ส่องความพร้อมของ 3 สโมสรที่หลายคนบอกว่าเป็นทีมที่มีโอกาสตกชั้นไปเล่นในศึกไทยลีก 2 ฤดูกาล 2020

ระยอง เอฟซี

ผลงานของ "ม้านิลมัลกร" ในการเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในศึกไทยลีกครั้งแรก สี่นัดแรกยังไม่มีคะแนน พวกเขายิงคู่แข่งได้แค่ 1ลูกเท่านั้น และโดนยิงไปถึง 8ลูก โดยปัจจุบันรั้งอันดับรองบ๊วยของตารางคะแนน ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเอดโค้ช ชูศักดิ์ ศรีภูมิ ที่พาทีมสร้างประวัติศาสตร์ต้องแยกทางไป

โดยบอร์ดบริหารเลือก อาร์ตูร์ แบร์นาร์เดส กุนซือมากประสบการณ์ชาวบราซิลวัย 64เข้ามาทำทีมแทน ซึ่งดูจากโฟร์ไฟล์ที่เคยผ่านการคุมหลายทีมชั้นนำ ในระดับเอเชียอย่างโชกโชนทั้ง เจจู ยูไนเต็ด ,กังวอน เอฟซี ในเคลีกประเทศเกาหลีใต้ , อัล ริยาดห์,อัล มอจเซล, อัล ชาบับ ทีมยักษ์ใหญ่ ลีกซาอุดีอาระเบีย, และ อัล วาเซิ่ล,อัล อาห์ลี รวมถึงสโมสรในลีกสูงสุดของบราซิล อย่าง ฟอร์ตาเลซ่า,โบตาโฟโก้,ฟลูมิเนนเซ่,สปอร์ต เรซิเฟ่,อัตเลติโก มิไนโร่,บาเฮีย และ อัตเลติโก ปาราเนนเซ ถือว่าเซอร์ไพรส์พอสมควรที่มารับงานนี้

ตอนนี้ อาร์ตูร์ ยังไม่มีโอกาสคุม ระยอง เอฟซี ลงทำการแข่งขันเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกมลีกต้องหลุดลงไปหลายเดือน และพวกเขาก็ได้รับผลกระทบ ทำให้ต้องปล่อยออกไปหลายรายไล่ตั้งแต่ ศุภเสกข์ ไก่แก้ว , เดชา สอาดโฉม , ทศพร ศรีเรือง สามแข้งไทย รวมถึงผู้เล่นต่างชาติอย่าง ติอาโก ชูลาปา , ติอาโก หลุยส์ และ เลอันโดร เรซิดา ที่ไม่ได้ไปต่อ

สำหรับผู้เล่นใหม่ที่จะดึงเข้ามาแทนที่ตอนนี้ยังไม่มียืนยันออกมาแม้แต่คนเดียว โดยเฉพาะแข้งต่างชาติชาวบราซิลที่เตรียมอิมพอร์ตเข้ามาก็ต้องล้มแผนไป โดยบอร์ดบริหารเล็งไปที่แข้งต่างชาติที่อยู่ในไทยแทน ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีใครเข้ามาบ้าง รวมถึงแข้งไทยที่เล็งไว้หลายคน แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีเข้ามา

ด้วยคุณภาพนักเตะของ ระยอง เอฟซี ก็ต้องยอมรับตามตรงว่าพวกเขาดูเป็นรองทีมอื่นพอสมควร รวมถึงประสบการรณ์ในการเล่นในลีกสูงสุดด้วย ในช่วงสี่เกมแรกถ้าใครได้ดูเกมของพวกเขา คงต้องพูดเป็นเสียงเดียวกันคือเล่นดีเลยทีเดียว มีโอกาสจบสกอร์เยอะ แต่ไม่มีความเฉียบคม พอมีโอกาสทำแล้วทำไม่ได้ก็โดนคู่แข่งลงโทษทำให้ไม่มีคะแนน

จากนี้ก็ต้องดูว่าทาง อาร์ตูร์ แบร์นาร์เดส จะปรับจูนทีมได้ดีแค่ไหนกับผู้เล่นที่มีอยู่ หากสามารถพา "ม้ามิลมังกร" อยู่รอดได้ในฤดูกาลนี้ ก็คงต้องได้รับซูฮกฝีมือเลยทีเดียว


ตราด เอฟซี

"ช้างขาวจ้าวเกาะ" ทำผลงานได้ดีในการแข่ขันลีกสูงสุดฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้ฤดูกาลนี้บอร์ดบริหารหมายมั่นปั้นมือที่จะรักษามาตราฐาน โดยโค้ชยังเป็นคนเดิมคือ อ.พยงค์ ขุนเณร แต่ที่น่าสนใจคือพวกเขามีการปรับเปลี่ยนผู้เล่นหลายราย ตัวเก่าคนเดียวที่ได้อยู่กับทีมคือ กาฟาร์ ดูโรซินมี่ ส่วนที่เหลือเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด

ผลงานของตราด เอฟซี ในการลงเล่นสี่เกมแรก เป็น1ใน2ทีมร่วมกับ ระยอง เอฟซี ที่ยังไม่สามารถเก็บคะแนนได้เลย ส่องตาข่ายคู่แข่งได้แค่1ลูก และโดนยิงไปถึง 9ประตู รั้งอันดับสุดท้ายของตารางคะแนน ต้องบอกว่าทำได้ไม่ดีเลยทั้งเกมรุกและเกมรับ 

ในช่วง โควิด-19 ตราด เป็นอีกทีมที่ได้รับผลกระทบ ทำให้ต้องปล่อยนักเตะออกจากทีมไปหลายรายไล่ตั้งแต่แข้งไทยอย่าง พิชิตย์ ใจบุญ , พงศ์พันธ์ พาระพันธ์ , วรวุฒิ จันสีทา , รุ่งศักดิ์ คชรักษ์ , อาทิตย์ วิเศษศิลป์ และ อนุชา สุกใส นอกจากนี้ในส่วนของแข้งต่างชาติก็โละออกไปหลายรายเช่นกันทั้ง อาฟิค ยูนอส , การ์ฟา ดูโรซินมี , คัง ซู อิล และ อิซวาน มาห์บุด 

สำหรับผู้เล่นใหม่ที่จะดึงเข้ามาเสริมทัพ ถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าได้ใครเข้ามาเสริมทีมบ้าง ผู้เล่นต่างชาติแน่นอนการอิมพอร์ตจากต่างประเทศเข้ามาตอนนี้เป็นไปได้ยาก เพราะฉนั้นคงต้องเล็งไปที่ผู้เล่นต่างชาติที่อยู่ในไทยแทน ส่วนจะเป็นใครบ้างคงต้องรอ

ถึงตอนนี้เป้าหมายของ ตราด เอฟซี คงไม่ต้องไปหวังถึงการจบอันดับเลขตัวเดียว ขอแค่มีผู้เล่นพร้อมในการกลับมาแข่งขันในการรีสตาร์ทใหม่ก็น่าพอใจแล้ว จากนั้นก็ประคองตัวให้อยู่รอดได้ลีกสูงสุดถ้าทำได้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว แฟนบอลคงไม่กดดันว่าต้องจบเลขตัวเดียวหรือกลางตารางเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา

จากนี้ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ในอาชีพโค้ชของ อ.พยงค์ ขุนเณร ที่หนักที่สุด ด้วยสถานการณ์ที่เจอตอนนี้ นอกจากจะต้องจูนนักเตะที่มีอยู่ให้พร้อมมากที่สุดก่อนกลับมาแข่งขันแล้ว ยังจะต้องใช้คอนเน็กชั่นที่มีดึงนักเตะมาช่วยงานด้วย เพราะเท่าที่มีอยู่ไม่เพียงพอแน่นอน

นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี

ทีมสุดท้ายที่จะพูดถึงก็คือ "สวาทแคท" หนึ่งในสโมสรที่มีแฟนบอลติดตามมากที่สุดงามเล่นในบ้าน อย่างไรก็ตามผลงานในฤดูกาลนี้ในสี่เกมแรกภายใต้การคุมทีมของ "โค้ชโจ" ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ด้วยการ ชนะ 1 และแพ้ไป 3 นัด รั้งอันดับ 12ของตารางคะแนน

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ นครราชสีมาฯ ทำผลงานได้ไม่ดีนัก ก็เพราะพวกเขาต้องเล่นเป็นทีมเยือนในสี่เกมแรก เนื่องจากสนามเฉลิมพระเกียรติ 80พรรษษ รังเหย้าปิดปรับปรุง ซึ่งเหตุผลที่ผมยกเอาพวกเขามาอยู่ในทีมที่มีโอกาสตกชั้น เนื่องจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 ถือว่าส่งผลกระทบพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องของงบประมาณการทำทีม

ที่ผ่านมา "สวาทแคท" เป็นสโมสรที่ถูกพูดถึงพอสมควรเกี่ยวกับเรื่องเงินเดือนนักเตะ รวมถึงข่าวที่ว่าบอร์ดบริหารกำลังหานายทุนเข้ามาทำทีมแทน แม่ว่าสโมสรจะออกมาปฎิเสธว่าไม่เป็นความจริง แต่ก็ทำให้แฟนบอลและนักฟุตบอลวิตกกังวลพอสมควร

สภาพทีมตอนนี้นักเตะใหม่ที่เข้ามายังไม่มี จะมีก็แค่นักเตะอคาเดมี่ที่ถูกดันขึ้นมาเล่นทีมชุดใหญ่ ส่วนตัวเก่าที่จะปล่อยออกไปก็ยังไม่มีเช่นเดียวกัน เพราะฉนั้นมีแนวโน้มสูงที่ขุมกำลังจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากสี่เกมแรก 

เป้าหมายของ "สวาทแคท" ในการลงเล่นฤดูกาลนี้ หวังที่จะจบอันดับเลขตัวเดียวโดยไม่ต้องไปหนีตกชั้น ซึ่งถ้าดูด้วยคุณภาพนักเตะที่มีแม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่น แต่ก็ถือว่ามีดีพอสมควร และเหมาะสมกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็ต้องมาดูกันว่า โค้ชโจ จะสามารถจูนทีมให้ลงตัวได้ดีแค่ไหน

ในการกลับมาแข่งขันนครราชสีมาฯ จะได้กลับไปเล่นในบ้านอีกครั้ง ซึ่งจุดนี้เองถือเป็นจุดแข็งของพวกเขา ทุกครั้งที่เล่นในบ้านไม่มีกลัวใครอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องมาดูกันว่าการกลับมารีสตาร์ทพวกเขาจะยังทำได้ดีเหมือนเดิม รักษาจุดเด่นเกมในบ้านเอาไว้ได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็มีโอกาสทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้สำเร็จ แต่ถ้าไม่ได้ ก็มีโอกาสร่วงตกชั้นเหมือนกัน

ะยอง เอฟซี , ตราด เอฟซี และ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี อาจจะเป็นสามสโมสรที่หลายคนบอกว่ามีโอกาสตกชั้น แต่ก็ใช่ว่าทีมอื่นจะลอยตัวนะครับ ทั้งหมดก็เป็นแค่การคาดการณ์ ทั้งสามทีมอาจจะทำผลงานได้ดี จบกลุ่มบนตารางก็ได้ ก็หวังว่าการคาดการณ์จะผิดนะคับ

สุดท้ายก็มาลุ้นกันว่าศึกไทยลีก 2020 เกมที่ห้า จะกลับมารีสตาร์ทได้ตอนไหน จะเร่งให้แข่งจบเร็วในปีนี้ หรือจะยังคงกำหนดเดิมคือ 12 กันยายน แล้วไปจบ พฤษภาคม ปีถัดไป จะทำอะไรก็รีบทำ จะเอายังไงก็เอานะครับ ส.บอล ทุกทีมเขารอความชัดเจนอยู่...