หลังจากที่ทัพ "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตัดสินใจปล่อย 2 กำลังหลักออกจากทีมไปพร้อมกันถึง 2 ราย ประกอบไปด้วย อดิศร พรหมรักษ์ และ สารัช อยู่เย็น ในช่วงที่ลีกไทยพักเบรกจากปัญหาการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

ข่าวดังกล่าวทำให้สาวก "กิเลนผยอง" หลายคนตั้งคำถามว่าทีมไม่กระหายในความสำเร็จแล้วหรือไม่? ก่อนที่พวกเขาจะออกมาแสดงจุดยืนว่าทีมยังคงต้องการประสบความสำเร็จอยู่ แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา

การเสีย สารัช อยู่เย็น ออกไปถือเป็นสิ่งที่แฟนบอลของทีมแทบไม่เคยคาดคิด เพราะเจ้าตัวเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของทีม และเป็นลูกหม้อของสโมสร แต่สุดท้ายด้วยวิถีของฟุตบอลอาชีพก็ทำให้วันอำลาต้องมาถึง

หากย้อนเวลากลับไปในช่วงที่ สารัช อยู่เย็น ยังเป็นดาวรุ่ง เส้นทางของเจ้าตัวก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องออกไปเก็บเลเวลกับหลากหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น ภูเก็ต เอฟซี ทีมในโซนภาคใต้ หรือกับทาง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ก่อนที่จะกลับมาสู่ถิ่น "กิเลนผยอง" อีกครั้ง และเป็นกำลังหลักของทีมเรื่อยมา

ด้วยวิถีของฟุตบอลอาชีพ สุดท้ายแล้วการย้ายต้นสังกัดถือเป็นเรื่องธรรมดา ส่งผลให้สโมสรเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จำเป็นจะต้องหาแข้งรายใหม่เข้ามาทดแทน

ซึ่งจะว่าไปแล้วการเข้ามาของทั้ง พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา ก็ดูจะมีเส้นทางที่คล้ายๆกับตอนที่ สารัช อยู่เย็น ย้ายกลับมา เพราะทั้งสองรายถือเป็นนักเตะที่เมืองทองฯปลุกปั้นมาตั้งแต่เด็ก สมัยลงเล่นรายการโค้กคัพ


สมัยที่ทั้งสองคนเล่นในสีเสื้อเยาวชนเมืองทองฯ

ช่วงที่ขึ้นมาเล่นฟุตบอลอาชีพแรกๆ ทั้ง พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา รวมถึงบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นของทัพ "กิเลนผยอง" หลายๆคน ไม่ว่าจะเป็น ชัยวัฒน์ บุราญ, พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี ที่ถูกปล่อยไปช่วย พัทยา ยูไนเต็ด ในยุคที่ "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ คุมทัพ ก่อนจะสร้างชื่อด้วยการพาทีมเลื่อนชั้นสู่เวทีลีกสูงสุดได้สำเร็จ


พิชา อุทรา - ภูมินทร์ แก้วตา

จากนั้นบรรดานักเตะชุดนั้นต่างก็เติบโตไปตามเส้นทางของตัวเอง ซึ่งหลายคนก็ติดตาม "โค้ชอั๋น" สุรพงษ์ คงเทพ ไปร่วมงานกับที่สโมสรสมุทรปราการ ซิตี้ เช่นเดียวกับ พิชา อุทรา และ ภูมินทร์ แก้วตา

แม้การไปของทั้งสองคนจะถูกซื้อขาด แต่สุดท้ายทัพ "กิเลนผยอง" ก็ยังคงให้ความสำคัญกับนักเตะที่ตัวเองปลุกปั้นขึ้นมา ก่อนที่ล่าสุดจะจัดการคว้าตัวกลับเข้ามาร่วมทีมอีกครั้ง


พิชา อุทรา สมัยค้าแข้งในสีเสื้อพัทยา ยูไนเต็ด

น่าสนใจว่าการคืนสู่เหย้าของทั้งสองรายจะสามารถสานต่อตำนานบทใหม่ให้กับทัพ "กิเลนผยอง" ได้เหมือนอย่างที่รุ่นพี่หลายๆคนเคยทำเอาไว้ได้หรือไม่ กาลเวลาจะเป็นคำตอบ

แต่ที่แน่ๆการปิดดีลทั้งสองรายเข้ามา น่าจะเป็นการให้คำตอบกับบรรดาสาวก "กิเลนผยอง" ว่าพวกเขายังคงกระหายที่จะประสบความสำเร็จ เพียงแต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการสร้างขึ้นมา...

"บิ๊ก กิโล10"