ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ ปราชัยแบบหมดสภาพต่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมแชมป์ซีซั่นก่อน เมื่อคืนที่ผ่านมา (พฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2563) แต่อะไรคือ 5 สิ่งสำคัญที่เจอร์เก้น คล็อปป์ ตัดสินใจผิดพลาดสำหรับบิ๊กแมทช์นัดนี้

            หลังจากที่นักเตะและแฟนๆ ได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ ลีก กันมาเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็ม ลิเวอร์พูลก็โดนแชมป์เก่าทำให้งานปาร์ตี้กร่อยไปถนัดใจ เมื่อ 'เรือใบสีฟ้า' จัดการยำใหญ่แบบไม่เกรงศักดิ์ศรีแชมป์ด้วยการไล่ถล่มไปถึง 4-0 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม 

           แม้ว่าเกมเมื่อคืนที่ผ่านมาจะไม่มีความหมายใดๆ ในการแย่งแชมป์แล้ว แต่เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็เลือก 11 ตัวจริงที่แกร่งที่สุดของเขาลงสนาม แต่ผลก็ออกมาอย่างที่เห็น โจ โกเมซ ต้องพบกับฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือนเมื่อเขาโดนเล่นงานจาก ราฮีม สเตอร์ลิ่ง คู่ปรับเก่าจนต้องใช้มือดึงกระชากในเขตโทษ และสุดท้ายก็เสียจุดโทษ จากนั้นก็ยังมาเจอทีเด็ดของเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษที่หลอกหนึ่งจังหวะก่อนซัดประตูลอดขาเข้าไปอีกครั้ง 

            โกเมซโดนเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง จากนั้นก็ตามด้วยโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ จีนี่ ไวจ์นัลดุม ที่โดนถอดออกเช่นกันในความพยายามเปลี่ยนเกมของลิเวอร์พูล แต่อะไรคือสิ่งที่คล็อปป์ตัดสินใจผิดพลาดในค่ำคืนที่จบลงด้วยการพ่ายแพ้ให้กับ 'เรือใบสีฟ้า' ถึง 4-0 และทำให้แชมป์หมาดๆ ต้องจ๋อยลงไปถนัดตา

 

แอนดี้ไม่มีได้พัก

            แอนดี้ โรเบิร์ตสัน เป็นหนึ่งในการเซ็นสัญญาที่ดีที่สุดของคล็อปป์ แต่เขามีค่ำคืนที่อยากลืมที่เอติฮัด ดาวเตะชาวสก็อตต์ทำพลาดอย่างน้อย 2 ประตูและฝีเท้าดูช้าและตกลงไป เขาเป็นอีกหนึ่งจุดบอดของทีมในเกมนี้ โดยเฉพาะจังหวะเสียประตูที่ 3 ซึ่งโดน ฟิล โฟเด้น ชิ่งบอลหลุดเข้าไปยิงสบายๆ ความจริงแล้วคล็อปป์น่าจะให้เจมส์ มิลเนอร์ ได้ออกสตาร์ทแทนในตำแหน่งของเขามากกว่า

 

อิสระแบบไม่มีอะไรกั้นของ เดอ บรอยน์ 

           ความสามารถของเควิน เดอ บรอยน์ นั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับ และค่อนข้างน่าประหลาดใจที่เพลย์เมกเกอร์ชาวเบลเยี่ยมรายนี้มีพื้นที่เยอะเหลือเกินในการเจอกับลิเวอร์พูลเมื่อคืนที่ผ่านมา เขาควบคุมแดนกลางได้เบ็ดเสร็จชนิดที่แม้แต่ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หรือ ไวจ์นัลดุม ไม่สามารถหยุดยั้งได้ การทำชิ่งหนึ่งสองอันงดงามที่ทำให้ร็อบโบ้ไล่ตะครุบเงานั้นกลายเป็นการแอสซิสต์ให้ประตูของฟิล โฟเด้น และเป็นช่วงเวลาที่คลาสสิคของ KDB ศักยภาพของจอมทัพทีมชาติเบลเยี่ยมนั้นเกินบรรยาย ทำหน้าที่เป็นเพลย์เมกเกอร์ได้อย่างไม่มีที่ติ เขารู้ว่าต้องวิ่งไปหาตำแหน่งตรงไหน, เปิดบอลอย่างแม่นยำ และมีสายตาเฉียบคมในการผ่านบอล 

 

ดาวรุ่งอยู่ไหน?

           มีแค่คล็อปป์คนเดียวเท่านั้นที่จะรู้ว่าทำไมเขาถึงไม่ให้โอกาสนักเตะดาวรุ่งอย่างเคอร์ติส โจนส์ หรือ ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ มีประสบการณ์ในการเล่นกับทีมชั้นแนวหน้าอย่างแมนฯ ซิตี้ โจนส์เคยแสดงศักยภาพของเขามาแล้วในศึกเอฟเอ คัพ ฤดูกาลนี้ ด้วยการยิงไกลน็อคเอฟเวอร์ตันตกรอบ และยังได้รับคำชมจากนักวิจารณ์จากฟอร์มการเล่นดังกล่าว ทางด้านเอลเลียตต์นั้นก็มีอนาคตอันยิ่งใหญ่รออยู่ข้างหน้า แต่บางทีเจ้าตัวอาจจะรู้สึกผิดหวังที่ไม่ค่อยได้รับโอกาสให้ลงสนาม เนโก วิลเลียมส์ ก็ทำได้แค่นั่งดูข้างสนาม แม้ว่าจะได้รับโอกาสให้ลงสนามในช่วง 15 นาทีสุดท้ายก็ตาม

 

ขาดแทคติกทางจิตวิทยา

          คล็อปป์พูดถึงความต้องการที่จะเดินตามรอยการครองความยิ่งใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในยุคเซอร์เฟอร์กี้ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยังห่างไกลเมื่อดูจากฟอร์มการเล่นในค่ำคืนที่ผ่านมา คุณสามารถจินตนาการถึงแมนฯ ยูไนเต็ด พ่ายแพ้ให้คู่ปรับสำคัญที่สุดถึง 4-0 ภายในระยะเวลาแค่ 1 สัปดาห์หลังคว้าแชมป์ลีกได้หรือเปล่า? ความสามารถพิเศษของคล็อปป์คือสิ่งที่ทำให้เขาเป็นผู้จัดการที่ยอดเยี่ยม แต่เขาอาจต้องเพิ่มความเฉียบคมมากกว่านี้หากต้องการอยู่เหนือแมนฯ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า อีกครั้งในฤดูกาลหน้า

 

ขาดตัวเลือกในแนวรุก

           อนาคตการค้าแข้งในนามหงส์แดงของอดัม ลัลลาน่า จบลงแล้ว และเซอร์ดาน ชากิรี่ ก็ดูเหมือนจะไร้อนาคตเช่นกัน ดังนั้น คล็อปป์จะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งในเชิงลึกของทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ อเล็กซ์ ออกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และ ดิว็อค โอริกี้ ไม่ใช่ตัวรุกที่จะทำให้สโมสรชั้นนำเกรงขามในซีซั่นหน้า โดยอดีตแข้งอาร์เซนอลยังเป็นคนทำเข้าประตูตัวเองอีกด้วยเมื่อคืนที่ผ่านมา ในขณะที่ทาคุมิ มินามิโนะ ทำอะไรน้อยมากที่จะพิสูจน์ให้คล็อปป์เห้นว่าเขาคือนักเตะค่าตัวถูกที่ผลงานคุ้มค่าอย่างที่กุนซือเมืองเบียร์หวัง