สงครามลูกหนังในย่านอาเชี่ยนไม่เป็นสองรองใคร ตัวอย่างให้เห็นอย่างรายการ "เอเอฟซี ซูซูกิ คัพ" หรือฟุตบอล "ซีเกมส์" ทุกชาติในย่านนี้หมายมั่นปั่นมือจะทำผลงานให้ดีที่สุด

 ความพร้อมของทีมและกองเชียร์คึกคักทุกครั้ง ในขณะที่การเชียร์เต็มไปด้วยสีสรรและความครึกครื้น แต่ละชาติข้ามน้ำข้ามทะเลเป็นกองทัพเพื่อส่งเสียงให้กำลังใจทีมรัก

 และทุกยุคจะมี "ศูนย์หน้า" จอมล่าประตูเกิดขึ้น แต่จะมีใคร "ที่สุด" จากผลงานตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มาติดตามกันดู

     

เล กง วินห์ เวียดนาม 51 ประตู

 ตำนานกองหน้าชาวเวียดนามยุดแรกที่คนไทยรู้จักกันดี โดยเฉพาะในปี 2008 เมื่อยิงคนเดียว 2 ประตู ให้ เวียดนาม ชนะ ไทย คว้าแชมป์ "ไทเกอร์ คัพ" สถิติการเล่นทีมชาติเวียดนามของ "กง วินห์" ถูกโฉลกกับฟุตบอลชิงแชมป์อาเซี่ยน เพราะมีสถิติทำไปถึง 15 ประตู

 โดยยอดดาวยิงทัพดาวแดง "คง วินห์" แจ้งเกิดในไทเกอร์คัพ 2004 เมื่อวัยเพียงแค่ 18 โดยยิงถึง 4 ประตูในปีนั้น 

 สำหรับสโมสร "กง วินห์" เคยออกนอกประเทศไปเล่นกับ "เล ซูร์" ทีมในโปรตุเกส ด้วยสัญญายืมตัวจาก "ฮานอย ทีแอนด์ที" เมื่อปี 2008 โดยลงสนามไป 2 นัด ยิง 1 ประตู

 นอกจากนี้ยังเคยไปเล่นให้กับ "คอนโดซาเล ซัปโปโร" ทีมดังญี่ปุ่นต้นสังกัด "เจ-ชนาธิป สรงกระสินธุ์" ขณะนั้นอยู่ใน "เจทู" เมื่อปี 2013 ด้วยสัญญายืมตัว โดยลงสนามไป 9 นัด และทำได้ 2 ประตู

 กลับมาเล่นให้กับ "บีคาแม็กซ์ บินเยือง" ทีมดังบ้านเกิด พร้อมทำสถิติยิงเร็วภายในเวลา 10 วินาที ของลีกเวียดนามที่ยืนยาวถึงปัจจุบัน

 ในปี 2016 "กง วินห์" พาทีมทำศึก "ซูซูกิ คัพ" เข้าถึงนัดชิงชนะเลิศ แต่ไปแพ้ อินโดนีเซีย 3-4 ดาวดังทีมชาติเวียดนามรู้สึกผิดหวังประกาศอำลาทีมชาติ และแขวนสตั๊ดไปในปีนั้นด้วยวัยเพียง 30 ปี

 ทิ้งสถิติเล่นให้กับทีมชาติ 83 นัด ยิง 51 ประตู  ปัจจุบันเป็นกุนซือให้ทีม "โฮจิมินห์ ซิตี้" ในเวียดนาม

       

ฟิล ยังฮัสแบนด์ ฟิลิปปินส์ 52 ประตู

 ยอดดาวยิงปินส์ "ฟิล ยังฮัสแบนด์" ดาวเตะลูกครึ่งวัย 32 พ่อเป็นชาวอังกฤษ ส่วนแม่เชื้อสายฟิลิปปินส์ ในวัยเด็ก "ยังฮัสแบนด์" ใช้ชีวิตอยู่ที่อังกฤษ เป็นเด็กฝึกหัดของ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ตอนอายุ 9 ขวบ ถือเป็นดาวเตะรุ่นเยาว์ที่น่าจับตา เมื่อสามารถทำประตูได้มากสุดในรุ่น

 ก่อนย้ายถิ่นฐานมาอยู่ฟิลิปปินส์ และเล่นอยู่กับ "เมนดิโอล่า ยูไนเต็ด" ทีมสโมสรดังกรุงมะนิลา ในฟิลิปปินส์ พรีเมียร์ลีก

 ด้วยรูปร่างและชั้นเชิง "ยังฮัสแบนด์" ถูกเรียกติดทีมชาติ ตั้งแต่ปี 2005 ขณะอายุ 18 ปี โดยเล่นทั้งชุด ยู 21 และ 23 รวมถึงทีมชาติชุดใหญ่ จวบจนถึงปัจจุบัน

  ผลงานสำคัญคือพาทีมฟิลิปปินส์จากทีมธรรมดา ก้าวถึงรอบรอบชนะเลิศในรายการ "ไทเกอร์ คัพ" หรือ "ซูซูกิ คัพ" ในยุคปัจจุบันถึง 4 สมัย นั้บตั้งแต่ปี 2010, 2012, 2014 และล่าสุด 2018

 ในซีเกมส์ 2005 ชุดต่ำกว่า 23 ปี ถือเป็นรายการแจ้งเกิดของหนุ่มวัย 18 เมื่อ "ยังฮัสแบนด์" ทำคนเดียว 2 ประตูในนัดแรกที่ลงสนาม ทำให้ ฟิลิปปินส์ ชนะ ลาว 4-2

 นับจากนั้นมา นักเตะลูกครึ่งเชื้อสายผู้ดีกลายเป็นตัวหลักของ ฟิลิปปินส์ เรื่อยมา พาทีมชนะในเกมสำคัญ โดยประตูที่ 50 ของ "ยังฮัสแบนด์" คือการซัดประตูชัยให้ทีมชนะ ทาจิกิสถาน 2-1 ในฟุตบอล "เอเชี่ยน คัพ" เมื่อปีที่แล้วก่อนโควิดจะระบาด ถึงตอนนี้ทำไปแล้ว 52 ประตู จากการลงสนามไปแล้ว 108 นัด และสถิติคงไม่หยุดอยู่เพียงเท่านี้

 ปัจจุบันลงเล่นให้กับสโมสรฟุตบอล "ดาเบา อากีลัส" และทีมชาติฟิลิปปินส์ 

        

ฟานดี้ อาหมัด สิงคโปร์ จำนวน 55 ประตู

 ตำนานฟุตบอลแห่งสิงคโปร์ "ฟานดี้ อาหมัด" ฉลองวันเกิดครบ 58 ปี ไปเมื่อเดือนก่อน ล่าสุดเอเอฟซี เสนอชื่อให้เป็น 1 ใน 9 ผู้เล่นเอเชีย และหนึ่งเดียวในอาเซียน ที่มีอิทธิพลในลีกฮอลแลนด์ ขณะเล่นอยู่กับ "กัวนิงเก้น"

 สำหรับรายอื่น อาทิ "ปาร์ค จีซอง" และ "ลี ยองเพียว" สองนักเตะเกาหลีจาก "พีเอสวี ไฮน์โฮเว่น" รวมถึง "ชินจิ โอโนะ" ของญี่ปุ่นในทีม"เฟเยนูร์ด" และ "เจสัน คูลิน่า" ดาวเตะออสเตรเลีย ของ "อาแจกซ์ฯ"

 ความสำเร็จของ "ฟานดี้ อาหมัด" ในฐานะผู้เล่นชาวสิงคโปร์คนแรกในลีกฮอลแลนด์และยุโรป ที่ถูกจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ ขณะ "อาหมัด" ในวัย 21 เมื่อปี 1983 ขณะอยู่กับ "เอฟซี กัวนิงเก้น" ตำนานจากเกาะสิงคโปร์กด 2 ประตู ในนัดเปิดสนาม ยูฟ่า คัพ ในเกมกับ "งูใหญ่" อินเตอร์ มิลาน ทีมดังอิตาลี

 รวมตลอด 2 ปี ในลีคดัตช์ "ฟานดี้ อาหมัด" ลงเล่นไป 36 นัด ทำได้ 11 ประตู น่าเสียดายที่ในฤดูกาลที่ 2 ด้วยความเล็กของรูปร่างเสียเปรียบเรื่องการปะทะทำให้มีอาการบาดเจ็บทำให้ลงเล่นได้ไม่กี่นัด แต่ก็เพียงพอที่ทำให้ "ฟานดี้ อาหมัด" เข้าไปอยู่ในหนึ่งความทรงจำของแฟนๆ ลีคดัตช์ เกี่ยวกับผู้เล่นเอเชีย 

 สำหรับการเล่นในนามทีมชาติ ดาวยิงตำนานแดนลดช่องติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 19 ปี เล่นนาน 19 ปี ก่อนเลิกเล่นเมื่อปี 1997 ด้วยผลงาน 55 ประตู จากการลงสนาม 101 นัด

 ทุกวันนี้ยังมีชีวิตที่สุขสบายในสิงคโปร์

            

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ไทย จำนวน 71 ประตู

 หากจะเอ่ยถึงดาวยิงทีมชาติไทย หลายคนอาจนึกถึง "เดอะตุ๊ก" ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน แต่เมื่อวัดจากสถิติการบันทึกอย่างเป็นทางการของฟีฟ่า ดาวยิงตลอดกาลของไทยกลับเป็น "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง

 ดาวยิงของไทยรายนี้เกิดที่ จ.อุดรธานี แต่ไปโตที่ จ.ขอนแก่น เกิดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2516 ติดทีมชาติไทยครั้งแรกเมื่ออายุ 17 ปี ในชุดเยาวชน ไปแข่งขันที่ประเทศมาเลเซีย 3 ปีต่อมาขึ้นติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรก ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 24 ในชุด "ดรีมทีม" และตามด้วยการแข่งขันฟุตบอลเมอร์ไลออนคัพ ที่ประเทศสิงคโปร์

 หลังจากนั้นชื่อของ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ก็ไม่หายไปจากทีมชาติไทย พาทีมประสบความสำเร็จหลายรายการ ชนะเลิศการแข่งขันฟุตบอล ในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 17, 18 และ 19 และชุดที่เป็นอันดับ 4 การแข่งขันฟุตบอล ในกีฬาเอเชียนเกมส์สองสมัยติดต่อกันคือ ครั้งที่ 13 ประจำปี พ.ศ. 2541 และครั้งที่ 14 ประจำปี พ.ศ. 2545

 นอกจากนี้ยังยิงแฮตทริก ขณะเล่นให้ทีมชาติไทยมาแล้ว 4 ครั้งคือ ฟุตบอลชายซีเกมส์ครั้งที่ 20 นัดชนะฟิลิปปินส์ 9-0, เกมกระชับมิตร ทีมชาติไทยชนะทีมชาติคูเวต 5-4 เมื่อพ.ศ. 2544, ฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ชนะปากีสถาน 6-0  และ ไทเกอร์คัพ 2002 รอบแรก ทีมชาติไทยชนะทีมชาติลาว 5-0 

 "ฟีฟ่า" บันทึกว่า "ซิโก้" ทำประตูสูงสุดให้แก่ทีมชาติไทย 71 ประตู จากการลงเล่น 134 นัด 

  "ซิโก้" ติดทีมชาติไทยนาน 15 ปี ก่อนแขวนสตั๊ดเมื่อปลายปี 2550 ในเกมอุ่นเครื่อง "สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์"ที่สนามศุภชลาศัย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2550 โดยเสมอกันที่ 1-1 

 จากนั้นผันตัวไปเป็นโค้ช ก่อนกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขกับครอบครัวในปัจจุบัน

       

ไซนัล อาบิดีน มาเลเซีย 78 ประตู

  ฉายา "ไอ้ตูดงอน" ไซนัล อาบิดีน ศูนย์หน้าดาวยิงร่วมยุค "เดอะตุ๊ก" ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน และ "ฟานดี้ อาหมัด" ของสิงคโปร์ โดย 3 นักเตะดังร่วมยุคเคยต่อสู้ชิงความเป็นหนึ่งในศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 15 

 ผลคือ ไทย เต็ง 1 ต้องพบเจ้าภาพเสือเหลือในรอบตัดเชือก และเป็น "ไซนัล อาบิดีน" ทำประตูชัย ไปชิงชนะเลิศกับ สิงคโปร์ ของ "ฟานดี้ อาหมัด" และเอาชนะไป 3-1

 ส่วนทีมชาติไทยกลับบ้านอย่างบอบช้ำ โดยเฉพาะ "เดอะตุ๊ก" ดาวยิงถูกกล่าวหาว่าล้มบอล ต้องไปสาบานที่วัดพระแก้ว และขอพักการเล่นทีมชาติไปเพื่อฟื้นฟูจิตใจนานถึง 3 ปี

 ด้าน "ไอ้ตูดงอน" ถือเป็นช่วงทองในยุคนั้น นอกเหนือจากแชมป์ซีเกมส์ ยังพาเสือเหลือง "มาเลเซีย" คว้าแชมป์ "เมเดอการ์ คัพ" รวมถึงการคว้ารางวัลนักเตะทรงคุณค่า "เอ็มวีพี" ในศึก "ไทเกอร์ คัพ" ในปี 1996 

 สามปีต่อมา รับรางวัล "เอเอฟซี เซนจูรี่ อวอร์ด" นักฟุตบอลยอดเยี่ยมของเอเชียในรอบทศวรรษ

 "ไซนัล อาบิดีน" เล่นให้กับติดชาติมาเลเซีย ช่วงปี 1984-1996 เล่นไป 134 นัด ทำไป 78 ประตู

 หลังอำลาสนามหญ้าในปีนั้น "ไอ้ตูดงอน" หันไปเล่นฟุตซอล และพาทีม มาเลเซีย เป็นตัวแทนเอเชียไปแข่งฟุตซอลโลกที่ประเทศ สเปน พร้อมกับ จีน และ อิหร่าน

 ผลคือตกรอบแรก เมื่อพ่าย 3 นัดรวดในสาย ซี โดยอยู่ร่วมกับ อิตาลี อุรุกวัย และ อเมริกา โดยแชมป์ปีนั้นคือ บราซิล ที่ชนะ สเปน เจ้าภาพในรอบชิง 6-4

 ปัจจุบันยังวนเวียนในสนามฟุตบอลบ้านเกิด โดยเป็นโค้ชให้กับ "มะละกา ยูไนเต็ด"

 ทั้งหมดนี้คือดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ "อาเซี่ยน" แต่สถิติอาจเปลี่ยนแปลงเมื่อ  ยอดดาวยิงปินส์ "ฟิล ยังฮัสแบนด์" ดาวเตะลูกครึ่งอังกฤษวัย 32 ยังลงสนามและมีโอกาสทำสถิติเพิ่ม เช่นเดียวกับ "ธีรศิลป์ แดงดา" ดาวยิงอันดับหนึ่งของไทยในยุคปัจจุบันที่ทำไปแล้ว 47 ประตู ในการรับใช้ชาติ 106 นัด