ก่อนหน้านี้ fivb.com ได้นำเรื่องราวของ 2 นักกีฬาไทย คือ อรอุมา สิทธิรักษ์ ดาวตบจอมถล่มสกอร์ และ ปลื้มจิตร์ ถินขาว บอลเร็วคนเก่ง มาแล้ว ในหัวข้อ Thailand's Fab Five

Thailand's Fab Five จะนำเรื่องราวของดาวตบระดับตำนานของทีมชาติไทยทั้งหมด 5 คน มานำเสนอในช่วงของการพักโควิด-19

คนถัดมาที่ทาง FIVB ได้กล่าวถึง นั่นคือ มลิกา กันทอง บีหลังสารพัดประโยชน์ของทีมชาติไทย

มลิกา เปลี่ยนความรักต่อครอบครัวให้กลายเป็นอาชีพที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอ ผู้เล่นตำแหน่งบีหลัง ในวัย 33 ปีมีแรงขับเคลื่อนที่น่าอัศจรรย์เสมอ เธอจากบ้านเกิดของเธอที่อ่างทองเพื่อให้สามารถเรียนต่อได้ผ่านทางการเล่นวอลเลย์บอล

"ปูมาจากครอบครัวชาวนาที่ยากจนในจังหวัดอ่างทองซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางเหนือประมาณ 100 กิโลเมตร" มลิกา เริ่มกล่าว"

"ปูเริ่มเล่นวอลเลย์ในโรงเรียนใกล้บ้านตอนอยู่ป.3 จากนั้นก็ย้ายมาโรงเรียนกีฬาตอนที่จบป.6"

"ปูเลือกเล่นวอลเลย์บอลเพราะอยากเรียนฟรี แม่ปูจะได้ไม่ต้องทำงานหนักเกินไปเพื่อมาจ่ายค่าเทอมให้ ปูแค่อยากให้แม่และพ่อไม่ต้องเป็นห่วงปู
มากนัก"

"ปูอยากให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น ก็เลยซ้อมหนักมากเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้เข้ามหาวิทยาลัยด้วยทุนวอลเลย์บอล ปูวางแผนจะหางานดี ๆ ทำหลังจบปริญญา"

มลิกา เริ่มต้นด้วยความถ่อมตน ใช้เวลาหลายพันชั่วโมงในการซ้อมจนมาเจอจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวติเมื่อปี 2006 ตอนที่ได้ติดทีมชาติ

"ตอนเรียนมหา'ลัยปี 1 ปูมีโอกาสติดทีมชาติและแข่งเอเชียนเกมส์ 2006 ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ นับตั้งแต่นั้น ไม่ว่าโค้ชจะให้ปูทำอะไรหรือเล่นตำแหน่งไหน ปูก็จะทำให้ดีที่สุดเพื่อเล่นให้ได้ นั่นคือวิธีการพัฒนาทักษะของปู"

มลิกา กันทอง ได้เหรียญเงินในการแข่งขันวอลเลย์บอล มงเทรอซ์ มาสเตอร์ส 2016 และเอเชียนเกมส์ 2018, แชมป์วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2 สมัย และเหรียญทองซีเกมส์ 5 สมัย

เธอยังคว้ารางวัลเสิร์ฟยอดเยี่ยมในการแข่งขัน วอลเลย์บอล เวิลด์ แกรนด์ แชมเปียนคัพ เมื่อปี 2009 เธอเล่นให้กับสโมสรไดมอนด์ ฟู้ด วีซี และ เคยเล่นอาชีพในต่างประเทศทั้ง เวียดนาม, ตุรกี, จีน, อาเซอร์ไบจาน และ อินโดนีเซีย

การทำงานหนักของเธอให้ผลคุ้มค่าและความสำเร็จต่าง ๆ ของเธอจนถึงวันนี้ก็เห็นได้จากหลากหลายรางวัล เส้นทางของเธอสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครต่อใครแต่เธอก็ยังคงนิ่งและแน่วแน่

"ปูก็ยังคงเป็นปูคนเดิม เป็นแค่นักวอลเลย์บอลธรรมดา ๆ คนนึง ไม่ใช่ซูเปอร์สตาร์ ปูก็อยากจะขอบคุณนะถ้าสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครสักคนประสบความสำเร็จเพราะการทำงานหนักของปู"

"ปูประสบความสำเร็จมามากมายกับเพื่อนร่วมทีมมาตั้งแต่ปี 2009 ในฐานะทีม เราประสบความสำเร็จในสิ่งที่ไม่มีใครคิดว่าเราจะทำได้ และตอนนี้ทีมหญิงไทยก็ได้รับการยอมรับจากแฟน ๆ ทั่วโลกมากมาย"

"มันทำให้ปูมีความสุขมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มคนที่เป็นตัวแทนของประเทศสู่สายตาชาวโลก ปูหวังว่านักกีฬารุ่นต่อไปของเราจะก้าวไปอีกระดับ ปูมีความสุขมากับสิ่งที่ปูมีในตอนนี้"

ความรักที่มีต่อครอบครัวผลักดันให้เธอประสบความสำเร็จในด้านกีฬา และเธอก็ได้รางวัลสำหรับเพียรพยายามของเธอนั่นคือการยอมรับนับถือจากแฟน ๆ ในไทยและต่างประเทศ

และนี่คือเรื่องราวของ มลิกา กันทอง จากมุมมองของ FIVB ที่นำเสนอให้กับแฟน ๆ ได้ติดตามกัน