ในอดีตที่ผ่านมา มีนักฟุตบอลจากย่านอาเซียนมากมาย ที่ต้องการพิสูจน์ฝีเท้า เดินทางไปค้าแข้งบนแผ่นยุโรป แต่สุดท้ายพวกเขาก็ต้องพบกับความล้มเหลวแทบทุกราย

ย้อนกลับไปในรอบ 20 ปี นักเตะไทยก็จะมีอย่าง "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ที่ไปค้าแข้งกับทีม ฮัดเดอร์สฟิล ทาวน์ ในลีกรองของอังกฤษ แต่สุดท้ายก็ต้องกลับไทย เพราะไม่สามารถขึ้นทีมชุดใหญ่ได้ และยังไม่มี work permit

ต่อมาก็ "ลีซอ" ธีรเทพ วิโนทัย ที่ไปค้าแข้งกับ เค ลีร์เซ ในลีกรองของเบลเยี่ยม แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถสอดแทรกขึ้นทีมมชุดใหญ่ได้ ต้องกลับมาตั้งหลักใหม่ในไทยอีกครั้ง

จนมาถึง "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา ที่ได้ไปค้าแข้งกับ อัลเมเรีย ในลาลีก้า สเปน ซึ่งลีกนี้ไม่ต้องใช้ work permit แต่ "มุ้ย" ก็ไปไม่รอด เพราะไม่สามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้ โดยเขาอยู่ที่สเปนเพียง 6 เดือน ก็ต้องกลับมาตายรังกับ เอสซีจี เมืองทองฯ อีกครั้ง

นอกจากนักเตะไทย ก็ยังมีผู้เล่นจากอาเซียนอีกหลายคนเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เหงียน คอง เฟือง ซุปตาร์แข้งเวียดนาม ที่ล้มเหลวจาก แซงต์-ทรุยด็อง ในลีกเบลเยี่ยม หรือจะเป็นคนล่าสุดอย่าง ดวน วาน เฮา แบ็คซ้ายชื่อดังของเวียดนาม ที่ล้มเหลวจาก ฮีเรนวีน ในลีกฮอลแลนด์

จะเห็นว่า ไม่มีนักเตะอาเซียนแท้ๆคนไหนเลย ที่จะไปรอดกับลีกยุโรป!!

เพราะอะไรถึงเป็นแบบนั้น??

มีโค้ชชื่อดัง 2 คน ได้วิเคราะห์สาเหตุที่น่าสนใจนี้ และแจกแจงว่า เพราะอะไรผู้เล่นจากอาเซียน ถึงล้มเหลวในยุโรป

คนแรกคือ จูเลีย ฟาร์ โค้ชหญิง ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลเยอรมัน ซึ่งทำงาานกับทีมดอร์ทมุนด์ และคลุกคลีกับลีกอื่นๆมากมาย ได้อธิบายว่า 

สภาพแวดล้อม และสภาพอากาศที่รุนแรงและหนาวเย็นของยุโรป เป็นอุปสรรคแรก ที่ทำให้นักเตะจากอาเซียนต้องเจอกับความยากลำบาก เพราะสภาพอากาศของอาเซียนค่อนข้างร้อนชื้น ส่วนในยุโรปหนาวและแห้ง ทำให้ระบบการหายใจแตกต่างกัน

อีกอย่างคือ ในยุโรปมีการแข่งขันที่สูงมาก โดยเฉพาะภายในทีม ที่มีผู้เล่นเก่งๆมากมาย ทำให้นักเตะจากอาเซียนต้องเจอกับความกดดันในการแย่งตำแหน่งตัวจริง ดังนั้นนักเตะจากอาเซียนต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งอย่างมากในการต่อสู้นี้

นอกจากนั้น สภาพร่างกายของนักเตะจากอาเซียน ยังสู้ผู้เล่นยุโรปหรือแอฟริกาไม่ได้ พวกเขายังขาดความแข็งแกร่ง อีกทั้งการตัดสินใจในการเล่นต่างๆ ก็ยังไม่ดีมากพอ ซึ่งพวกเขาจะต้องรีบพัฒนาในจุดนี้

สุดท้ายคือเรื่อง ภาษาและวัฒนธรรม ที่ยุโรปต่างจากอาเซียนพอสมควร ดังนั้นผู้เล่นทุกคนต้องรีบทำการปรับตัว รีบสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมให้ได้ ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะเจออาการ "โฮมซิก" และการใช้ชีวิตจะยากลำบากขึ้นแน่นอน

แต่ จูเลีย ฟาร์ ก็ได้ทิ้งท้ายว่า ในยุโรปเป็นเวทีที่ดีมากสำหรับผู้เล่นที่คิดจะพัฒนาและยกระดับฝีเท้าตัวเอง ดังนั้นเขาจึงสนับสนุนให้นักเตะจากอาเซียนมาค้าแข้งที่ยุโรปให้มากขึ้น

ส่วนโค้ชอีกคนอย่าง ฟิลิป ทรุสซิเยร์ ที่เคยคุมทีมชาติญี่ปุ่นลุยฟุตบอลโลก 2002 และอีกหลายๆชาติทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันทำงานกับ ทีมชาติเวียดนาม ก็ได้วิเคราะห์ว่า 

ทีมจากยุโรปและชาวยุโรปเอง มีอคติต่อผู้เล่นเอเชีย โดยเฉพาะจากอาเซียน เพราะพวกเขามองว่า ชาติเหล่านี้ยังด้อยในเรื่องฟุตบอล ดังนั้นหากชาติจากอาเซียน จะมีนักเตะที่เก่งอย่าง เมสซี่ หรือ โรนัลโด้ พวกชาวยุโรปก็ยังไม่สนใจอยู่ดี และอาจให้การต้อนรับที่ไม่ดีกับพวกเขา

นอกจากนั้นสภาพแวดล้อมต่างๆ ทั้งอากาศ, ภาษา, วัฒนธรรม ก็ยังไม่เอื้อต่อผู้เล่นจากอาเซียนอีกด้วย นี่จึงเป็นสาเหตุที่นักเตะอาเซียนไม่ได้รับการยอมรับจากยุโรปสักเท่าไหร่ จึงไม่ค่อยมีใครประสบความสำเร็จนั่นเอง

ทั้งหมดนี้ คือเสียงสะท้อนจากโค้ชชื่อดัง ที่วิเคราะห์ออกมาในทิศทางเดียวกัน ถึงสาเหตุหลักๆที่นักเตะอาเซียน ไปไม่รอดในแผ่นดินยุโรป

ดังนั้นหากในอนาคตจะมีนักเตะอาเซียนคนไหน โดยเฉพาะผู้เล่นไทย ได้รับโอกาสสำคัญไปลุยลีกยุโรปแล้วล่ะก็ ขอให้ทำการบ้านให้หนัก และนำบทวิเคราะห์เหล่านี้ไปหาทางแก้ไข เพื่อเอาชนะลีกยุโรปให้ได้เสียที...