ตอนนี้ยังไม่ชัวร์ว่าฟุตบอลไทยจะกลับมาแข่งขันได้ในวันไหน แม้ว่าทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯจะยังยืนยันเหมือนเดิมคือช่วงเดือน กันยายน แต่ยังไม่สามารถระบุวันให้แน่ชัดได้ รวมการมีโอกาสเหมือนกันที่จะกลับมาแข่งขันเร็วขึ้น แม้เป็นไปได้น้อย

วันนี้ผมอยากจะพาไปสำรวจความพร้อมของทีมยักษ์ใหญ่อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ตอนนี้ถือว่าขยับมากที่สุดถ้าเทียบกับทีมอื่นๆ แน่นอนจากการที่ไทยลีกให้ทุกสโมสรสามารถลงทะเบียนนักเตะใหม่ได้ทั้งหมด ทำให้ผู้เล่นที่ทำผลงานไม่ดีก็มีโอกาสถูกยกเลิกสัญญาได้ โดยเฉพาะโควต้าต่างชาติที่จะเป็นกุญแจสำคัญในการวัดความสำเร็จของแต่ละทีม

บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ไปแล้วใรสี่เกมแรก ทำได้ไม่ดีอย่างที่หวัง เพราะชนะคู่แข่งได้แค่เกมเดียวเท่านั้น ส่วนอีกสามเกมที่เหลือแบ่งเป็นเสมอ1 และแพ้ไปถึง2นัดด้วยกัน ซึ่งถือว่าเป็นการออกสตาร์ทที่แย่ที่สุดของสโมสรตั้งแต่ เนวิน ชิดชอบ เข้ามาเทกโอเวอร์ทีม

การที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้ไม่ดีส่วนหนึ่งก็เพราะผู้เล่นต่างชาติไม่ได้โดดเด่นกว่าทีมอื่น และก็ไม่ได้สร้างความแตกต่างได้เหมือนเมื่อก่อน ในการออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ โควต้าต่างชาติของพวกเขามี อันเดรส ตูเญซ(เวเนซูเอร่า) , จอง แจ ยอง(เกาหลีใต้) , ริคาร์โด้ บูเอโน่(บราซิล) และ แบร์นาร์โด้ คูเอสต้า(อาร์เจนติน่า) ถ้าว่ากันด้วยฟอร์มการเล่นไม่มีใครโดดเด่นเลยแม้ว่าผู้นำของทีมอย่าง อันเดรส ตูเญซ แข้งเก่าคนเดียวจากปีก่อน ก็ช้าลงไปแบบเห็นได้ชัดส่วนที่เหลือก็ดูธรรมดา

แน่นอนจากผลงานที่ไม่ดีอย่างที่หวังทำให้พวกเขาจัดการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นทันที โดยสองรายแรกที่ต้องแยกทางกันก็คือ อันเดรส ตูเญซ และ จอง แจ ยอง ซึ่งแม้สโมสรจะออกมาบอกว่าทั้งคู่เป็นฝ่ายเดินมาขอยกเลิกสัญญาเอง แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่าเพราะฟอร์มการเล่นนั่นเอง ทำให้ต้องแยกทางในครั้งนี้ ทั้งคู่เข้าใจสถานการณ์ดีว่าทำได้ไม่ดีพอจึงเลือกขอแยกทางดีกว่า

นอกจากสองรายที่บอกไปที่มีการแยกทางอย่างเป็นทางการ ในรายของ ริคาร์โด้ บูเอโน่ และ แบร์นาโด้ คูเอสต้า จากรายงานก็ไม่น่าจะได้อยู่ต่อกับทีมค่อนข้างแน่ รอแค่ประกาศอย่างเป็นทางการเท่านั้น เพราะพิจารณาดูจากแนวทางการเล่นแล้วไม่สามารถปรับตัวเข้ากับฟุตบอลไทยได้

เพราะฉนั้นถ้าเป็นไปตามที่คาดเท่ากับว่าผู้เล่นต่างชาติของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในการกลับมาเล่นเกมที่ห้านั้นจะเปลี่ยนแบบยกแผงเลยทีเดียว 

ตอนนี้ตัวใหม่ที่จะเข้ามาแทนที่ไม่น่าจะพลาดก็คือ  เรนาโต้ เคลิก กองหลังวัย 29 ปี ซึ่งนักเตะที่มีรูปร่างสูงใหญ่ สูงถึง 192 ซ.ม. และเคยผ่านประสบการณ์ค้าแข้งมาแล้วกับหลายสโมสร ไม่ว่าจะเป็น สโลแวน ลิเบอแรก (เช็ก), ปาโดว่า (อิตาลี), ปุสกัส (ฮังการี), ไครโอวา (โรมาเนีย), และ ซิบาเลีย ทีมปัจจุบัน โดยจะมาแทนที่ อันเดรส ตูเญซ โดยตรง

ในรายของ เรนาต้ เคลิก นั้นเคยเป็นอดีตเยาวชนทีมชาติโครเอเชียด้วย ซึ่งถ้าพิจารณาดูโปร์ไฟล์ก็ถือว่าไม่ธรรมดา แต่ก็คงยังไม่มีอะไรการันตีได้ว่าการมาเล่นในไทยลีกจะประสบความสำเร็จแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาก็ใช่ว่าแข้งชื่อดังจะมาสร้างชื่อได้ทุกคน บางคนเอาชื่อมาทิ้งก็มี แต่ก่อนที่จะคิดไปถึงตอนนั้นต้องรอให้มีการชูเสื้อและเปิดตัวอย่างเป็นทางการซะก่อนถึงจะชัวร์ เพราะหากยังไม่เซ็นอะไรอะไรก็เกิดขึ้นได้

ส่วนรายอื่นๆที่เป็นข่าวก็มีอย่าง อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ มิดฟิลด์ตัวรับชาวอุซเบกิสถานวัย 29 ปีจากสโมสรเมตาลุค เบคาเบด ทีมในลีกสูงสุดประเทศอุซเบกิสถาน โดยจะมาเสริมโควต้าเอเชียแทนที่ จอง แจ จอง กองกลางชาวเกาหลีใต้แต่ดีลนี้ก็ยังไม่ชัวร์เช่นกัน ว่ามีการยื่นข้อเสนอให้นักเตะจริงหรือไม่คงต้องรอให้สถานการณ์โควิด-19ดีขึ้นก่อนถึงจะชัดเจน

ส่วนรายสุดท้ายที่เป็นข่าวล่าสุดและสร้างความฮือฮาได้พอสมควรก็คือ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษวัย 30ปี ซึ่งจากความเป็นไปได้ก็แทบไม่มี อาจจะแค่เป็นข่าวลือเท่านั้น แต่ฟุตบอลยุคนี้ก็ไม่กลาไปฟันธงว่าไม่มีทางเกิดขึ้น เอาเป็นว่ามีโอกาสแต่น้อยถึงน้อยที่สุด แต่ถ้ามาจริงก็ถือว่าโคตรเซอร์ไพรส์

ตอนนี้ยังมีเวลาอีกพอสมควรให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พิจารณาเลือกนักเตะใหม่ก่อนที่จะกลับมาลงแข่งขันอีกครั้ง ก็ต้องรอดูว่าพวกเขาทำทำได้ดีแค่ไหนในตลาดนักเตะครั้งนี้ เพราะที่ผ่านมาต้องบอกว่าเสียรังวัดไปพอสมควรกับผู้เล่นต่างชาติ ที่มักจะล้มเหลวไม่เหมือนเมื่อก่อนที่จะมีตัวใหม่เข้ามาสร้างชื่อทุกปี

เป้าหมายของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีอย่างเดียวเท่านั้นในการลงเล่นทุกปีคือคว้าแชมป์ และจากการที่ฤดูกาลที่ผานมาพวกเขามือเปล่าเป็นครั้งแรก ทำให้บอสใหญ่อย่าง เนวิน ชิดชอบ ไม่อยากพลาดอีกแล้ว แต่ก่อนที่จะไปลุ้นจนจบฤดูกาลพวกเขาต้องติดอันดับ 1-4ในเลกแรกให้ได้ก่อน เพื่อไปเล่นในฟุตบอลถ้วยเอเชียฤดูกาล 2021 

การแข่งขันเลกแรกยังเหลือโปรแกรมให้ชิงชัยอีก11นัดด้วยกัน จะว่าน้อยก็ไม่น้อยจะว่ามากก็ไม่มาก แต่ระดับ "ปราสาทสายฟ้า" แม้ว่าจะออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก แต่พวกเขามีโอกาสทำได้แน่นอน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องดูคุณภาพแข้งใหม่ที่จะดึงเข้ามาว่าจะทำได้ดีแค่ไหน

จากนี้ก็ต้องรอติดตามให้ดีครับเชื่อว่า ถ้าสถานการณ์โควิด-19ในประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เราจะได้เห็นแข้งใหม่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แน่นอน และการเปลี่ยนแปลงทีมครั้งนี้มีเดิมพันที่สูงมากๆและพลาดไม่ได้ด้วย คือติด1ใน4เลกแรก และคว้าแชมป์ตอนจบฤดูกาล...