บานปลายใหญ่โตเสียแล้ว สำหรับกรณีปัญหาระหว่าง สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กับ ทรูวิชั่นส์ ที่ความเห็นไม่ตรงกัน เรื่องตารางการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก

ก่อนหน้านี้ ต่างฝ่าย ก็ไม่มีใครยอมใคร!!

ฝ่ายหนึ่งก็เสียงแข็ง ยืนยันจะต้องเตะ 12 กันยายน ตามเดิม ไม่มีทางขยับให้เร็วขึ้น ไม่มีทางให้จบภายในปีนี้ โดยอ้างเรื่องสุขภาพของนักฟุตบอล ที่เตะถี่ไม่ไหว

ฝ่ายหนึ่งก็อยากให้รีบกลับมาเตะกันได้แล้ว เพราะตอนนี้ไฟเขียวทุกอย่าง ทั้ง รัฐบาล และ ศบค. และก็อยากให้จบภายในปีนี้ เพราะตัวเองได้สิทธิ์ถ่ายทอดสดถึงแค่เดือนตุลาคม

เมื่อไม่มีใครยอมถอย ปัญหาจึงตกมาอยู่ที่สโมสรต่างๆ ที่จะต้องรับกรรมเรื่องเงินลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ที่จะได้น้อยลง !!

ล่าสุด สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้สอบถามไปยังสโมสรสมาชิก ว่าจะยังเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกฤดูกาลหรือไม่ หากได้รับเงินสนับสนุนที่น้อยลง และให้ส่งคำตอบภายใน 7 วัน นับตั้งแต่ได้รับหนังสือ ลงวันที่ 13 กรกฏาคม 2563

นี่หมายถึงการงัดไม้แข็งออกมาใช้ ว่าทุกทีมจะยังแข่งต่อหรือไม่ หากได้เงินน้อยลง !!

เงินค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ถือว่าสำคัญสำหรับทุกสโมสร โดยทีมใน ไทยลีก 1 จะได้รับถึง 20 ล้านบาท, ไทยลีก 2 ได้รับ 3 ล้านบาท, ไทยลีก 3-4 ได้รับ 1 ล้านบาท

หากขาดเงินส่วนนี้ไป หรือได้ลดลงเป็นจำนวนมาก แน่นอนว่ากระทบกับการทำทีมแน่

ดังนั้นเชื่อว่า คงต้องมีหลายสโมสรที่คิดหนัก ว่าจะเอายังไงต่อดี จะยอมกัดปากส่งทีมแข่งต่อไปไหม หรือว่าจะตัดช่องน้อย ขอพักทีมในฤดูกาลนี้ไปก่อน

อย่างไรก็ตาม จากการประชุมเมื่อวานนี้ เหมือนว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะเป็นฝ่ายที่ยอมอ่อนท่าทีลงมา

สมาคมฯ เริ่มแบะท่าว่าพร้อมจะขยับไทยลีกมาเตะให้เร็วขึ้นกว่าเดิมคือ 12 กันยายน และพร้อมจะปรับโปรแกรมการแข่งขัน เพื่อเร่งให้จบภายในสิ้นปีนี้

แต่ยังมีข้อแม้ว่า จะต้องเตะถี่ขึ้น อาจจะถึงขั้น 3 วันต่อ 1 นัด ทุกสโมสรจะยอมหรือไม่ 

ตอนนี้จึงเหลือเพียงการรอคำตอบจากทุกสโมสรเท่านั้น ว่าจะเอาอย่างไรต่อไป

หากเสียงส่วนใหญ่ยอมที่จะเตะให้จบในปีนี้ เพื่อรับเงินค่าถ่ายทอดสดที่ใกล้เคียงจำนวนเดิม ก็เป็นอันว่าโปรแกรมการแข่งขันทั้งหมดของทุกลีก จะต้องรื้อมาทำกันใหม่ เพื่อให้จบฤดูกาลภายในปี 2563

แต่หากเสียงส่วนใหญ่ ยังขอยึดโปรแกรมเดิม คือกลับมาเตะ 12 กันยายน ไปจบกลางปีหน้า ก็เป็นอันว่าทุกทีมจะได้รับเงินค่าถ่ายทอดสดที่น้อยลง

โดยตอนนี้ แหล่งข่าววงในหลายสำนัก ตีข่าวออกมาแล้วว่า เสียงส่วนใหญ่ ต้องการเร่งเตะให้จบในปีนี้มากกว่า เพราะอยากได้เงินค่าถ่ายทอดสดในฤดูกาลนี้ ซึ่งมันสำคัญต่อการต่อชีวิตของหลายสโมสร เนื่องจากกำลังประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก ทั้งจากพิษเศรษฐกิจ และพิษโควิด-19

หลายสโมสรจึงอาจจะเลือก ยอมเตะถี่ ยอมเหนื่อยมากขึ้น แต่ทีมยังมีเงินทุนไปต่อได้

ดีกว่าเลือก ยอมเตะแบบสบายๆ ชิลๆ แล้วขาดทุนย่อยยัย เป็นหนี้เป็นสิน ติดค้างเงินเดือนนักเตะ หรืออาจถึงขั้นต้องยุบทีม...