เมื่อคืนที่ผ่านมา สาวก "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด ต่างคงแฮปปี้กันแบบสุดๆ เมื่อทีมรักของพวกเขา ได้เลื่อนชั้น กลับขึ้นมาเล่น พรีเมียร์ลีก ได้อีกครั้ง

นับเป็นเวลานานถึง 16 ปี ที่ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไม่ได้เล่นในลีกสูงสุด นับตั้งแต่ตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาล 2003–04 โดยตอนนั้นพวกเขาจบอันดับ 19 มีเพียง 33 แต้ม จาก 38 นัด

อะไรเป็นสาเหตุให้ทีมที่เคยยิ่งใหญ่อย่าง ลีดส์ ยูไนเต็ด ต้องตกชั้น ทั้งที่ในทีมมีแต่ผู้เล่นระดับชั้นนำมากมาย เราลองมาย้อนเหตุการณ์กัน

ลีดส์ ยูไนเต็ด เริ่มพัฒนาจากทีมขนาดกลาง มาเป็นทีมชั้นนำของประเทศอังกฤษ เมื่อปี 1998  ภายใต้การนำของ ปีเตอร์ ริดส์เดล ผู้บริหารใหญ่ในขณะนั้น ซึ่งมีนโยบายทุ่มแหลก เพื่อซื้อตัวนักเตะเก่งๆเข้ามาร่วมทีม

ลีดส์ ยูไนเต็ด จึงได้ไปกู้เงินมาเป็นจำนวนมาก เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการเงินให้กับตัวเอง

นักเตะชื่อดังอย่าง จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์, เดวิด แบ็ตตี้, แดนนี่ มิลส์, ไมเคิล ดูเบอร์รี่ , ไมเคิล บริดจ์เจส, ดาร์เรน ฮัคเคอร์บี้, เจสัน วิลค็อกซ์, โอลิวิเยร์ ดากูร์, มาร์ก วิดูก้า, โดมินิค มัตเตโอ และ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ต่างทยอยตบเท้ามาเป็นผู้เล่นให้กับทัพ "ยูงทอง" ในตลอดช่วง 2-3 ปี 

ซึ่ง ลีดส์ ก็ทำผลงานได้ดี โดยขึ้นไปจบฤดูกาลด้วยอันดับ 4 ได้ในปี 1999, อันดับ 3 ในปี 2000, และอันดับ 4 ในปี 2001 

แต่ลางหายนะก็เริ่มมาเยือน เพราะเงินจำนวนมากที่กู้มาซื้อนักเตะนั้น ลีดส์ เริ่มไม่มีปัญญาจะใช้คืน

ทว่า ลีดส์ ก็ยังไม่ขายนักเตะออกไป แถมยังไปกู้เงินเพิ่ม เพื่อหวังให้ทีมมีผลงานดีขึ้น จนกลับขึ้นไปติด 1-3 อันดับแรกอีกครั้ง เพื่อไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

ฤดูกาล 2001-2002 พวกเขาทุ่มเงินซื้อ เซธ จอห์นสัน, ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ ร็อบบี้ คีน เข้ามาเพิ่ม เพื่อหวังที่จะขึ้นไปติด 3 อันดับแรก

ทว่าซีซั่นนั้น ลีดส์ จบอันดับที่ 5 ไม่ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้อดได้เงินก้อนใหญ่ มาใช้หนี้ที่กู้มา

ทำให้ซีซั่นถัดมา 2002-03 พวกเขาต้องขายนักเตะหลายคน เพื่อหาเงินมาใช้หนี้ ทั้ง ริโอ เฟอร์ดินานด์, ร็อบบี้ คีน, ลี โบวเยอร์, โจนาธาน วู้ดเกต และ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

ซึ่งทีมที่ขาดสตาร์ดัง ผลงานจึงตกต่ำลงทันตา พวกเขาหล่นไปจบที่อันดับ 15 ทำให้ ปีเตอร์ ริดส์เดล ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่ง

แต่ด้วยหนี้สินจำนวนมาก การขายนักเตะเพียงเท่านั้นยังไม่พอใช้หนี้ ฤดูกาลถัดมา 2003-04 พวกเขาจึงปล่อยนักเตะออกไปหลายคน เพื่อลดค่าใช้จ่าย ทั้ง แฮร์รี่ คีลล์, โอลิวิเยร์ ดากูร์, ไนเจล มาร์ติน, ไมเคิล บริดจ์เจส, แดนนี่ มิลส์

โดยผู้เล่นของ ลีดส์ ในฤดูกาล 2003-04 แทบไม่เหลือนักเตะชื่อดังเลย แม้จะมีผู้เล่นที่ชื่อพอคุ้นหูอย่าง พอล โรบินสัน, เอียน ฮาร์ต, ลูคัส ราเดเบ้, นิค บาร์มบี้, มาร์ค วิดูก้า, อลัน สมิธ, อีริค บัคเค่, โดมินิค มัตเตโอ, เดวิด แบ็ตตี้, ไมเคิล ดูเบอร์รี่, เจอร์แมน เพนเนนต์ แต่ผลงานกลับดำดิ่ง ร่วงไปจบที่อันดับ 19 ต้องตกชั้นไปในที่สุด

หลังจากปีที่ตกชั้น ลีดส์ ยังมีหนี้อีกจำนวนมาก ทำให้พวกเขาจำใจต้องขายนักเตะอีกรอบ ดังนั้นผู้เล่นที่ร่วมหัวจมท้ายกับทีมมานานอย่าง มาร์ค วิดูก้า, พอล โรบินสัน, อลัน สมิธ, เอียน ฮาร์ต, ไมเคิล ดูเบอร์รี่, โดมินิค มัตเตโอ ต่างต้องย้ายทีมออกไปทั้งหมด

ทำให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในปีแรกของ เดอะแชมเปี้ยนชิพ แทบไม่เหลือใครเลย ทำให้พวกเขาจบอันดับ 14 ไม่ได้ลุ้นที่จะเลื่อนชั้นกลับมา

จากนั้น ลีดส์ ก็วนว่ายอยู่ในลีกรองมาโดยตลอด แถมยังถูกตัดแต้ม เพราะเป็นหนี้ จนร่วงไปเล่นในลีกวัน ในปี 2007 อีกด้วย

ตลอด 16 ปี ที่อยู่ในลีกรอง ทั้ง เดอะแชมเปี้ยนชิพ และ ลีกวัน แฟนบอล "ยูงทอง" ต่างรอคอยวันที่พวกเขาจะกลับไปผงาดในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

จนในที่สุด วันที่แสงสว่างได้ส่องมายัง ลีดส์ ก็มาถึง เพราะในฤดูกาลนี้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ทำผลงานใน เดอะแชมเปี้ยนชิพ ได้ดีมาก และสามารถคว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ ด้วยผลงาน แข่ง 44 นัด ชนะ 26, เสมอ 9, แพ้ 9 มี 87 แต้ม ซึ่งเหลืออีก 2 นัด พวกเขาขอแค่ 1 แต้ม ก็จะคว้าแชมป์ทันที

สำหรับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ นำทัพโดยโค้ชชื่อกัง มาเซโล่ บิเอลซ่า อดีตกุนซือทีมชาติอาร์เจนติน่า 

รวมถึงนักเตะตัวหลักอย่าง กิโก้ กาซิย่า, ลุค อายลิ่ง, เบน ไวต์, เลียม คูเปอร์, สจ๊วต ดักลาส, พาโบล เฮอร์นันเดซ, เฮลเดอร์ คอสต้า, แจ็ค แฮร์ริสัน, เคลวิน ฟิลลิปป์, เมตูซส์ คลิชห์ และ แพทริค แบมฟอร์ด

คงต้องติดตามกันต่อไปว่า ลีดส์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลหน้า ที่จะขึ้นมาซ่าในพรีเมียร์ลีก จะทำผลงานได้ดีแค่ไหน ซึ่งก็หวังว่า "ยูงทอง" คงจะไม่มาเร็ว ไปเร็ว เหมือนอีกหลายๆทีมก็แล้วกัน...