แม้ไม่มีทีมในลีกสูงสุดให้ติดตามเชียร์ แต่ศึก T3 ของทางภาคใต้ปีนี้เดือดแน่ จากการเสริมทัพของแต่ละทีมที่ล้วนไม่ธรรมดา

 ต้องยอมรับว่า แฟนลูกหนังที่เหนียวแน่นและเต็มสนาม "ภาคใต้" ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าภาคไหน

 จากสถิติฟุตบอลลีกอาชีพในประเทศไทย ชี้ให้เห็นชัดว่าจำนวนผู้ชมสูงสุดอยู่ในแดนด้ามขวาน บันทึกในประวัติศาสตร์ลูกหนัง 2 รายการสำคัญ โดยในระดับไทยลีก 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา สถิติสูงสุดในประเทศอยู่ที่เกมในสนาม เรนโบว์ สเตเดี้ยม ระหว่าง ปัตตานี เอฟซี พบ วัดโบสถ์ ซิตี้  มีผู้ชม 11,500 คน

 และสถิติระดับชาติที่ยากทำลายคือเกมในยุค ดิวิชั่น 1 ที่สนาม ติณสูลานนท์ ระหว่าง สงขลา เอฟซี พบกับ บุรีรัมย์ เอฟซี ด้วยยอดผู้ชมถึง 36,715 คน 

 ในฤดูกาลนี้ของ ไทยลีก 3 ทั้ง "สงขลา เอฟซี" และ "ปัตตานี เอฟซี" ยังอยู่ในลีกเดียวกัน เพื่อโรมรันสู่ไทยลีก 2 แต่ยังมีอีกหลายทีมดังที่อันแน่นด้วยกองเชียร์และขุมกำลังที่แย่งชิงโคว้ต้า 2 ทีม จากจำนวนทั้งหมด 13 ทีม เพื่อเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ลีก 12 ทีมสุดท้าย เพื่อคัดเอา 3 ทีมสู่ไทยลีก 2 ต่อไป

 สถานการณ์ของลูกหนังแดนใต้ที่เคยเงียบเหงาหลังหมดยุค "ดิวิชั่น 2" กลับมาคึกคักเมื่อยังมีอีกหลายทีมที่เริ่มขยับและจริงจังกับลูกหนังอาชีพมากขึ้น เพื่อหวังไต่เต้าขึ้นสู่ลีกสูงสุดของประเทศ ภายหลังสิ้นสุดยุค "วัวชน ยูไนเต็ด" ก็ยังไม่มีทีมจากภาคใต้ให้ติดตามเชียร์

 ลองมาติดตามความพร้อมของแต่ละทีม และถูกมองว่าเป็นทีมเต็งที่จะสามารถก้าวถึงรอบ แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จ

                             ขุมกำลังชุดใหม่ของ "สงขลา เอฟซี" มีการเสริมผู้เล่นแล้ว 11 ราย

 "เงือกสมิหลา" สงขลา เอฟซี

 เป็นทีมยักษ์หลับมานาน "สงขลา เอฟซี" ปีนี้น่าจับตาเมื่อมีกุนซือระดับมืออาชีพ "โค้ชโดนัท" อัคถภรณ์ ชลิตาภรณ์ ผู้ฝึกสอนสโมสรสงขลาเอฟซี ผ่านหลักสูตร "โปรไลเซ่นต์" อันเป็นไลเซนต์สูงสุดของสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย

 ในส่วนตัวผู้เล่น ส่วนใหญ่ใช้นักเตะท้องถิ่นและนักเตะใต้ แต่ไม่ใช่ปัญหาเพราะ "สงขลา" คือแหล่งปั้นนักเตะระดับชาติมามากมาย นอกเหนือจากนักเตะชุดเดิมยังมีการเสริมมาอีกหลายคน ไม่ว่าจะเป็น "วัศพล เจือพันธ์" กองหลังชาวสงขลา ที่ย้ายมาจาก "อยุธยา ยูไนเต็ด" ที่ต้องการพาทีมบ้านเกิดเลื่อนชั้นสู่ไทยลีก 2

 รวมถึง "นิพนธ์ นิลจันทร์" อดีตนายประตูทีมไทยลีก "วัวชน ยูไนเต็ด" ย้ายจาก "กระบี่ เอฟซี" 

 นอกจากนี้ยังมี "พีรวิส ฤทธิ์ศรีบูรณ์" ตำนานนักเตะจากขอนแก่นหนึ่งเดียวที่มาจากต่างโซน และ "ภาณุพันธ์ จันทร์แก้ว" อดีตกัปตันนครศรี ยูไนเต็ด กองหลังสารพัดประโยชน์ 

 และอาวุธหนักในแดนหน้า "นัสรี ดือเลาะ" อดีตผู้เล่นของ "ปตท.ระยอง" แนวรุกที่มีความเร็วสูงจากนราธิวาส

 ถึงตอนนี้ "สงขลา เอฟซี" มีการเสริมทัพนักเตะใหม่ไปแล้วถึง 11 คน เพื่อสู้ศึกไทยลีก 3  

                           "เสี่ยกฤต" ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว และ ใหญ่ นิลวงษ์ ที่จะควบตำแหน่งผู้เล่นและโค้ช

"มังกรแดนใต้" นครศรี ยูไนเต็ด

 จังหวัดที่มีประชากรมากที่สุดในภาคใต้ แต่ยังไม่ถึงจุดหมายในเรื่องของทีมลูกหนัง เปลี่ยนถ่ายมาหลายยุค นับแต่ "นครศรีธรรมราช เอฟซี" มาเป็น "นครศรี เฮอริเทจ" จนถึง "นครศรีธรรมราช ยูนี้ตี้" กระทั่งมาถึงยุค "นครศรี ยูไนเต็ด"

 ล่าสุดกับการเปลี่ยนทีมบริหาร กับการก้าวเข้ามาของนักธุรกิจรุ่นใหม่ "เสี่ยกฤต" ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากมาย

 นับตั้งแต่โลโก้ การสร้างสนามฝึกซ้อม การเตรียมรถบัสสำหรับทีม และเสริมผู้เล่น ทำให้จากทีมธรรมดากลายเป็นทีมเต็งขึ้นมาทันที โดยนักเตะที่ดึงเข้ามาเสริมล้วนมีระดับ

 อาทิ แนวรับเป็นอดีตนักเตะทีมชาติชุดซีเกมส์ "สกลวัชร์ สกลหล้า" แดนกลางมากประสบการณ์ลูกหนังแดนใต้ "โดม"วีระศักดิ์ จี้อุ่น แนวรุกมีตัวเก๋า "ใหญ่ นิลวงษ์" ที่ผ่านสโมสรไทยลีกมามากมายซึ่งจะมาควบตำแหน่งโค้ช และแนวรุกอดีตทีมชาติอีกคน "อิสระพงษ์ ลิละคร" รวมกับนักเตะตัวหลักในทีมราวครึ่งทีม

 ชุดเดิมที่ยังอยู่ ไม่ว่าจะเป็น วรวุฒิ ทองน้ำแก้ว, กิตติชัย รักบุตร และนักเตะต่างชาติอีก 3 ราย นำโดย "ลูคัส" ดาวยิงจากบราซิล

"โค้ชเอ๋" พงศธร บุญสิงห์ กุนซือ นครศรี ยูไนเต็ด ยอมรับ การลุ้นแชมป์ไทยลีก 3 โซนใต้ เข้มข้น ทุกทีมกำลังทำงานหนักในการเสริมทัพ โดยมองว่าทีมที่มีความพร้อมเต็งในการลุ้นแชมป์คือ สงขลา เอฟซี และ ปัตตานี เอฟซี ทั้งสองทีมได้เตรียมทีมมาต่อเนื่อง และม้ามืดต้องเป็น สุราษฏร์ธานี ซิตี้

 สำหรับ นครศรี ยูไนเต็ด กุนซือ "มังกรแดนใต้" ย้ำว่ามีความพร้อมมากพอ ที่จะต่อกรได้ทุกทีมเช่นกัน 

                             เรนโบว์ สเตเดี้ยม รังเหย้า "ปัตตานี เอฟซี" เป็นสนามสวยติดอันดับภาคใต้

"ปืนใหญ่พญาตานี" ปัตตานี เอฟซี

 "ปืนใหญ่พญาตาปี" ปัตตานี เอฟซี เป็นทีมที่เป้าหมายชัดเจนในการขึ้นชั้น ผลงานล่าสุดใน ไทยลีก 4 ถือว่าสุดยอด และนักเตะส่วนใหญ่ยังอยู่ในชุดสู้ศึก T3 

 ขุมกำลังสำคัญ คือนายประตูที่เป็นไอดอลเป็นขวัญใจของแฟนบอลชาวภาคใต้ "นินูรุดดิน นิเดร์หะ" หรือฉายา "สไปร์เดอร์-มิง" นายด่านต้นแบบ มือ 1 ในตลอด 10 ปี  

 อีกรายคือ "ซากีรีน ตีกาสม" แนวรับเชิงสูงอดีตแข้งไทยลีกที่เคยร่วมทีม "เชียงราย ยูไนเต็ด" รวมถึง "บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด" และ "บางกอกกล๊าส" 

 ส่วนอาวุธหนักของทีมฝากความหวังไว้กับกองหน้ากัปตันทีม "ไซบูดิน ดาโอ๊ะ" ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของ "ปัตตานี เอฟซี" เป็นนักเตะจากนราฯ ที่รับใช้สโมสรมาตั้งแต่ฤดูกาล 2012 

 เสน่ห์ของ "ปัตตานี เอฟซี" นอกเหนือจากการเล่นเป็นทีมมากกว่าดาราและดึงนักเตะท้องถิ่นมาสร้าง ภายใต้แนวนโยบายของ "เศรษฐ์ อัลยุฟรี" ประธานสโมสร และ "โค้ชโอม" ธีรธาดา จำรัส ยังเป็นสนามแข่งขันที่ชื่อว่า "เรนโบว์ สเตเดี้ยม" ที่สวยงามและเข้มขลังและมีความจุ 12,000 ที่นั่ง

 ที่สำคัญคือแฟนบอลที่เหนียวแน่น จากประวัติศาสตร์ทีมที่เคยเป็นแชมป์ฟุตบอลชิงโล่ห์พระราชทาน 14 จังหวัดภาคใต้มาถึง 3 สมัย ทำให้ "ปัตตานี เอฟซี" คืออีกทีมที่รอความยิ่งใหญ่ จากการสนับสนุนของแฟนบอลท้องถิ่นที่เต็มสนาม

                                     สุราษฏร์ธานี ซิตี้ ซ้อมหนักทุกวัน นำโดย"ลุงมัน" นักเตะวัย 56

"ตะพัดพิฆาต" สุราษฏร์ธานี ซิตี้

 ม้ามืดและทีมดังของโซนใต้ เพราะมีอดีตทีมชาติไทย "อภิชาติ ทวีเฉลิมดิษฐ์" กองกลางวัย 56 ร่วมทัพ สำหรับ "ตะพัดพิฆาต" สุราษฏร์ธานี ซิตี้

 ทีมลูกหนังเมืองคนดีทีมนี้ ถือเป็นทีมแรกๆ ที่เรียกนักเตะเข้ามาเก็บตัวและซ้อมเพื่อเตรียมความพร้อมมากที่สุด พร้อมกับการเสริมนักเตะและปรับเปลี่ยนทีม

 ล่าสุดทาง "ศุภชัย ฤทธิสมาน" ประธานสโมสร แยกทางกับ "โค้ชล็อต" สาธิต เบ็ญโส๊ะ กุนซือมากประสบการณ์ พร้อมตั้ง "โค้ชชาย" สมชาย สวัสดี สายเลือดสุราษฎร์มาคุมทีมแทน รวมถึงการปล่อยนักเตะต่างชาติและใช้นักเตะท้องถิ่นในภาคใต้ เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่าย

 เป้าหมายแม้ไร้ดาราแต่ความฟิตและทีมเวิร์คคือจุดแข็งที่จะนำพาทีมสู่ความสำเร็จ

 ในส่วนนักเตะใหม่ที่ดึงเข้ามา อาทิ "เจ้าข่าน" อภิวุฒิ วงศ์สมบูรณ์" และ "คิงส์ เกียรติขจร โพธิ์หิรัญ นักเตะในตำแหน่งกองกลาง รวมถึง "โอม" พงศกร กลิ่นเสาวคนธ์ แบ็คซ้าย โดยทั้งสามยกชุดมาจาก "นครศรี ยูไนเต็ด" รวมถึง "เกมส์" กฤษฎา จารุจารีต กองหน้าจาก "สุราษฎร์ธานี เอฟซี"

 ความพร้อมที่เก็บตัวกันมานาน รวมถึงการวางคิวอุ่นเครื่องเป็นระยะ ความฟิตที่เป็นจุดแข็ง จึงเป็นทีม "ม้ามืด" ที่ประมาทไม่ได้

                                              ขุมกำลัง "กอและพิฆาต" ที่ทุกทีมประมาทไม่ได้

"กอและพิฆาต" นรา ยูไนเต็ด

 ไม่พูดถึงไม่ได้ สำหรับ "กอและพิฆาต" นรา ยูไนเต็ด ทีมที่เพียบพร้อมไปด้วยนักเตะท้องถิ่นที่มีพรสวรรค์ พร้อมที่จะทำให้ทีมบ้านเกิดประสบความสำเร็จ

 ผลงานสร้างชื่อมากมาย ทีมที่อุดมไปด้วยนักเตะเชิงสูงพร้อมที่จะสร้างปัญหาให้กับทีมคู่แข่ง ยิ่งเล่นในบ้านนอกจากฟอร์มที่ดุดันยังมีกองเชียร์ที่พร้อมหนุนหลังตลอด 90 นาที

 ฤดูกาลใหม่นี้แม้จะเงียบ แต่เพียบไปด้วยผู้เล่น ซึ่งส่วนใหญ่ยังเป็นชุดเดิมที่คว้าอันดับสามในไทยลีก 3 โซนใต้ โดยทำแต้มเบียดแซง "ระนอง ยูไนเต็ด" ไม่สำเร็จจึงพลาดการลุ้นขึ้นชั้น

 ในส่วนแกนหลักของทีม นำโดย "กัปตันกระดูกเหล็ก" แบจัง มาหามะซันรี อาแวบือซา เซนเตอร์แบ็คผู้แข็งแกร่ง ที่ยังทำงานร่วมกับ จอมทัพลูกหนัง "คอยรี ลาเย็ง" นักเตะผู้ภักดีที่ไม่ยอมย้ายไปไหน แม้จะมีหลายทีมรุมจีบ เพื่อเป้าหมายพาทีมบ้านเกิดเลื่อนขึ้นชั้น

 นอกจากนี้ยังมี "อาหะมะรอซูล ดือแระ" นักเตะพรสวรรค์สูง และ "ศูนย์หน้าเจ้าเวหา" อิลฮัม อิบราเฮง

 รวมถึง "เนย์มาร์แดนใต้" อานนท์ สันหมาด นักเตะทีมชาติชุดซีเกมส์ ที่ย้ายมาร่วมทีมกอและพิฆาต ด้วยความฝันพาทีมเลื่อนชั้น

 ทั้งหมดล้วนเป็นขุมกำลังที่น่ากลัวสำหรับคู่แข่งทุกทีม 

                                       "อินทรีอันดามัน" ทีมพี่ใหญ่ในภาคใต้ที่พร้อมจะบินสูงอีกครั้ง

"อินทรีอันดามัน" กระบี่ เอฟซี

 ทีมที่ยังเรียกว่า มาตราฐานบอลใต้ ในทีมเปี่ยมไปด้วยนักเตะที่มีคุณภาพ "โกฉวน" สมเกียรติ กิตติธรกุล ประธานสโมสรยังบริหารทีมอย่างเข้มข้นถึงใจ ในขณะที่ตัวหลักอยู่ครบ "บังมร" อมร  ผิวดี โค้ชยังทำงานร่วมกับ "วิรัตน์  แคยิหวา" ผู้อำนวยการสโมสร

 "อินทรีอันดามัน" เคยบินสูงอยู่ในระดับ "ดิวิชั่น 1" หลายปี ก่อนตกมาอยู่ ไทยลีก 3 ในปัจจุบัน ประสบการณ์ในเกมไม่ต้องพูดถึง

 แม้จะเคยมีปัญหาในเรื่องการเงิน รวมถึงการปรับเปลี่ยนระบบการแข่งขันจนทีมบริหารรู้สึกท้อจนถึงขั้นจะยุบทีม สุดท้าย "กระบี่ เอฟซี" ยังสู้ต่อ และพร้อมที่จะก้าวขึ้นสู่ลีกที่สูงกว่าอีกครั้ง

 นักเตะในทีมแกนหลักถือเป็นพลังหนุ่ม อาทิ "โจ" นาธาน รองเดช กองหลังดาวรุ่งวัย 23 ปี อดีตเด็กปั้น "เมืองทอง ยูไนเต็ด" ครั้งหนึ่งเคยได้ฉายา"แกเร็ธเบลเมืองไทย" ที่จะมาอุดแนวรับร่วมกับ "เจ้าหลีม" สุชาติ ชายใหญ่ แบ็คจากเกาะลันตา

  "โกฉวน" สมเกียรติ นายใหญ่กระบี่ ประกาศชัด เป้าหมายของสโมสรในฤดูกาล เราจะทำทุกวิถีทางเพื่อคว้าตั๋วเดินทางสู่ไทยลีก 2 ให้ได้ 

 นอกจากนี้ อย่าลืมว่าทีมดังโซนใต้ ที่พร้อมจะสอดแทรกเป็น 1 ใน 2 เพื่อเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีก ลุ้นขึ้นไทยลีก 2 ยังมีอีกหลายทีม อาทิ "พะยูนพิฆาต" ตรัง เอฟซี, "หมอผี" สตูล ยูไนเต็ด และ "อีเอ่นเหินฟ้า" พัทลุง เอฟซี ก็ล้วนประมาทไม่ได้เช่นกัน

 สำหรับไทยลีก 3 จะเริ่มทำการแข่งขันในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม แล้วมาลุ้นกันว่าทีมใดจะถึงฝัน

แต่เชื่อว่าทุกเกมจะต้องเดือดระอุอย่างแน่นอน 


ขอบคุณภาพจากสโมสร