สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกมายืนยันแล้วว่าลีกไทยจะกลับมาเปิดอีกครั้งในช่วงเดือนกันยายนนี้ หลังจากที่หยุดพักยาวๆ จากผลกระทบที่โดนไวรัสโควิด-19 เล่นงาน

โดยทาง ไทยลีก เผยว่าตลาดซื้อขายนักเตะในรอบนี้จะเป็นการเซ็ตซีโร่ใหม่ทั้งหมด หมายความว่าทุกทีมในศึกไทยลีก 1-4 สามารถเปลี่ยนหรือเติมผู้เล่นรายใหม่ทั้งนักเตะไทยและต่างชาติได้แบบไม่อั้น 

ทั้งนี้ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ทำการอนุมัติให้ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดตลาดซื้อขายนักกีฬาฟุตบอลเพิ่มได้อีก 2 รอบ เป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากผลกระทบของโควิด-19

โดยรอบที่ 2 จะเปิดระหว่างวันที่ 25 สิงหาคม - 7 กันยายน 2563 และรอบที่ 3 จะเปิดตลาดในวันที่ 28 ธันวาคม 2563 - 10 มกราคม 2564 ตามลำดับ ซึ่งเป็นชาติแรกในโลก ที่จะเปิดตลาดซื้อขายนักเตะรวมกัน 3 ครั้งภายในฤดูกาลเดียว

และข่าวลือเรื่องการปรับเปลี่ยนนักเตะของแต่ละทีมก็กลับเข้ามาทำให้แฟนบอลไทยได้กระชุ่มกระช่วยกันอีกครั้งในช่วงที่ไม่มีการแข่งขัน

โอเคอาจจะมีบางทีมที่ออกมาบอกแล้วว่าต้องการเก็บผู้เล่นทุกคนไว้อยู่ ไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร แต่ก็มีหลายทีมเหมือนกันที่เริ่มขยับตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ทั้งการปล่อยนักเตะที่คิดว่าทำผลงานได้ไม่เข้าเป้าในช่วง 4 เกมแรก และการเริ่มมองหาแข้งรายใหม่เข้ามาเสริมทัพ

ดังนั้นวันนี้ทีมข่าว SMMSPORT จะมาพูดถึงนักเตะที่ตกเป็นกระแสเหล่านี้กันน่อยว่าแต่ละคนมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหนที่จะย้ายมาร่วมทัพกับสโมสรที่ตกเป็นข่าว

เนลสัน โบนีญ่า

เนลสัน โบนีญ่า ที่ตอนนี้ยังเป็นนักเตะของ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด แต่ไม่มีชื่อเล่นในเลกแรกของฤดูกาล 2020 เนื่องจากได้รับบาดเจ็บหนักและร่างกายไม่พร้อมลงเล่น ซึ่งตอนนี้ โบนี่ สลัดอาการบาดเจ็บและจะกลับมาซ้อมกับทีมอีกครั้งในช่วงเดือน ก.ค. นี้ ตามข่าวลือตอนนี้ บียู จะให้ มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือใหญ่เป็นคนตัดสินใจว่าจะเก็บ กองหน้าทีมชาติเอลซัลวาดอร์ ไว้ใช้งานไหม ซึ่งก็มีทีมในลีกสูงสุดอย่าง ตราด เอฟซี ที่แสดงความสนใจเข้ามามากที่สุดแต่เป็นในรูปแบบการยืมตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าข้อเสนอจะเป็นที่พอใจของนักเตะหรือไม่ด้วย

ชาช่า โคเอลโญ่

ชาช่า โคเอลโญ่ ตอนนี้เป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์ แต่มีข่าวว่าเจ้าตัวมีความต้องการที่จะกลับมาค้าแข้งในประเทศไทยอีกครั้ง และก็ได้ฟิตซ้อมร่างกายอย่างเต็มที่ในตอนนี้ ซึ่งมีรายงานว่าเขาจะยอมลดเงินเดือนค่าจ้างของตนเองลง เพื่อเปิดโอกาสให้ทีมในไทยลีกได้ยื่นข้อเสนอไปให้พิจารณา โดยจากเดิมที่เคยรับกับ 2 ทีมใหญ่ในไทยลีกก่อนหน้านี้อย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง อยู่ที่ประมาณ 8 แสนบาทต่อเดือน จะลดเหลือแค่ 4 แสนบาทต่อเดือนเท่านั้น ซึ่งหากทีมใดที่สนใจดาวยิงจอมปาร์ตี้วัย 34 ปีรายนี้ ก็ลองติดต่อไปได้ เพราะเขาก็ถือว่ามีสถิติยิงประตูที่ไม่ธรรมดา โดยยิงให้ บุรีรัมย์ ไป 39 ลูก (2017) และยิงให้ เมืองทอง ไป 15 ลูกด้วยกัน (2018)

เคลตัน ซิลวา

เคลตัน ซิลวา ถือเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่มีข่าวลืออย่างมากว่าจะไปซบทีมใด เพราะสถานะปัจจุบันก็เป็นนักเตะไร้สังกัดอยู่ ถึงแม้ว่าเขายังไม่มีทีมเล่นแต่จริงๆ แล้วชื่อของ เคลตัน ยังขายได้อยู่เสมอ และทีมที่ตกเป็นข่าวสนใจ ดาวยิงสูงสุดตลอดกาลไทยลีกคนนี้ มากที่สุดก็คือ พีที ประจวบ เอฟซี หลังก่อนหน้านี้มีภาพถ่ายร่วมรับประทานอาหารกับ วิลเลี่ยม เอ็นริเก้ ปีกตัวความเร็วสูงของทัพ “ต่อพิฆาต” ลงในอินสตาแกรม แต่ล่าสุดเหมือนยังไม่มีอะไรคืบหน้า เนื่องจากดาวยิงชาวบราซิลยังไม่ยอมลดค่าเหนื่อยที่เคยได้รับสูงถึง 7 แสนบาทลงมา โดยทีมแชมป์ลีกคัพ 2019 พร้อมจ่ายที่ 3 แสนบาทเท่านั้น ซึ่งถ้าทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันได้ ไม่แน่ว่าแฟนบอลอาจจะได้เห็น เคลตัน ซิลวา กับสโมสรที่ 6 ของเขาก็เป็นได้

เรนาโต้ เคลิก

เรนาโต้ เคลิก กองหลังชาวโครเอเชียของทีม ซิบาเลีย ทีมในลีกรองของ โครแอต รายนี้ ตกเป็นข่าวว่า เตรียมเดินทางมาประเทศไทย เพื่อเซ็นสัญญากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในเดือนมิถุนายน เพื่อมาเป็นตัวแทนของ อันเดรส ตูเญซ กองหลังเวเนซูเอล่า ที่แยกทางกันไป ซึ่งมีการเปิดเผยว่า ตอนนี้ปราการหลังเจ้าของส่วนสูง 192 ซ.ม. ได้บรรลุข้อตกลงกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แล้ว และจะย้ายมาช่วยแนวรับของทีม "ปราสาทสายฟ้า" ในช่วงกลางปีนี้ โดยมีการคาดกันว่า ค่าเหนื่อยของเขาน่าจะสูงเป็นอันดับต้นๆของทีม บุรีรัมย์ ซึ่งน่าจะรับประมาณ 1 ล้านบาทต่อเดือนเลยทีเดียว

อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ

คนต่อมาก็ตกเป็นข่าวกับทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เช่นกัน หลังจากที่ทัพ “ปราสาทสายฟ้า” ได้แยกทางกับ จอง แจ ยอง กองกลางชาวเกาหลีใต้ ทำให้โควตาเอเชียของทีมนั้นยังว่างอยู่ เลยทำให้มีข่าวลือออกมาว่าทีมดังแดนอีสานสนใจดึงตัว อัคบาร์ อิสมาตุลลาเยฟ มิดฟิลด์ตัวรับชาวอุซเบกิสถานวัย 29 ปีจากสโมสรเมตาลุค เบคาเบด ทีมในลีกสูงสุดประเทศอุซเบกิสถาน มาร่วมทัพ ซึ่ง อิสมาตุลลาเยฟ นั้นก็มีดีกรีไม่ธรรมดา เคยคว้าแชมป์ลีกสูงสุดประเทศอุซเบฯ มาแล้วสมัยเล่นกับ ปัคตากอร์ และยังมีประสบการณ์ในศึก เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีกรอบสุดท้าย นอกจากนี้ยังเคยติดทีมชาติชุดใหญ่อีก 5 นัดด้วยกัน โดยถ้าดีลนี้เกิดขึ้นจริง อิสมาตุลลาเยฟ จะเป็นผู้เล่นอุซเบกิสถาน คนที่สามที่มาค้าแข้งกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต่อจาก อัสคาร์ จาร์ดิเกรอฟ และ อันวาร์ ราตาบอฟ

ดาเนียล สเตอร์ริดจ์

คนสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ ดาเนียล สเตอร์ริดจ์ อดีตกองหน้า ลิเวอร์พูล และทีมชาติอังกฤษ ที่มีข่าวว่าได้ทำการเจรจากับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เพื่อจะย้ายมาเล่นในไทยลีก หลังดาวยิงจอมเซิ้ง เป็นนักเตะไร้สังกัดในตอนนี้ เพราะได้ยกเลิกสัญญากับ แทร็ปซอนสปอร์ ในลีกตุรกีไปแล้ว อย่างไรก็ตามข่าวนี้ก็เหมือนมาเร็วไปเร็ว หลังมีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้ออกมายืนยันแล้วว่า สเตอร์ริดจ์ ในวัย 30 ปี ยังไม่มีความสนใจที่จะย้ายมาค้าแข้งในไทยลีก และเตรียมจะหาสโมสรในอังกฤษเซ็นสัญญาต่อไป ทั้งนี้นอกจากเจ้าตัวจะยังอยากค้าแข้งในยุโรปต่อไปแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งที่ว่ากันว่าไม่น่าจะมีทีมในไทยลีก ดึงตัวนักเตะรายนี้มาร่วมทีมได้ นั่นก็คือค่าเหนื่อยระดับมหาศาลของเขานั่นเอง เพราะเขามีเรตค่าจ้างที่สูงมาก ประมาณ 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือ 2,700,000 บาทต่อสัปดาห์ หรือกว่า 10,800,000 บาทต่อเดือน