มวยไทยในปัจจุบันถือเป็นยุคทองของการแข่งขัน เดิมสังเวียนนักสู้ที่ทุกคนยอมรับวนเวียนอยู่ที่ "ลุมพินี" และ "ราชดำเนิน" แต่ปัจุบันเวทีการแข่งขันกระจายอยู่ทั่วโดยเฉพาะในกรุงเทพและปริมณฑล

 ต้องยอมรับว่าเพราะสื่อทำให้การแข่งขันชกมวยแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานนีโทรทัศน์ช่องต่างๆ รวมถึงการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ที่สำคัญความสนใจของชาวต่างชาติที่เดินทางมาประเทศไทย เพื่อชมมวยไทยเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการเดินทาง

 หลังมหันตภัย "โควิด" เริ่มคลี่คลายลง รัฐบาลปลดล็อกสนามมวยให้กลับมาชกได้ ทำให้สนามมวยทุกแห่งเริ่มขยับกลับมาอีกครั้ง

 อีกหนึ่งสังเวียนที่เกิดขึ้นใหม่ และมีเป้าหมายสำคัญและชัดเจนในการสนับสนุนมวยไทย นั่นคือ สนามมวยเยาวชนกองทัพทหารอากาศ ตั้งอยู่บริเวณสนามกีฬาธูปะเตมีย์ ของกองทัพอากาศ 

 สนามที่มีชื่อ "พล.อ.ต.สมยศ จุลเสน" เป็นนายสนามมวยคนแรก


 "สนามมวยแห่งนี้ เกิดขึ้นจาก พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง อดีต ผบ.ทอ.ท่านอยากให้มีสนามมวยของกองทัพ แต่ช่วงแรกติดขัดในเรื่องงบประมาณ ต่อมาท่าน พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ก็มาสานต่อหางบประมาณจากเงินสวัสดิการทหาร กระทั่งมาอนุมัติในสมัยของท่าน พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน และสร้างเสร็จก่อนที่ท่านจะเกษียณ และทางกรมชลประทานมาขอเช่าสนามเลยประเดิมจัดมวยศึกวันทรงชัย ในวันที่ 28 กันยายน ปลายปีที่ผ่านมา"

 พล.อ.ต.สมยศ เปิดฉากเล่าถึงที่มาของสนามมวย พร้อมย้ำว่า วัตถุประสงค์แท้จริงแล้ว คือสร้างเพื่อให้เยาวชนลูกหลานของกองทัพอากาศ ได้มาฝึกซ้อมกีฬามวย โดยใช้งบประมาณในการสร้างครั้งนี้ไม่ถึง 10 ล้าน

 ถึงตอนนี้การดำเนินงานเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เมื่อมีการเซ็นสัญญาให้กับเอกชนในการเข้ามาดำนเนินการ โดยบริษัทในเครือ "นครหลวงโปรโมชั่น" ของ "เสี่ยฮุย" สุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ เข้ามาบริหารการจัดชกมวยในวัน พุธ, พฤหัสบดี, เสาร์ และ อาทิตย์ 

 พร้อมกับการเข้ามาของโปรโมเตอร์ อาทิ "สจ.วิชิต อ่องละออ" และ "ซ้อเอ๋ จิตต์เมืองนนท์"

 ส่วนวันจันทร์ วันอังคาร และ วันศุกร์ ยังเป็นวันที่กองทัพอากาศดูแลอยู่ เพื่อใช้สำหรับฝึกซ้อมมวยเยาวชน หรือจัดมวยของกองทัพ

 แต่งานนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในช่วงวันเวลาเดียวกันยังมีมวยในสนามอื่น

  "ต้องบอกว่าเวทีเราเป็นเวทีใหม่ ผมเปรียบเทียบว่าเวทีลุมพินี ราชดำเนิน เป็นห้างสรรพสินค้าก็ประมาณสยามพารากอน เซ็นทรัล ของเราก็ประมาณบิ๊กซี โลตัส แต่พูดตรงๆ สินค้าแบบเดียวกัน ของเรามีราคาย่อมเยาว์กว่า คนก็อาจจะสนใจตรงนี้ แล้วก็เป็นเวทีใหม่อยู่ชานเมือง อยู่ในเขตทหาร เรื่องของความปลอดภัย เรื่องของการเดินทางค่อนข้างสะดวก"

 "ทีมงานก็มีไม่ว่าจะเป็น "ผู้พันวิทย์" น.อ.ยอดวันเผด็จ สุวรรณวิจิตร แล้วก็ น.อ.วันชัย ผ่องศรี ผมมองว่าเป็นผู้คลุกคลีอยู่ในวงการมวย เติบโตมาจากวงการมวยแล้วก็มารับราชการในกองทัพอากาศ พวกนี้จะเป็นกำลังหลักในกองทัพอากาศต่อไป"

 เสธ.สมยศ ร่ายยาว พร้อมเชิญชวนแฟนมวยให้มาพิสูจน์และเยี่ยมชมสนามมวยแห่งนี้ ทันทีที่เปิดแข่งขันในอนาคตอันใกล้

 สำหรับ "เสธ.สมยศ" พล.อ.ต.สมยศ จุลเสน กว่าจะมาถึงวันนี้ ถือว่าไม่ธรรมดา

 เมื่อบิดาเสียชีวิตตั้งแต่อายุขวบเดียว มารดาจึงต้องดูแลลูกถึง 6 คน ในวัยเด็กเข้าเรียนที่ โรงเรียนวัดนวลนรดิศ แถวบ้านภาษีเจริญ ด้วยความเป็นชายไม่ยอมคนจึงมีเรื่องชกต่อย โดยเฉพาะช่วง ม.ศ.1-3 ถึงขั้นทางโรงเรียนเชิญผู้ปกครองมาทำทัณฑ์บนเพื่อจะไล่ออก กระทั่งขึ้น ม.ศ.4 เริ่มคิดได้ว่าหากยังใช้ชีวิตแบบนี้อาจเสียอนาคต จึงเข้าไปเรียนเตรียมทหาร

 "มาอยู่ที่เตรียมทหารเราสนใจเรื่องหมัดมวยอยู่แล้ว ก็เลยต่อยมวยแข่งขัน พอไปอยู่โรงเรียนนายเรืออากาศ ขึ้นเหล่ามานายเรืออากาศ ก็ต่อยมวยอีก แพ้บ้างชนะบ้าง จนเรียนจบแล้วออกไปรับราชการ"

 เสธ.สมยศ เริ่มรับราชการทหารที่กองบิน 46 พิษณุโลก นานประมาณ 5-6 ปี ย้ายไปประจำโรงเรียนนายเรืออากาศ เป็นนายทหารปกครองนักเรียน 


  "ในช่วงนี้มารู้จักกับผู้พันยอด (น.อ.ยอดวันเผด็จ สุวรรณวิจิตร) ตอนนั้นยศท่านเป็นเรืออากาศโท ผมเป็นเรืออากาศเอก พูดคุยกันเรื่องมวยเลยถูกใจกัน เขาเป็นผู้ชักนำให้ผมเข้าวงการมวย ไปดูมวยเขาที่ค่ายลูกทัพอากาศ มวยเขาต่อยเมื่อไหร่ผมไปหมดทั้งลุมพินี ราชดำเนิน จนเขาเป็นโปรโมเตอร์ ก็มีการตั้งค่าย ศ.จุลเสน ขึ้นมา เพื่อจะได้สืบสานวงการมวยต่อไป นั่นคือสิ่งที่เริ่มเข้ามาในวงการมวยเป็นตัวตน"

 ไม่เพียงแต่ตั้งค่ายมวยไทย ยังเข้าไปช่วยในเรื่องของมวยสากลสมัครเล่น

  "เคยเข้าไปเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนาเทคนิค คุมทีมชาติไปต่อย ซีเกมส์ที่พม่า เอเชี่ยนเกมส์ที่เกาหลีใต้ แต่มาถึงซีเกมส์ที่สิงคโปร์ ทีมชาติเราได้รับเหรียญน้อย ไม่ประสบความสำเร็จ ก็เลยออกมาทำงานให้กองทัพ ให้คนอื่นที่มีความสามารถเข้าไปทำทีมชาติเพื่อพัฒนาประเทศต่อไป" 

 ส่วนชีวิตส่วนตัวของ "เสธ.สมยศ" พล.อ.ต.สมยศ จุลเสน ปัจจุบันพักอาศัยในบ้านพักทหารอากาศอยู่กับภรรยาและบุตรสาวอีก 2 คน และใช้ชีวิตยามว่างคือการท่องเที่ยว และใช้ชีวิตกับครอบครัวให้มากที่สุด

 "เรารู้ว่าชีวิตของการที่เราไม่มีพ่อแม่เราลำบาก เราต้องดูแลเขาให้ดี"

 ท้ายนี้ "เสธ.สมยศ" ย้ำว่ามีทุกวันนี้เพราะกองทัพอากาศ เพราะฉะนั้นถือว่าสำคัญ ที่จะต้องตอบแทนบุญคุณให้กองทัพอากาศ จึงดึงทีมมวยที่เกิดจากกองทัพอากาศมาร่วมกันเพื่อทำงานสนามมวย

 เพื่อพัฒนามวยไทยและนำชื่อเสียงมาสู่กองทัพในอนาคต