ท่ามกลางความแช่มชื่นของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ผงาดคว้าแชมป์แรกในรอบ 3 ทศวรรษ พร้อมสถิติสุดหรูหลายประการ

 ไม่ว่าจะเป็นการครองแชมป์ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ ในขณะที่เกมยังเหลืออีก 7 นัด การชนะเกมลีก 18 นัดติดต่อกันยาวนานที่สุด

 การครองสถิติไม่แพ้ใครในเกมลีกยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสรที่ 44 เกม จากชัยชนะ 39 และเสมอ 5 ก่อนที่สถิติสวยหรูนี้จะจบลงด้วยฝีเท้าของ "วัตฟอร์ด" ในเกมวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์

 และถึงนาทีนี้ "ลิเวอร์พูล" แพ้เพียง 1 นัดให้กับ "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด

 ขณะที่อีกทีมฉลองชัยไปแล้วอย่างยิ่งใหญ่ ในทางกลับกันทีมที่ยัดเยียดความปราชัยให้แชมป์ มีแววจะตกชั้น 

                                                               ไนเจล เพียร์สัน กุนซือ วัตฟอร์ด

 ในคืนวันเสาร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ ก่อนเกม "แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด ของกุนซือ "ไนเจล เพียร์สัน" ต้องการสามแต้มเพื่อลุ้นพื้นที่ตกชั้น ในขณะที่ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ต้องการสามแต้มเพื่อขยับใกล้แชมป์ที่เฝ้ารอ

 เซียนทุกสำนักต่างเทให้ ลิเวอร์พูล ที่ไม่แพ้มาแล้ว 44 เกม น่าจะชนะแบบไม่ยากเย็น แต่สุดท้ายกลายเป็นเจ้าบ้านที่เอาชนะไปอย่างเหนือความคาดหมาย ขาดลอยถึง 3-0

 ส่งผลให้ "ลิเวอร์พูล" หยุดสถิติไม่แพ้มา 44 เกมกับทีมหนีตาย และเป็นความพ่ายแพ้ในเกมเดียวถึงตอนนี้

 ในขณะที่ "วัตฟอร์ด" คว้าชัยชนะนัดแรกและนัดเดียวในรอบ 10 นัด หลังสุดในการลุ้นหนีตกชั้น แต่ดูเหมือนว่า การอยู่รอดในลีกสูงสุดของทีมที่ชนะแชมป์ มีความเป็นไปได้น้อยลงเรื่อยๆ

 สถานการณ์ล่าสุด "วัดฟอร์ต" จากเกมพ่าย "นักบุญ" เซาแธมป์ตัน คาบ้าน 1-3 ทำให้เตะไปแล้ว 32 นัด เหลือแค่ 6 เกม จะจบฤดูกาล อยู่ในอันดับที่ 16 แต่มากกว่า โซนตกชั้นแค่ 1 คะแนน

 โดย วัดฟอร์ต 28 แต้ม รองลงมา เวสต์แฮม, บอนน์มัธ และ เอสตัน วิลล่า ที่มีอยู่ 27 แต้ม ส่วนทีมบ๊วย นอริช มี 21 แต้ม ต้องรอปาฏิหาริย์เท่านั้น

จะว่าไปแล้ว "วัตฟอร์ด" แม้มีแต้มเหนือกว่าโซนตกชั้น แต่สถานการณ์ภายในย่ำแย่ ทั้งการสูญเสียดาวยิงอย่าง "เคราร์ด เดวโลเฟว" กองหน้าชาวสเปนที่เอ็นหัวเข่าฉีกขาดต้องพักยาว ยังมีปัญหา 3 นักเตะตัวหลักอย่าง อังเดร เกรย์, นาธาเนียล ชโลบาห์ และ โดมิงโก กีนา ที่ถูก "ไนเจล เพียร์สัน" กุนซือจอมเฮี้ยบถอดชื่อออกจากเกมแพ้ เซาแธมป์ตัน หลังฝืนคำสั่งล็อกดาวน์ จัดปาร์ตี้วันเกิด  

 และไม่รู้ว่าเกมที่เหลือจะถูกลงสนามหรือไม่เมื่อ "เพียร์สัน" ย้ำว่าสุขภาพของทุกคนภายในทีมสำคัญที่สุด ในสถานการณ์ที่ทีมต้องหนีการตกชั้น ในขณะที่ 3 นักเตะแตกแถวจะยังไม่มีส่วนร่วมกับทีม จนกว่าเรื่องนี้จะได้ความกระจ่าง

 "วัตฟอร์ด" ยังมี 6 เกม หรือ 18 แต้มให้ลุ้น แต่ถือเป็นงานยาก

 โดยนัดหน้าต้องบุกไปเยือน "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ทีมที่ต้องการทำอันดับและยึดพื้นที่ไปแชมเปี้ยนส์ลีก รวมถึงการบุกไปเยือน "เวสต์แฮม" ทีมโซนล่างด้วยกัน การรับมือ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี้ นัดสุดท้ายในบ้าน และปิดท้ายด้วยการไปเยือน "อาร์เซนอล" ในเกมดาร์บี้แมตซ์ลอนดอน

 ส่วนอีก 2 เกมที่พอจะมีลุ้นคือการเล่นในบ้านพบ นอริช และ นิวคาสเซิ่ล

 ประเมินจากสภาพทีม ความพร้อมของนักเตะ และความมั่นใจที่ไม่หลงเหลือ ยิ่งเกมล่าสุดพ่ายในบ้านต่อ เซ้าท์แธมป์ตัน 1-3 ก็น่าจะส่งสัญญานให้แฟนแตนต้องทำใจ

 4 นัดในการพบทีมหัวตารางและไปตัดแต้มกับทีมหนีตายด้วยกัน มองแล้ว "วัตฟอร์ด" ถือว่าโคม่า

 การชนะแชมป์อย่าง "ลิเวอร์พูล" จึงอาจเป็นเพียงแค่สถิติความทรงจำ

 แต่ความจริงทีมต้องตกชั้น.... ก็เป็นได้