หลังจากที่ทัพ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตัดสินใจปล่อย 2 แข้งกำลังหลักออกจากทีมไปพร้อมกันถึง 2 ราย ประกอบไปด้วย อดิศร พรหมรักษ์ และ สารัช อยู่เย็น ในช่วงที่ลีกไทยพักเบรกจากปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้แฟนบอลเริ่มตั้งคำถามว่า "กิเลนผยอง" ยังต้องการที่จะประสบความสำเร็จในซีซั่นนี้อยู่หรือไม่ ก่อนที่จะได้รับคำตอบกลับมาแบบชัดเจนด้วยการเปิดตัว 3 แข้งไทยใหม่ อย่าง พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา จาก สมุทรปราการ ซิตี้ รวมถึง ฉัตรมงคล ทองคีรี จาก การท่าเรือ เอฟซี

ซึ่ง 2 ใน 3 คนนี้ อย่าง พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา ถือเป็นอดีตนักเตะดาวรุ่งที่ เมืองทองฯ ปลุกปั้นมาตั้งแต่เด็ก แต่ด้วยเหตุผลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมยักษ์ใหญ่ที่ต้องรีบไขว่คว้าหาความสำเร็จ ทั้งๆ ที่ในทีมก็มีแข้งดาวรุ่งฝีเท้าดีๆ หลายต่อหลายคน เลยทำให้รอไม่ได้ และต้องปล่อยแข้งเหล่านี้ออกไปหาโอกาสในการพัฒนาฝีเท้าต่อไป

ซึ่งจริงๆ เรื่องการปล่อยนักเตะดาวรุ่งออกจากทีมเพื่อพัฒนาฝีเท้า ถือเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักฟุตบอลในทุกยุคทุกสมัยอยู่แล้ว และส่วนใหญ่จะเป็นทีมยักษ์ใหญ่ซะมากกว่า โดยทัพ "กิเลนผยอง" ในตอนนั้นต้องการนักเตะที่ใช้แล้วเห็นผลทันที เลยไม่อยากเสียเวลากับดาวรุ่งสักเท่าไหร่

มาถึงตอนนี้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถือว่าเปลี่ยนโฉมการทำทีมไปอย่างสิ้นเชิง กลับมาชูนโยบายปั้นดาวรุ่งแบบจริงจัง คนไหนมีแววจะไม่ปล่อยออกจากทีมอีกต่อไปแล้ว ดันขึ้นชุดใหญ่แบบเต็มตัว รวมถึงก็พยายามดึงตัวอดีตดาวรุ่งที่เคยปล่อยออกไปและอายุยังไม่มาก พร้อมมีฝีเท้าที่คิดว่าโดดเด่น กลับมาร่วมทีมอีกครั้ง ซึ่งแข้งเหล่านี้มีส่วนดีที่ไม่ต้องปรับตัวอะไรมากในถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม และรู้ถึงปณิธานของสโมสรเป็นอย่างดี

ทำให้วันนี้ทีมข่าว SMMSPORT ขอคัดสรรอีก 5 ตัวเลือกอดีตนักเตะเยาวชนเมืองทอง ที่ไปโชว์ฟอร์มสุดแจ่มกับสโมสรอื่น เผื่อทัพ "กิเลนผยอง" จะสนใจดึงตัวกลับมาร่วมทีมในอนาคต มีใครกันบ้าง ลองเลื่อนลงไปชมได้เลยครับ

พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล

จากกองกลางที่มีโอกาสลงเล่นชุดใหญ่ทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ไม่ถึง 20 นาที เมื่อปี 2015 เวลานี้เขากลายเป็นกองกลางตัวหลักทีมชาติไทยไปแล้ว แม้จะรูปร่างเล็ก แต่ก็ทดแทนด้วยร่างกายที่บึกบึน คุมจังหวะ ตัดเกมคู่แข่ง "กองเต้เมืองไทย" ทำงานร่วมกับโค้ชอั๋นในทีมเยาวชน เมืองทอง เมื่อปี 2014 เขาเป็นคีย์แมนคนสำคัญที่ช่วยพาทีมคว้าแชมป์โค้ก คัพ 2014 หลังพิชิต บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 1-0 จนกระทั่ง เมืองทอง ปล่อยนักเตะไปให้ บีอีซี เทโรศาสน ใช้งานยกเซ็ตเมื่อปี 2016 เขายึดตัวหลักเป็น 11 คนแรกได้อย่างรวดเร็วในบทบาทมิดฟิลด์ที่ค่อยเก็บกวาดและตัวเชื่อมเกม การลงเล่นบอลไทยลีกปีแรกเขาสอบผ่าน ทำให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ไม่รอช้าดึงตัวไปร่วมทัพ และก็ไม่ทำให้ผิดหวังเวลานี้เขาขึ้นมารับบทบาท "กัปตันทีม" และพาทัพ "กว่างโซ้งมหาภัย" คว้าแชมป์ลีกครั้งแรกมาครองได้สำเร็จเมื่อปีที่ผ่านมา

ชัยวัฒน์ บุราณ

เป็นอีกหนึ่งแข้งจากผลิตผลของอะคาเดมี่ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในช่วงปี 2010-2012 ลงเล่นให้กับชุดใหญ่ช่วงปี 2016 มีส่วนช่วยพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกสมัยที่ 4 มาครองได้สำเร็จ ดาวเตะสิงห์อีซ้ายเล่นได้ทุกบทบาทในตำแหน่งกราบซ้าย ทั้งแบ็ก และปีก ซึ่งในอดีตเขาเคยถูกปล่อยตัวแบบสัญญายืมตัวให้กับ นครนายก และ พัทยา ทีมหลังเขาช่วยทีมเลื่อนชั้นมาเล่นในไทยลีก ปี 2016 ก่อนที่ "โค้ชแบน" หัวหน้าผู้ฝึกสอน เมืองทอง ในตอนนั้น เลือกเก็บเขาไว้ในแผนการทำทีม แต่การมาของ ธีราทร บุญมาทัน ส่งผลให้เขาต้องออกจากถิ่น เอสซีจี สเตเดี้ยม อีกครั้ง เพื่อไปหาโอกาสลงเล่นอย่างสม่ำเสมอและก็เป็นทีม พัทยา อีกรอบ ซึ่งเขาโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น จนทำให้ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ดึงตัวไปร่วมทีมทันทีในปี 2017 การขึ้นเหนือมาค้าแข้งกับทัพ "กว่างโซ้งมหาภัย" ที่มีอดีตเด็กเมืองทอง หลายคนอยู่ที่นี่ ทำให้เขาปรับตัวกับทีมได้อย่างรวดเร็ว จนทำให้สโมสรประสบความสำเร็จอย่างที่ทุกคนเห็น โดยปัจจุบันเขาติดทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี และเคยติดทีมชาติไทยชุดใหญ่มาแล้วด้วย

พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี

กองกลางวัย 27 ปีรายนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เด็กจากอะคาเดมี่ของ "กิเลนผยอง" ตั้งแต่แรก แต่ก็เคยเป็นแข้งในทีมชุดใหญ่ของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ช่วงปี 2015 - 2017 แม้ระหว่างนั้นจะมีบ้างที่เขาถูกปล่อยตัวให้ พัทยา ยูไนเต็ด หรือ สมุทรปราการ ซิตี้ ในปัจจุบัน ยืมตัวไปใช้งาน แต่ก็เป็นหนึ่งในขุนพลชุดคว้าดับเบิลแชมป์ของ "กิเลนผยอง" เมื่อฤดูกาล 2016 แม้ว่าในตอนที่อยู่กับทีมจะไม่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักได้ แต่การย้ายออกไปอยู่ สมุทรปราการ ซิตี้ ก็ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพราะเขาคือหัวใจสำคัญของทีมอย่างแท้จริงจนได้รับกับแต่งตั้งเป็น "กัปตันเขี้ยวสมุทร" และยังก้าวไปติดทีมชาติไทยในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช อีกด้วย ถามว่าโอกาสกลับมาร่วมทัพ "กิเลนผยอง" ของเจ้าตัวมีมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องตอบว่าน่าจะยากอยู่ แต่อย่าลืมว่าทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้ในโลกของฟุตบอล

ศิวกรณ์ เตียตระกูล

จากเด็กน้อยที่มุ่งมั่นจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เพราะได้แรงบันดาลใจจากการปีนรั้วเข้าไปดูทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ลงเล่นในดิวิชั่น 2 หลังจบ ม.6 ศิวกรณ์ จึงได้เซ็นสัญญาเข้ามาอยู่กับทีมเมืองทอง ยูไนเต็ด ทันทีในปี 2013 เขาฝันจะเป็นนักเตะทีมชุดใหญ่เมืองทอง แต่น่าเสียดายฝันนั้นไม่เป็นจริง เขาโดนปล่อยยืมตัวเรื่อยมาไม่ว่าจะเป็นการไปเล่นให้กับ ศุลกากร ยูไนเต็ด และ พัทยา ยูไนเต็ด ก่อนย้ายไปอยู่กับ บีอีซี เทโรศาสน และสามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม จนมีชื่อติดทีมชาติไทย เขากลายเป็นนักเตะเนื้อหอมในตอนนั้น จากจุดเด่นการเล่นลูกนิ่ง และการยิงไกล จน สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ต้องดึงตัวมาร่วมทีม และกลายเป็นกำลังหลักเรื่อยมา แถมล่าสุดเพิ่งต่อสัญญายาวกับทีมด้วย ซึ่งถ้า เมืองทอง จะไปดึงตัวกลับมา คงต้องใช้งบประมาณที่ค่อนข้างสูงแน่

ปฏิวัติ คำไหม

ผู้รักษาประตูมือดีจากชลบุรี ตกอยู่ใต้ร่มเงาของ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ มาอย่างยาวนาน ในทัพ "กิเลนผยอง" ทั้งที่มีฝีไม้ลายมือที่ยอดเยี่ยม แต่ได้โอกาสโชว์ของน้อย เขามีสถานะแค่ประตูสำรองมือ 3 สุดท้ายเขาถูกส่งตัวไปให้ พัทยา ยูไนเต็ด ใช้งาน 2 ปี และถูกปล่อยตัวออกจากทีมแบบถาวร หลังการเทคโอเวอร์สโมสรเมื่อปี 2017 การชักชวนของ ”โค้ชอั๋น” ให้ย้ายมาร่วมทีม พัทยา จึงเหมือนเป็นการแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวของนายด่านรายนี้ เขามีบุคลิกที่นิ่งเยือกเย็น กล้าสั่งการแนวรับที่อาวุโสกว่า แถมมีปฏิกริยาที่ว่องไว จนชื่อของเขาถูกพูดถึงอย่างมากในช่วงเลกแรกของ ไทยลีก 2019 ที่พาทัพ "เขี้ยวสมุทร" บิงสูงอยู่หัวตาราง น่าเสียดายที่อาการบาดเจ็บเล่นงานเขา ทำให้ทีมมีผลงานที่ตกลงไปในเลกที่ 2 ซึ่งถ้าบอกว่าตอนนี้ ปฏิวัติ คำไหม เป็นผู้รักษาประตูชั้นแนวหน้าของลีกไทยคงไม่ใช่เรื่องเกินความจริง