ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เป็นทีมที่มีนักเตะหมุนเวียนผ่านเข้า-ออกมากมาย ทั้งที่มาแล้วประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จ

แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นสโมสรแถวหน้าของวงการฟุตบอลไทย การที่จะเสริมทัพนักเตะแต่ละคนนั้นจะต้องเป็นแข้งที่มีดีกรี หรือดูมีแวว ทำให้ชื้อชั้นตัวผู้เล่นของบุรีรัมย์ฯย่อมไม่ธรรมดา แม้บางคนอาจจะได้รับโอกาสลงสนามน้อยและไม่ประสบความสำเร็จที่นี่ แต่ออกไปได้ดีกับทีมอื่นๆ ก็มีให้เห็นอยู่หลายราย

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาสาวก "ปราสาทสายฟ้า" คงจะต้องช็อกกับข่าวการย้ายทีมของ อันเดรส ตูเญซ ปราการหลังจอมแกร่งของทีม ที่ไปเปิดตัวร่วมทัพ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ทีมร่วมลีกแบบเซอร์ไพรส์

ที่บอกว่าเซอร์ไพรส์เพราะ ตูเญซ เป็นกองหลังตัวหลักของ บุรีรัมย์ฯ มาโดยตลอด และในช่วงที่มีข่าวย้ายทีมก็มีประเด็นว่านักเตะขอยกเลิกสัญญาเพื่อกลับไปเล่นที่สเปน แต่เจ้าตัวกลับให้สัมภาษณ์กับสื่อไปคนละทิศทาง ก่อนที่สุดท้ายไปโผล่เปิดตัวกับสโมสรร่วมลีกและยังคงเล่นในไทยต่อไป

ถือเป็นอีกหนึ่งการสูญเสียขุมกำลังหลักของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเจอสถานการณ์แบบนี้ หากลองมองย้อนกลับไป พวกเขาก็เคยเสียแนวรับตัวเก่งออกไปหลายต่อหลายคน แต่สุดท้ายก็มีรายใหม่เข้ามาแทนที่ตามวัฏจักรของฟุตบอลอาชีพ

เราจะพาแฟนบอลย้อนไปดูบรรดากองหลังฝีเท้าดีที่ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยค้าแข้งในสีเสื้อสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก่อนที่ในปัจจุบันจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว...

- ออสมาร์ อิบันเญซ (ปี 2012)
เป็นนักเตะที่สร้างความฮือฮาในช่วงที่ย้ายจากราซิ่ง ซานตานเดร์ ทีมในศึกลาลีกา สเปน มาร่วมทัพบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อปี2012 โดยตลอด 1 ปีที่เจ้าตัวลงเล่นในสีเสื้อ "ปราสาทสายฟ้า" ถือว่าประสบความสำเร็จมากมาย ผลงานชิ้นโบว์แดงคือการพาทีมทะลุผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายในศึกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก 2013


ออสมาร์ อิบันเญซ

จากฟอร์มที่ยอดเยี่ยมทำให้ไปเข้าตา เอฟซี โซล ทีมยักษ์ใหญ่ของศึกเคลีก เกาหลีใต้ คว้าตัวไปร่วมทีม ก่อนจะสานต่อผลงานอันร้อนแรงเป็นกำลังหลักของทีมตลอด 3-4 ปี โดยปัจจุบันเจ้าตัวย้ายไปอยู่กับ เซเรโซ่ โอซาก้า ในศึกเจลีก ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นหนึ่งกองหลังที่ยังคงอยู่ในความทรงจำของแฟนฟุตบอลไทยจนถึงทุกวันนี้


- อันเดรส ตูเญซ (2014)
การย้ายไปของ ออสมาร์ อิบันเญซ ส่งผลให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำเป็นต้องมองหากองหลังรายใหม่เข้ามาอุดรอยรั่ว และก็ถึงเวลาของ อันเดรส ตูเญซ ที่เข้ามาสานต่อกำแพงเหล็กให้กับแผงกองหลังได้อย่างไร้ช่องว่าง ทำให้เขาอยู่โยงปักหลักกับทีมมาอย่างยาวนาน แม้จะมีช่วงหนึ่งที่ย้ายออกไป แต่สุดท้ายก็ต้องเรียกกลับมาช่วยทีมอีกครั้ง


อันเดรส ตูเญซ

น่าสนใจว่าการเสียกองหลังกำลังหลักไปอีกหนึ่งครั้งของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะได้ใครเข้ามาแทน และที่ต้องตามกันต่อคือแข้งใหม่ที่ได้เข้ามานั้นจะสามารถทำผลงานได้ดีตามที่ถูกคาดหวังเอาไว้หรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าทั้งสองคนที่กล่าวมานั้นทำมาตรฐานเอาไว้ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว


- ดาบิด โรเชลา (2014)
ได้โอกาสย้ายมาเล่นในลีกไทยกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2014 ซึ่งเจ้าตัวก็ถือเป็นกำลังหลักของทีมตลอดระยะเวลา 1 ฤดูกาลในสีเสื้อ "ปราสาทสายฟ้า" แต่ด้วยความที่ บุรีรัมย์ฯ ต้องการกระจายนักเตะโควต้าต่างชาติในตำแหน่งอื่นเพื่อความสมดุลในการลุยศึกบอลถ้วยใหญ่ของเอเชีย


ดาบิด โรเชลา

ส่งผลให้ทัพ "ปราสาทสายฟ้า" ต้องเลือกระหว่างเขากับ ตูเญซ สุดท้ายเป็น โรเชลา ที่โยกไปอยู่กับการท่าเรือ เอฟซี และก็กลายเป็นกำลังหลักของทีมดังย่านคลองเตยมาจวบจนทุกวันนี้ อีกทั้งยังรับบทบาทเป็นกับตันทีมอีกด้วย


- ประทุม ชูทอง (2009)
นอกจากกองหลังในโควต้าต่างชาติแล้ว บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่ไม่เคยขาดเซ็นเตอร์ดีกรีระดับทีมชาติไทยเลย ในยุคของ ประทุม ชูทอง ถือเป็นกองหลังจอมถึกอีกหนึ่งคนของเมืองไทย ซึ่งเจ้าตัวมีโอกาสจับคู่กับบรรดากองหลังในโควต้าต่างชาติของทีม และยืนเป็นแกนหลักมาอย่างยาวนาน


ประทุม ชูทอง

ในช่วงพีคๆของเจ้าตัวถือเป็นอีกหนึ่งแนวรับที่ยากจะผ่านไปได้ง่ายๆ มีทั้งลูกหนัก การอ่านทางบอล และสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง บวกได้เป็นบวก ถือเป็นสไตล์ที่แฟนบอลชอบใจ ซึ่งจนถึงทุกวันนี้เชื่อว่าสาวก "ปราสาทสายฟ้า' ก็ยังคงคิดถึงจังหวะสไลด์ เสียบสกัดสวยๆของกองหลังรายนี้อยู่เสมอ


- กรวิทย์ นามวิเศษ (2015)
ถัดจากยุคของ ประทุม ชูทอง ก็ถึงการมาของ กรวิทย์ นามวิเศษ อีกหนึ่งกองหลังที่ครบเครื่องทั้งสภาพร่างกายที่สูงใหญ่ การอ่านทางบอลที่ดี และยืดหยุดผ่อนหนักผ่อนเบาได้ในแต่ละจังหวะ ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่พัฒนาฝีเท้าตัวเองขึ้นมาได้อย่างน่าชื่นชม จนก้าวไปติดทีมชาติไทยอยู่ช่วงหนึ่ง


กรวิทย์ นามวิเศษ

น่าเสียดายที่ปัญหาใหญ่ของเจ้าตัวคือเรื่องอาการบาดเจ็บที่คอยเล่นงานอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ไม่ค่อยได้ลงเล่นเท่าที่ควร สุดท้ายพอหายกลับมาสภาพร่างกายก็ไม่เหมือนเดิมก่อนที่จะส่งผลกระทบกับฟอร์มในสนามจนหลุดเป็นตัวสำรองของทีม สุดท้ายต้องออกไปอยู่กับ พีทีที ระยอง เพื่อโอกาสลงเล่นมากขึ้น ซึ่งในช่วงต้นซีซั่นเจ้าตัวได้ย้ายบ้านหลังใหม่ไปร่วมทัพชลบุรี เอฟซี


- ธนะศักดิ์ ศรีใส (2013)
เป็นอีกหนึ่งกองหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองในช่วงเวลานั้น ซึ่งทางบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็เล็งเห็นถึงความสามารถของเจ้าตัวที่ดูจะครบเครื่องตามคุณสมบัติของนักเตะในตำแหน่งเซ็นเตอร์ แต่ด้วยความที่ช่วงเวลานั้นในทีมเต็มไปด้วยกองหลังฝีเท้าดี จึงเป็นเรื่องยากที่เจ้าตัวจะเบียดได้ ส่งผลกับโอกาสลงสนามที่ไม่ค่อยจะเต็มเม็ดเต็มหน่วย


ธนะศักดิ์ ศรีใส

จากนั้นเจ้าตัวก็ได้โอกาสออกไปหาความท้าทายกับหลากหลายสโมสร และด้วยความที่ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เจ้าตัวสร้างชื่อขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งกองหลังแถวหน้าของเมืองไทย ก่อนที่จะมีส่วนในการพา สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของไทยได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา


- นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ (2015)
อีกหนึ่งกองหลังฝีเท้าดีที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เห็นฟอร์มตั้งแต่ยังเป็นดาวรุ่ง ก่อนที่จะจัดการคว้าตัวจากเทโรฯมาร่วมทีมเมื่อปี 2015 ซึ่งในตอนนั้นชื่อของแนวรับรายนี้ยังไม่เป็นที่รู้จักของแฟนบอลมากนัก ทำให้มีคำถามเกิดขึ้นมากมายเกี่ยวกับการมาของเขา สุดท้ายเจ้าตัวก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ ก่อนที่จะถูกปล่อยให้ อุบล ยูเอ็มทีฯใช้งานในปีต่อมา

นุกูลกิจ ครุฑใหญ่
 

การย้ายไปเล่นที่อุบลฯทำให้เจ้าตัวได้โอกาสพัฒนาฝีเท้ามากขึ้น และมีส่วนในการพาทีมขึ้นชั้นสู่ลีกสูงสุด ก่อนที่เวลาต่อมาจะย้ายข้ามฟากไปอยู่กับเมืองทองฯ และก็ถึงเวลาที่แจ้งเกิดเต็มตัว น่าเสียดายที่เจ้าตัวดันมาได้รับบาดเจ็บหนักในปี2018 ทำให้ต้องพักยาว กว่าจะกลับมาก็เป็นเรื่องยากที่จะหาตำแหน่งตัวจริง ก่อนที่จะถูกปล่อยให้ ตราด เอฟซี ที่เป็นทีมน้องใหม่ในศึกไทยลีก1 ยืมตัวใช้งานในฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวได้โอกาสหาความท้าทายครั้งใหม่กับสุโขทัย เอฟซี

นี่คือ 7 กองหลังที่ถึงแม้จะกลายเป็นอดีตของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ไปแล้ว แต่เชื่อเหลือเกินว่าพวกเขายังคงเป็นที่จดจำของแฟนบอล "ปราสาทสายฟ้า" จนถึงทุกวันนี้

การมีนักเตะย้ายเข้า-ย้ายออกจากทีมเป็นเรื่องปกติของวงการฟุตบอลอาชีพ ถึงเวลาแล้วที่ทีมอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ได้ขึ้นชื่อว่าไม่เคยขาดกองหลังฝีเท้าดี จะต้องหาแข้งรายใหม่เข้ามาประดับวงการฟุตบอลไทย กับช่องว่างที่ ตูเญซ ทิ้งเอาไว้

"บิ๊ก กิโล10"