แม้ว่าฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ อย่าง “พรีเมียร์ ลีก” จะยังไม่จบฤดูกาล แต่สำหรับสาวก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์ฤดูกาล 2019/20 ต่างก็ออกมาฉลองกันอย่างเต็มที่ให้สมกับที่รอคอยมานาน 30 ปี กว่าที่ทีมรักจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ในลูกหนังบนเกาะอังกฤษ

มาถึงตอนนี้คงต้องขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จครั้งนี้ของทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อีกครั้งกับแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งนี้ ซึ่งถ้านับรวมแชมป์ฟุตบอลลีกสูงสุดแล้วต้องเรียกว่า “แชมป์ 19 สมัย”

ฟุตบอลอังกฤษ ในยุคดั่งเดิม ฟุตบอลลีกสูงสุดคือ "ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1"  ซึ่งทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คือทีมสโมสรลูกหนังของเมืองผู้ดีที่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งในตอนนั้นกวาดแชมป์มาครองได้ถึง 18 คร้ังด้วยกัน

แต่พอมีการปรับเปลี่ยนชื่อลีกสูงสุดมาเป็น “พรีเมียร์ ลีก”  บรรดาสาวก "หงส์แดง"​เพิ่งจะมาได้เฮกันแบบเต็มเสียงจนแสบคอในช่วงโควิด-19 นี่เอง ซึ่งนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้ แฟนหงส์แดงออกมาฉลองกันเต็มบ้านเต็มเมืองทั้งในประเทศอังกฤษ และประเทศอื่นๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วยนั่นเอง

 

แชมป์ฟุตบอลดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1900/01

วันนี้ SMMSPORT จะขอย้อนไปดูสถิติผลงานของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล กับแชมป์ลีกสูงสุดทั้ง 19 สมัยที่เคยได้มา ไล่เรียกกันตั้งแต่แชมป์สมัยแรกจนถึงปัจจุบัน

“ลิเวอร์พูล” ก่อตั้งสโมสรเมื่อปี ค.ศ. 1892 เป็นสโมสรอาชีพตั้งอยู่ที่ เมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ โดยมีสนามแอนฟิลด์ เป็นสนามเหย้าตั้งแต่เริ่มก่อนตั้งสนามจนถึงปัจจุบัน

สนามแอนฟิลด์

การคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของ “หงส์แดง” เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อยุคที่ “ทอมมี่ วัตสัน” นั่งเป็นผู้จัดการทีม ซึ่งเขาพาทีมคว้าแชมป์ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ได้ถึง 2 ครั้งในฤดูกาล1900/01 และฤดูกาล1905/06

ทอมมี่ วัตสัน ผู้จัดการทีมคนแรกที่พา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ลีกสูงสุด

หลังจากนั้น “หงส์แดง” ก็ว่างเว้นกับตำแหน่งแชมป์ลีกสูงสุดอยู่หลายปี จนกลับมาคว้าถ้วยแชมป์ฟุตบอลลีกดิวิชั่น อีกครั้ง สมัย “เดวิท แอดเวิร์ด” เป็นผู้จัดการทีม ในฤดูกาล 1921/22 ต่อด้วยฤดูกาล 1922/23 ที่มี “แมตต์ แม็คควีน” เป็นผู้จัดการทีม และก็ในฤดูกาล 1946/47 “จอร์จ เคย์” เป็นผู้จัดการทีม

แชมป์ฟุตบอลดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 1963/64

“หงส์แดง” ผลงานซาลงไปอีกครั้ง จนเข้าสู่ยุครุ่งเรืองที่กวาดแชมป์ลีกเพิ่มได้ถึง 11 ครั้ง เริ่มจากที่ได้ทาง “บิลล์ แชงคลีย์” เข้ามาคุมทีมโดยเขาเข้ามาสร้างและพัฒนาทีมจนพา ลิเวอร์พูลซิวแชมป์ 3 ครั้งในฤดูกาล 1963/64,1965/66,1972/73 รวมทั้งผลงานอื่นๆ อีกมากมายทำให้สโมสรต้องทำรูปปั้นเขาไว้ที่หน้าสนามแอนฟิลด์ 

ต่อด้วยสมัยของ “บ๊อบ เพสลีย์” เข้ามานั่งตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังจากที่ บิลล์ แชงคลีย์”  ขอวางมือในการทำทีมโดยให้ บ๊อบ เพสลีย์”  มือขวาเขาเข้ามาคุมทีมแล้วก็ทำผลงานยอดเยี่ยมพาทีม "ลิเวอร์พูล" คว้าแชมป์ลีกสูงสุด 4 ครั้ง ในฤดูกาล 1975/76, 1979/80, 1981/82, 1982/83

ก่อนที่ทาง “โจฟาแกน” เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมพา "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์ลีกดิวิชั่น 1 อีก 1 ครั้งในฤดูกาล 1983/84

ตำนานกุนซือลิเวอร์พูล “บ๊อบ เพสลีย์” (ซ้ายบน) “บิลล์ แชงคลีย์” (ซ้ายล่าง) "เคนนี่ ดัลกริช" (ขวา)

ช่วงท้ายของฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็น “พรีเมียร์ ลีก” ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ก็ได้ “เคนนี่ ดัลกริช” ลูกหม้ออดีตนักเตะชุดแชมป์ลีกมานั่งตำแหน่งผู้จัดการทีม แล้วก็พาทีมคว้าแชมป์ 3 ครั้ง ในฤดูกาล 1985/86, 1987/88, 1989/90 ซึ่งเป็นแชมป์ครั้งสุดท้ายก่อนที่แฟนบอลจะต้องรอกันอีก 30 ปี ต่อมาถึงจะได้ฉลองแชมป์อีกหน

แชมป์ลีกดิวิชั่น1 ฤดูกาล 1989/90

จากนั้นสมาคมฟุตบอลอังกฤษ ได้ปรับโครงสร้างลีกอาชีพใหม่ พร้อมเปลี่ยนชื่อ “ฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1” เป็น “ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก“ นับตั้งแต่นั้น ลิเวอร์พูล ก็ไม่เคยสัมผัสกับถ้วยแชมป์ลีกสูงสุด แม้ว่าจะได้แชมป์ฟุตบอลถ้วยต่างๆ มาครองก็ตาม จนกระทั้งการเข้ามาของ “เจอร์เก้น คลอปป์” ที่เข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้ฟุตบอลของลิเวอร์พูล กลับมาทวงบัลลังค์แชมป์อีกครั้งในฤดูกาล 2019/20

เจอร์เก้น คลอปป์ ผู้จัดการทีมคนปัจจุบัน

นั่นก็คือแชมป์ลีกสูงสุด 19 สมัย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยอดทีมสโมสรแห่งพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

 

** นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ยังเคยเป็นแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 6 สมัย, ยูฟ่า คัพ 3 สมัย, ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ 4 สมัย, ฟีฟ่า คลับเวิลด์คัพ 1 สมัย, เอฟเอ คัพ 7 สมัย, ลีกคัพ 8 สมัย และเอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชีลด์ 15 สมัย