ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ภายใต้การคุมทัพของ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม เกือบที่จะได้ชื่อว่าเป็นทีมที่เลื่อนชั้นสู่เวทีลีกสูงสุดของไทย แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย

ด้วยปัจจัยที่ทั้งโดนหัก 12 คะแนน ทำให้พวกเขาต้องมาลุ้นโควต้าเลื่อนชั้นในเกมนัดสุดท้าย ก่อนที่จะไม่สามารถทำตามฝันของตัวเอง เนื่องจากบุกไปพ่าย ไทยฮอนด้า ในนัดปิดฤดูกาล

จากคำว่าเกือบเป็นทีมที่จะคว้าตั๋วเลื่อนชั้นกลับสู่เวทีลีกสูงสุดเมื่อฤดูกาลที่แล้วของทัพ "กูปรีอันตราย" ศรีสะเกษ เอฟซี ทำให้แฟนบอลของทีมต่างคาดหวังว่าอยากจะเห็นสโมสรที่รักทำเป้าหมายเดิมให้สำเร็จในฤดูกาลใหม่


โค้ชเก๋” วรชัย สุรินทร์ศิริรัฐ กุนซือสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี

สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงทีมด้วยการดึง "โค้ชเก๋" วรชัย สุรินทร์ศิริรัฐ อดีตกุนซือของไทยฮอนด้า เอฟซี ทีมที่เพิ่งจะดับฝันพวกเขาในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาลที่แล้ว เข้ามาแทนที่ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม ที่โยกไปรับงานคุมทัพหนองบัว พิชญ เอฟซี

- ผลกระทบจากโควิด-19

ก่อนจะเดินหน้าเตรียมทีมและออกสตาร์ท 4 เกมแรก ด้วยผลงานชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 เก็บได้ 7 คะแนน รั้งอยู่ในอันดับ8 ของตาราง ซึ่งจะว่าไปแล้วก็ถือว่าไม่ได้ขี้เหร่ และยังคงอยู่ในเส้นทางที่หวังคว้าตั๋วเลื่อนชั้นได้อยู่ด้วยระยะห่างทีมหัวตารางเพียงแค่ 3 คะแนน

แต่สุดท้ายฟุตบอลลีกไทย ต้องพักเบรกการแข่งขัน จากสถานการณ์ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้พวกเขาได้รับผลกระทบไปเต็มๆ ทั้งเรื่องเงินรายได้ที่จะหายไป เรื่องความต่อเนื่องของการเล่น รวมถึงขุมกำลังของทีมบางรายที่ต้องเสียออกไป อย่างเช่น กัณฑ์สิทธิ์ เปรมธนากุล ที่โยกไปร่วมงานกับ "น้าฉ่วย" สมชาย ชวยบุญชุม อีกครั้งในถิ่น "พญาไก่ชน"


ขุมกำลังของศรีสะเกษ เอฟซี

- คู่แข่งแย่งตั๋วไทยลีกที่เพิ่มขึ้น

บวกกับการที่บรรดาสโมสรคู่แข่งเลื่อนชั้นโดยตรงนั้นเดินหน้าเสริมทัพแบบจัดหนักจัดเต็ม ซึ่งจะว่าไปเมื่อเทียบกับซีซั่นที่แล้ว จำนวนทีมคู่แข่งลุ้นตั๋วโดยตรงของ ศรีสะเกษ เอฟซี ถือว่ามีมากขึ้นกว่าเดิมด้วยซ้ำไป

ทั้งบรรดาทีมทีมเต็งที่อยู่ในข่ายแอบลุ้นตั๋วอยู่แล้วตั้งแต่เมื่อซีซั่นก่อนอย่าง หนองบัว พิชญ เอฟซี หรือ อุดรธานี เอฟซี ยิ่งเมื่อบวกกับการคว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นมาของ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ที่หลายๆคนมองว่าขุมกำลังของพวกเขานั้นมีดีพอที่จะลุ้นตั๋วเลื่อนชั้นเต็มตัวได้เลย แม้ว่าจะเป็นทีมน้องใหม่ก็ตาม

ด้วยประสบการณ์ที่เคยเล่นเวทีลีกรองมาแล้วของทัพ "จงอางผยอง" ขอนแก่น ยูไนเต็ด ก่อนที่จะถูกปรับตกชั้นลงไป ซึ่งจะว่าไปแล้วในช่วงเวลานั้น พวกเขาก็ถือว่าเป็นทีมที่กำลังคั่วตั๋วเลื่อนชั้น ก่อนที่จะโดนลงโทษปรับตกชั้นลงไป

ขณะที่อีกหนึ่งทีมน้องใหม่ แต่หน้าเก่า และเก๋าประสบการณ์เหลือเกินอย่าง นครปฐม ยูไนเต็ด ที่เพิ่งจะไต่เต้ากลับเลื่อนขึ้นมา ก็จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด เพราะเป็นอีกหนึ่งทีมที่แม้จะต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ในศึกไทยลีก4 แต่พวกเขาก็ใช้เวลาเพียงแค่ 2 ฤดูกาล กลับมายืนในลีกที่เคยอยู่อีกครั้ง

จะเห็นว่าทั้งสองทีมน้องใหม่ที่กล่าวมาในข้างต้น ล้วนแต่เป็นสโมสรระดับคุณภาพที่พร้อมจะไล่ล่าความสำเร็จกับการคว้าโควต้าขึ้นไปโลดแล่นบนเวทีลีกสูงสุดกันทั้งนั้น ซึ่งก็เป็นอย่างที่บอกว่าทัพ "กูปรีอันตราย" จะมีคู่แข่งแย่งตั๋วเลื่อนชั้นโดยตรงเพิ่มมากกว่าเดิม ทำให้งานที่พวกเขาจะต้องสะสางให้สำเร็จนั้นมีความยากและท้าทายมากขึ้น


ทัพนักเตะสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี

- แต่ละสโมสรยกระดับขึ้นมาจากเดิม

นี่ยังไม่รวมบรรดาสโมสรอื่นๆที่แม้จะถูกมองว่าอาจจะต้องเป็นทีมที่ดิ้นรนหนีตายอยู่ในโซนท้ายตาราง แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าแต่ละทีมต่างก็มีทีเด็ดของตัวเองอยู่ในมือ และพร้อมที่จะเล่นงานทีมในกลุ่มบนของตารางได้ทุกเมื่อ

อย่าง อยุธยา ยูไนเต็ด ที่ได้สิทธิ์ไปต่อในเวทีไทยลีก2 แม้ว่าอันดับของพวกเขาเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาจะเป็นทีมที่ต้องตกชั้นไปสู่ไทยลีก3 แต่ด้วยความที่ อุบลฯ ถูกปรับตกชั้น ส่งผลให้พวกเขารอดตายราวกับปาฏิหาริย์ ก่อนที่จะเดินหน้าเตรียมทีมแบบจัดเต็ม

ยิ่งโดยเฉพาะช่วงที่ลีกไทยได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 และเปิดโอกาสให้แต่ละทีมเสริมทัพได้ใหม่อีกครั้ง ทัพ "นักรบอโยธยา" ก็ไม่รอช้า ก่อนจะจัดการคว้านักเตะฝีเท้าดีเข้ามายกระดับทีมอีกมากมาย


ความหวังของสาวก "กูปรีอันตราย"

เมื่อดูจากปัจจัยหลายๆอย่าง เป้าหมายของสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ที่เคยตั้งความหวังเอาไว้อาจจะต้องเจอกับโจทย์ที่ยากและมีความลำบากมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหวังเลย เพราะอย่าลืมว่าในฤดูกาลนี้มีโควต้าพื้นที่เพลย์ออฟ เพื่อแย่งชิงตั๋วใบที่ 3 ซึ่งหากเทียบคุณภาพและประสบการณ์แล้ว บางทีอาจจะเปลี่ยนเป้าหมายแค่จากเดิมที่ขอลุ้นตั๋วแบบอัตโนมัติ มาเป็นการลุ้นเข้าไปเล่นในรอบเพลย์ออฟให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เรื่องเป้าหมายก็เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งที่เราตั้งขึ้นมาเอง สุดท้ายไม่ว่าผลลัพธ์จะได้ตามที่หวังเอาไว้หรือไม่ก็เป็นเรื่องของผลงานในสนาม แต่สิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นแน่ๆ คือเชื่อว่าพวกเขาก็จะต้องใส่แบบเต็มที่ทุกนัด เพียงแต่คู่แข่งที่เจออาจจะเพิ่มระดับความยากขึ้นกว่าเดิม สุดท้ายเราค้องตอติดตามกันดูว่าทัพ "กูปรีอันตราย" จะสามารถคว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นไปสร้างสีสันในเวทีลีกสูงสุดของไทยได้อีกครั้งหรือไม่...

"บิ๊ก กิโล10"

ขอบคุณภาพจาก : Sisaket FC