ประวัติศาสตร์ สนุ้กเกอร์ไทย ต้องเขียนใหม่อีกครั้งว่า ในปี พ.ศ.2563 เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี ที่นักสนุกเกอร์ชาวไทยเข้าสังเวียน "ครูซิเบิล" พร้อมกันถึง 2 คน

 ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับรายการสนุ้กเกอร์ชิงแชมป์โลก เพราะรายการนี้ต้องการยอดฝีมือเพียง 32 คนเท่านั้นที่จะแข่งขันในสังเวียนแห่งตำนาน "ครูซิเบิล เธียร์เตอร์"

 สำหรับฤดูกาล 2020 มีนักแม่นรูชาวไทยเข้ารอบพร้อมกันสองคนคือ "เอฟวัน" เทพไชยา อุ่นหนู นักสอยคิวมือ 20 ของโลก และ "หมู ปากน้ำ" นพพล แสงคำ นักสนุกเกอร์มือ 42 ของโลก 

 แม้ในช่วง "โควิด" ไม่มีการแข่งขันสองนักสนุ้กเกอร์ไทยหันไปทำธุรกิจส่วนตัว โดย "เอฟวัน" หันไปเปิดโต๊ะสนุ้กเกอร์ที่ถนัดในชื่อ "สปีด คิงส์" ในขณะที่ "หมู ปากน้ำ" หันไปขายกุนเซียง

 แต่เมื่อถึงเวลาทำหน้าที่ทั้งคู่ไม่ทำให้กองเชียร์ผิดหวังสามารถฝ่าฟันเอาชนะคู่แข่ง ในการแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก 2020 รอบคัดเลือกจนจบรอบที่ 4 คว้าสิทธิ์ไปดวลคิวในรอบสุดท้าย ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-16 สิงหาคม ณ โรงละครครูซิเบิลเธียร์เตอร์ เมืองเชฟฟิลด์ ประเทศอังกฤษได้สำเร็จ

                                        "หมู ปากน้ำ" กับแอคชั่นหน้า "ครูซิเบิล เธียร์เตอร์"

 จากผลงานของทั้งคู่ ทำให้เป็นครั้งแรกในรอบ 25 ปี ที่มีนักสอยคิวไทย 2 คน คว้าสิทธิ์ไปแข่งขันสนุกเกอร์ชิงแชมป์โลกรอบสุดท้ายพร้อมกัน

 ก่อนหน้านี้ เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่นักสอยคิวไทยคว้าตั๋วไปดวลคิวในศึกชิงแชมป์โลกรอบสุดท้าย มากกว่า 1 คน ต้องย้อนกลับไปในศึกชิงแชมป์โลกเมื่อปี 1995 จากผลงานของ "ต๋อง ศิษย์ฉ่อย" รัชพล ภู่โอบอ้อม โดยใช้ชื่อแข่งขันว่า "เจมส์ วัฒนา" กับ "ต่าย พิจิตร" ชูชาติ ไตรรัตนประดิษฐ์  ที่ใช้ชื่อในการเล่นอาชีพว่า "ต่าย พิจิตร"

 การแข่งขันในปีนั้น "ต่าย พิจิตร" มาจากรอบคัดเลือก ส่วนฉายาไทยทอร์นาโด "เจมส์ วัฒนา" เป็นมือวางซึ่งเวลานั้นอยู่ในช่วงยอดฝีมือ 1 ใน 4 ของโลก ร่วมกับ "เทพบุตรคิวทอง" สตีฟ เดวิด, "มัจจุราชผมทอง" สตีเฟ่น เฮนดรี้ และ จิมมี่ ไวท์ น่าเสียดายทั้ง "ต๋อง" และ "ต่าย" ตกรอบแรกทั้งคู่ ส่วนแชมป์ปีนั้นตกเป็นของ สตีเฟ่น เฮนดรี้ ที่เอาชนะ จิมมี่ ไวท์ สุดระทึก 18-17 เฟรม

 ฤดูกาลนี้ทั้ง "เอฟวัน" และ "หมู" ยืนยันจะทำให้ดีที่สุด 

 สำหรับ "หมู ปากน้ำ" นพพล แสงคำ คว้าตั๋วไปแข่งขันชิงแชมป์โลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งที่ 2 ต่อจากศึกชิงแชมป์โลก 2017 ที่เปิดตัวอย่างฮือฮาด้วยเพลง "แสงสุดท้าย" ของ "บอดี้สแลม"  ในขณะที่ "เอฟวัน" เทพไชยา อุ่นหนู คว้าตั๋วเข้าไปแทงในสังเวียน ครูซิเบิลเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันนับจากปี 2018, 2019 และในปีนี้

 น่าเสียดายปีที่แล้ว "เอฟวัน" ประกบคู่ไปเจอ "จัดด์ ทรัมปป์" รอบแรก และพ่ายไป 9-10 ด้วยจังหวะพิศดารก่อน "จัดด์ ทรัปป์" ก้าวไปเป็นแชมป์โลก

 ฤดูกาลนี้ผลการจับสลากออกมาแล้ว เรียกได้ว่าฮือฮากันทั้งบาง ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยในวงการสนุ้กเกอร์โลก ต่างก็พูดถึงและเรียกคู่นี้ว่า "เกมหยุดโลก" นั่นคือการโคจรมาพบกันของ "เอฟวัน" เทพไชยาอุ่นหนู พบกับ "รอนนี่ โอซุลลิแวน"

 ในขณะที่ "หมู ปากน้ำ" นพดล แสงคำ พบกับอดีตแชมป์โลกอีกราย "ณอน เมอร์ฟี่"

 ก่อนผลการประกบคู่จะออกมา "หมู ปากน้ำ" และ "เอฟวัน" สนทนาผ่านไลน์ถึงการต่อสู้ใน "ครูซิเบิล" ทาง "เอฟวัน" โพล่งมาเป็นตัวหนังสือ "เอาจัดด์ไป เอารอนนี่มา" สุดท้ายก็เป็นไปตามนั้น

 "คำพูดของท่านพี่โครตจะ ประกาศิตจริงๆ ขอ เฮียได้เฮีย หลังจากคุยกันเมื่อคืน ##ไปลุยยยยกันนนนเลย "

 "หมู ปากน้ำ" นำข้อความมาโพสต์ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเรียกบรรยากาศความเดือดเพิ่มขึ้นมาอีกระดับ

                                    "เอฟวัน" และครอบครัวกำลังใจชั้นยอดของ "อุ่นหนู"

 ในขณะที่ "เอฟวัน" เทพไชยา อุ่นหนู ไม่มีคำพูดใดๆ หลังรู้ผลการประกบคู่ นอกจากท่าทางเอามือกุบขมับ อย่างไรก็ตามเจ้าตัวยืนยันมาโดยตลอดว่าจะทำให้ดีที่สุด และจะแพ้จนกว่าจะชนะ

 ด้าน "หมู ปากน้ำ" ยอมรับเสียดายที่ขาดกองเชียร์ในปีนี้เนื่องจาก โควิด"

 "ต้องขอบคุณทุกๆคำสอนของทีมงาน ทุกคนด้วยครับ ที่ทำให้ผมมีสมาธิและกำลังใจจน สำเร็จในวันนี้ ขอบคุณครอบครัวและคนไทยทุกคน ที่เชียร์และให้กำลังใจผม ตลอดมา ผมจะทำให้สุดความสามารถ และจะสนุกกับเกมที่จะถึง ในเร็ววันนี้ครับ สู้ไปด้วยกันนะครับ ...."

 อย่าลืมให้กำลังใจสองนักสอยคิวไทย ช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง