ลิเวอร์พูล จำเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องหากยังหวังที่จะอยู่บนหัวแถวต่อไปในฤดูกาลหน้าหลังจากที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้สำเร็จ แต่พวกเขาจะไม่ใช้วิธีการทุ่มเงินมหาศาลไปกับการซื้อนักเตะ

              นับตั้งแต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ ได้ติดต่อกันระหว่างปี 2006-2009 มีเพียงทีมเดียวเท่านั้นที่สามารถรักษาตำแหน่งแชมป์ลีกของพวกเขาเอาไว้ได้ นั่นก็คือทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่สามารถรักษาตำแหน่งแชมป์เอาไว้ได้ด้วยการมีแต้มเหนือลิเวอร์พูลเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นภาระที่ลิเวอร์พูลจะต้องทำให้ได้ในฤดูกาลต่อไปหลังจากที่คว้าแชมป์สำเร็จในปีนี้

              เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2018 ช่วงระหว่างการเป็นแชมป์ในครั้งแรกและครั้งที่ 2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทุ่มเงิน 60 ล้านปอนด์ซื้อ ริยาด มาห์เรซ มาจากเลสเตอร์ ซิตี้ แต่ลิเวอร์พูลไม่อยู่ในตำแหน่งที่จะใช้เงินได้มากขนาดนั้นในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าและความจริงแล้ว พวกเขาเคยทุ่มเงินในจำนวนที่มากกว่านั้นเพื่อนักเตะเพียงคนเดียวแค่ 2 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นนั่นหมายความว่าพวกเขาจะหาทางอื่น 

              ล่าสุดในรายการพอดแคสท์ Analysing Anfield เดวิด ฮิวจ์ส ได้กล่าวเอาไว้ว่า

              “ลิเวอร์พูลต้องเปิดประตูกว้างสำหรับพวกเขาเพื่อปรับแผนการเล่นของพวกเขาเล็กน้อย” “ลิเวอร์พูลต้องมีการพัฒนาเล็กน้อยในฤดูกาลหน้าเพราะระบบ 4-3-3 จะไม่เวิร์คไปทุกๆ สัปดาห์หรอก มีสองสามทีมที่ค้นพบหนทางที่จะหยุดมันได้อย่างที่พวกเขาทำได้สำเร็จแล้วเมื่อเร็วๆ นี้” “สำหรับผม ลิเวอร์พูลต้องมีการพัฒนาทางด้านรูปแบบของแทคติก”

              ด้านจอช วิลเลี่ยมส์ ก็กล่าวเพิ่มเติมว่า

              "เจอร์เก้น คล็อปป์ ทำแบบนั้นกับเซอร์ดาน ชากิรี่ และเปลี่ยนแผนการเล่นเป็น 4-2-3-1 แต่ดูเหมือนว่ามันค่อยๆ หายไปแล้วในตอนนี้และผมคาดว่าเขาจะย้ายออกไปในช่วงซัมเมอร์" “ความหลากหลายทางแทคติกที่คล็อปป์ทำได้ดีมากในการใช้มันในสองฤดูกาลที่ผ่านมา และเขาได้ทำลองทำทุกวิธีที่เป็นไปได้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ” “อดัม ลัลลาน่า เล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวโฮลด์บอลและทุกอย่างแล้ว, ทาคุมิ มินามิโนะ แม้จะเพิ่งมาเมื่อเดือนมกราคมแต่ก็เล่นแทบจะทุกที่อยู่แล้ว"

\

              มินามิโนะ อดีตดาวเตะของเร้ดบุลล์ ซัลซ์บวร์ก สามารถพิสูจน์ได้ว่าจะเป็นกุญแจสำคัญในการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว คาดว่าลิเวอร์พูลจะไม่สามารถนำผู้เล่นหลายๆ คนมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ ดังนั้นทั้งเขาและดิว็อค โอริกี้ ก็มีแนวโน้มที่จะได้เป็นแบ็คอัพของสามประสานในแดนหน้าต่อไปในฤดูกาลหน้า

              มาถึงตอนนี้ เมื่อมองจาก 2-3 เกมหลังสุดของฤดูกาล ก็ทำให้หลายคนเคลือบแคลงเล็กน้อยว่า มินามิโนะ นั้นเหมาะที่สุดแล้วหรือที่จะรับบทบาทดังกล่าวหลังจากที่โอริกี้นั้นก็เอาแน่เอานอนไม่ได้

              มินามิโนะ สามารถเล่นได้ทุกบทบาทในแนวรุก นั่นคือเหตุผลที่ลิเวอร์พูลนำเขาเข้ามาในราคา 7.25 ล้านปอนด์ มินามิโนะยังสามารถเล่นได้ทุกตำแหน่งในแดนหน้าหากใช้แผนการเล่น 4-2-3-1 แม้ว่าเขาอาจจะเล่นได้ดีที่สุดในตำแหน่งตรงกลาง เขายังสามารถเป็นนักเตะในแบบที่ชากิรี่เคยเป็นในแง่ของการเป็นเหตุผลที่จะเปลี่ยนรูปแบบการเล่นไปเล็กน้อยในการเล่นกับทีมที่มีอันดับต่ำกว่าในพรีเมียร์ ลีก

              พัฒนาการ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อแชมป์พรีเมียร์ ลีก ทุกทีมเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนจับไต๋ได้ เมื่อการทุ่มเงินลงไปซึ่งไม่ใช่ทางเลือกสำหรับลิเวอร์พูล มินามิโนะ จึงสามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่า จะเป็นเครื่องมือที่พวกเขามองหาเพื่อความก้าวหน้าอีกครั้ง เพราะเขาคือไพ่ตัวโจ๊กเกอร์ที่สามารถจะจับไปเล่นตรงไหนก็ได้