันใดในซีซั่นหน้า

บอร์ดบริหารของ เชลซี และ โรมัน อบราโมวิช เคยขึ้นชื่อลือชาเรื่องความใจร้อนมาตลอด แต่กับเคสของ แลมพาร์ด ดูเหมือนว่าพวกเขาจะใจเย็นกว่าเดิมอย่างถึงที่สุด

ทีมหนุ่มของ แลมพาร์ด ชุดนี้ ยังต้องการเวลาพัฒนาตัวเอง และมันไม่เกี่ยวกับว่าพวกเขามี แวร์เนอร์ กับ ซิเย็ค เข้ามาแล้ว เพราะสิ่งที่จะทำให้ขุมกำลังชุดนี้แข็งแกร่งขึ้นได้อย่างยั่งยืนก็คือ ประสบการณ์

นั่นคือหัวใจสำคัญที่เคยสร้างให้ เชลซี ของ มูรินโญ่ กลายเป็นยอดทีมที่ไร้เทียมทานที่สุดทีมหนึ่งของ อังกฤษ

จากอดีตที่เคยใช้เงินซื้อประสบการณ์ แต่ตอนนี้ พวกเขาจะต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า “เวลา”

ก็คงต้องมาดูกันครับว่า เชลซี ในฤดูกาลที่ 2 ของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะแสดงให้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นกว่าซีซั่นแรกของเขาได้มากน้อยขนาดไหน