นี่คือช่วงเวลาที่ บุนเดสลีกา กลายเป็นลีกที่ร้อนแรงขึ้นหม้อ ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาคือ 1 ใน 5 ลีกดัง ที่กลับมาเตะเร็วที่สุดแค่นั้น แต่มันเป็นเพราะพวกเขากลายเป็นลีกที่รวบรวมแข้งดาวรุ่งพุ่งแรงไว้มากเป็นลำดับต้นๆ ของโลก

เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, จาดอน ซานโช่, มาร์คัส ตูราม, ติโม แวร์เนอร์, มาร์เซล ซาบิตเซอร์, อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์ และคนอื่นๆ อีกมากมายนับไม่ถ้วน คือกลุ่มดาวรุ่งจรัสแสงที่เนื้อหอมที่สุดของวงการ ณ เวลานี้ 1 ในนั้นที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ ไค ฮาเวิร์ตซ์

แนวรุกก้านยาวของ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ไม่ได้มีกราฟอาชีพที่พุ่งกระฉูดหวือหวาเหมือนคนอื่นๆ แต่เขาเป็นเด็กที่เติบโตอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง ไม่ต่างอะไรกับหุ้นเน้นคุณค่าชั้นดี

ด้วยความดีความงามที่คงทน นั่นก็ทำให้หนูน้อย ฮาเวิร์ตซ์ ส่งกลิ่นเนื้อหอมฟุ้งไปถึงทีมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ไล่ตั้งแต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เรื่อยมาจนถึงขาใหญ่แห่ง บุนเดสลีกา อย่าง บาเยิร์น มิวนิค

นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญสำหรับเด็กที่อายุแค่ 20 ปี เพราะถึงแม้ว่า ฮาเวิร์ตซ์ จะเปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ฟ้าประทาน แต่มันก็มาพร้อมกับพรแสวงที่มากมายมหาศาลเช่นกัน

ภายใต้ช่วงสถานการณ์ล็อคดาวน์ 2-3 เดือนที่ผ่านมา มันอาจมีนักเตะอย่าง ไคล์ วอลเกอร์, แจ็ค กลีลิช, มอยเซ่ คีน หรือ ซาโลมง กาลู ทำอะไรห่ามๆ ไปกับเรื่องราวนอกสนาม แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นกับ ฮาเวิร์ตซ์

เพลเมคเกอร์เจ้าของส่วนสูง 189 เซนติเมตร มีเป้าหมายที่แน่วแน่อยู่เพียงแค่ 1 เดียวในใจเท่านั้น

การก้าวขึ้นไปเป็น 1 ในนักเตะระดับโลกโดยสมบูรณ์.......

ฮาเวิร์ตซ์ ต้องเสียสละเกือบทุกอย่างมาตั้งแต่เด็ก เขาต้องโบกมือลาสโมสรบ้านเกิดอย่าง อาเค่น และเก็บข้าวของเดินทางไกลห่างจากบ้านมากินอยู่ที่ อเคเดมี่ ของสโมสร ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

หากมองแค่เผินๆ หน้าตาของ ฮาเวิร์ตซ์ อาจจะออกแนวเนิร์ดๆ เรียบร้อย เหมาะกับการแบกหนังสือออกไปติวสอบกับเพื่อนๆ มากกว่า แต่จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นคนที่ถ่อมตัวเลยเสียทีเดียว

“สกิลด้านการใช้เทคนิค ความสามารถในการอ่านและเล่นเกมอย่างชาญฉลาด ผมคิดว่าทั้งหมดนี้คือพรสวรรค์ที่พระเจ้าประทานมาให้ผม มันชัดเจนมากๆ ผู้คนมักจะพูดเสมอตั้งแต่ผมเด็กๆ ว่าผมมีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยากในอนาคต” ฮาเวิร์ตซ์ กล่าวเอาไว้แบบนั้น

แต่ความมั่นอกมั่นใจเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่คุณสมบัติที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จ หากแต่ยังเป็นความพยายามอย่างถึงที่สุด เขาต้องจัดการกับตัวเองและมีวินัยแบบมืออาชีพมากที่สุด ซึ่งไม่ง่ายเลยสำหรับวัยรุ่นฮอโมนต์พลุ้งพล่าน ที่ยังไม่เคยผ่านการทำบัตรประชาชนเลยด้วยซ้ำ

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่มากมายเกิดขึ้นหลังจากนั้น ทั้งการสร้างชื่อเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดของ เลเวอร์คูเซ่น ที่ประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ด้วยวัยแค่ 17 ปี 126 วัน ตามมาด้วยการเป็นแข้งเด็กที่สุดของ บุนเดสลีกา ที่ผ่านการลงสนามในลีกครบ 50 นัด ด้วยวัย 18 ปี 307 วัน

ปัจจุบันด้วยวัยแค่ 20 ปี ฮาเวิร์ตซ์ กลายเป็นเด็กแก่แดดที่ผ่านการเล่น บุนเดสลีกา มาแล้วถึง 4 ฤดูกาล  

นั่นไม่เลวเลยสำหรับเด็กน้อยที่เคยดีใจจนเนื้อเต้นกับการได้เล่นร่วมทีมเดียวกับ เอริค ไมเยอร์ อดีตหัวหอกปืนฝืดของ ลิเวอร์พูล ที่สโมสร อาเค่น บนสังเวียนการแข่งขันในเวที ลีกา 2

ฮาเวิร์ตซ์ ยอมรับด้วยตัวเองว่า ไมเยอร์ คือฮีโร่คนแรกๆ ของเขาในชีวิต และก็เป็นโชคดีของ ฮาเวิร์ตซ์ ที่เขาเติบโตขึ้นมาด้วยการมีอาวุธเด็ดทะลวงตาข่ายมากกว่าแค่การหารกินจากการเป็น “เจ้าเวหา”

มากกว่า เอริค ไมเยอร์ เรายังได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างจากกูรูวงในของวงการลูกหนังเมืองเบียร์ ยกย่องให้เขาเป็นส่วนผสมระหว่าง มิชาเอล บัลลัค กับ เมซุต โอซิล

เข็มนาฬิกาหมุนวนเร็วกว่าใจ! วันนี้เด็กน้อยที่กำลังโตเป็นชายหนุ่มเต็มตัวอย่าง ไค ฮาเวิร์ตซ์ มีโอกาสที่จะสยบโลกไว้แทบเท้า และย่อมกลายเป็นดาวแห่งความหวังดวงใหม่ของผองชนชาวเยอรมัน อย่างไม่ต้องสงสัยเลยครับ