"เมล็ดพันธุ์ที่ชื่อว่ามิตรภาพ ตกที่ไหนก็งอกงามที่นั่น"

แทบไม่น่าเชื่อว่าครั้งหนึ่งในขณะที่ รองอ๊อด สารคาม ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 และมีสภาพจิตใจย่ำแย่ สามารถรอดจากเหตุการณ์นั้นมาได้อย่างประทับใจ ด้วยเมล็ดพันธุ์ที่ชื่อว่า "มิตรภาพ"

และนี่คือเรื่องเล่าแห่งความประทับใจกับห้วงชีวิตที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย ที่ รองอ๊อด สารคาม อยากจะถ่ายทอดให้ทุกท่านได้รับรู้

บนเวทีมวย สถานที่ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเวทีแห่งการแข่งขันและห้ำหั่นกันอย่างสุดชีวิต หากแต่ทว่าหลังเวทียังมีมิตรภาพซ่อนอยู่

หลังจากที่ รองอ๊อด สารคาม ได้ทราบว่าตัวเองเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยอมรับจิตตก แต่ก็ได้รับกำลังใจจนทำให้มีพลังใจที่จะต่อสู้กับโรคโควิด

บันทึกความทรงจำ ชีวิตนี้เหมือนตายแล้วเกิดใหม่

รองอ๊อด สารคาม มีภารกิจหน้าที่อาชีพทำข่าวสายมวยต้องพบปะผู้คนจำนวนมากในแต่ละวัน เข้าออกเวทีมวยทุกๆวัน ก็ถือว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง เฝ้าระวังคอยดูแลตัวเองใส่แมสตลอดเวลาระหว่างทำข่าวมวยทุกวัน 

ผมก็ทำงานตามปกติ ทำข่าวเบื้องหน้า เบื้องหลัง รายงานบรรยากาศ สัมภาษณ์นักมวยเซียนมวย ผู้คนวงการมวยมากมาย ช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิดก็จะรายงานข่าวของแต่ละเวทีว่ามีมาตราการระวังป้องกันโรคระบาดโควิทอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น เวทีลุมพินี เวทีมวยราชดำเนิน เวทีช่อง 7สี เวทีมวยอตก.3 นนทบุรี และ เวทีมวยบลูอารีน่า จ.สมุทรปราการ เรียกง่ายๆ ว่ามีมวยที่ไหน มี SMM มวยไทยรายวัน ที่นั่น

จนกระทั่งไดัทราบข่าวจากดาราดัง แมททิว ออกมายอมรับว่าติดโรคโควิด จากเวทีมวยลุมพินี ในวันที่ 6 มีนาคม ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ รองอ๊อด สารคาม ได้เข้าไปทำข่าวมวยรายการใหญ่วันนั้นด้วย จึงทำให้ทางกองบก.SMM PLUS ไม่ให้ทีมข่าวสายมวยเข้าเวทีเพื่อความปลอดภัย และให้นักข่าวช่างภาพที่อยู่กลุ่มเสี่ยงให้กักตัวเอง 14 วัน

ยอมรับว่า รองอ๊อด เริ่มใจเสียเหมือนกัน เพราะช่วงนั้นนอกจาก แมททิว ติดเชื้อแล้วแฟนมวยที่ รองอ๊อด เคยสัมภาษณ์ก็เริ่มทะยอยเข้าโรงพยาบาลเพราะติดโควิดทีละคนสองคน

คิดในใจว่าเราจะเป็นอะไรไหม จะติดเชื้อไหม จนกระทั่ง วันที่ 14 มีนาคม เริ่มไอแห้งๆ พอถึงวันที่ 15 มีนาคม ก็เริ่มครั่นเนื้อครั่นตัว เหมือนจะเป็นไข้ กลางคืนหนาวสั่น  ในจิตใจเริ่มสับสน คิดมาก ไม่สบายใจเอาเสียเลย คิดว่าเราเจอแน่แล้วเจ้าโควิด แต่ก็พยายามพูดปลอบใจตัวเองว่าอาจจะไม่ติดเชื้อก็ได้

พอวันที่ 16 มีนาคม ตื่นขึ้นมา รองอ๊อด ตัดสินใจเดินทางไปพบแพทย์ที่ สถาบันบำราศนราดูร เมื่อไปถึงก็ตกใจแฟนมวย เจ้าหน้าที่เวทีมวยลุมพิน นักมวย หัวหน้าค่าย โปรโมเตอร์ มาตรวจกว่า 100 คน

ไปถึงก็ทำประวัติ พยาบาลซักประวัติ คัดกรองผู้ป่วย รองอ๊อดบอกว่าอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ก็ทำการ X RAY ปอด ตรวจสารคัดหลั่ง ในปากและจมูก เสร็จ ทางโรงพยาบาลให้กลับมารอฟังผลที่บ้าน

ยอมรับเลยว่านอนรอนั่งรอด้วยใจสับสน ว่าจะติดเจ้าโควิดไหม จนกระทั่งวันที่ 17 มีนาคมเจ้าหน้าที่โทรมาบอกว่า รองอ๊อด สุ่มเสี่ยงว่าจะติดเชื้อโควิด แต่จะขอส่งตรวจแล็ปตรวจซ้ำอีกครั้ง แล้วจะโทรมาบอกผลวันที่18 มีนาคม เพื่อความแน่ชัด โอ๊ยๆ พระเจ้าช่วย ถ้าเป็นแล้วเราจะทำอย่างไร คิดมั่วไปหมดแต่ก็ได้กำลังใจจากครอบครัวบอกว่าใจเย็นๆ สู้ๆ

วันที่ 18 มีนาคม เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นเบอร์สถาบันบำราศนราดูรที่รองอ๊อดเมมไว้ เจ้าหน้าที่บอกว่า คุณนพดล ผลตรวจออกมาแล้ว เป็นบวก ติดเชื้อโควิด ปอดอักเสบ ต้องไปรักษาตัว แต่ตอนนี้เตียงเต็ม ให้นอนรอที่บ้านก่อน ถ้ามีไข้ทานยาแก้ไข้  ถ้าไอ ทานยาแก้ไอ

วันที่ 19 มีนาคม โรงพยาบาล โทรมาบอกเตียงว่างแล้วให้เข้ามารักษา โดยทางสถาบันบำราศนราดูร จะส่งรถมารับ แต่รองอ๊อดบอกขอขับรถจักรยานยนต์คู่ชีพไปเอง

ยอมรับเลยครับว่าเครียดมาก กลัวสารพัด เครียด วันที่เดินทางไปรักษา เก็บของที่จำเป็นใส่กระเป๋า คิดไปต่างๆนาๆ หวั่นๆไปหมด เพราะโรคนี้เท่าที่รู้ยังไม่มียารักษา คนเป็นหลายประเทศ ตายก็เยอะ กลัวว่าออกจากห้องไปแล้วจะไม่ได้กลับมาอีก ก้มกราบพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงรัชกาลที่ 9 ในหลวงรัชกาลที่ 10 ก้มกราบภาพแม่ที่ตั้งหัวที่นอน และจับที่ภาพลูกโอลิมปิกว่าพ่อจะกลับมา บอกที่ภาพแม่ว่าลูกจะกลับมา ขอให้ลูกปลอดภัย

วันที่ 19 มีนาคม ก็เข้าไปนอน รักษาตัวที่สถาบันบำราศนราดูร อยู่ห้อง 409 ตึก 3 ชั้น 4 พอเข้าไปถึงก็ได้เจอพี่ๆร่วมห้องนอนป่วยติดโควิท 2คน มี พี่ดาบโจ๊ก กับ พี่ดาบโหม่ง ก็เป็นพี่ที่รู้จักมักคุ้นสนิทกันเพราะพี่เขามาช่วยค่ายมวย ส.สมานการ์เมนท์ เลยทำให้หายกังวลใจลงบ้างเพราะมีเพื่อนที่รู้จักรู้สึกอุ่นใจ ใจชื้นขึ้นมา

วันแรกที่เข้ารักษาก็ไมีมีไข้อาการปกติ หมอวัดไข้ ความดัน เจาะเลือด เอ็กซเรย์ปอดทันที วันที่ 20 มีนาคม ผลเอ็กซเรย์ปอดหมอบอกว่าปอดอักเสบมีจุดฝ้า 2 จุด อาการตอนนั้นเริ่มอ่อนเพลีย เหนื่อยมากหายใจลำบาก เบื่ออาหาร หมอโทรศัพท์มาบอกว่าหมอจะทำการรักษาต้องทำการรักษาโดยหมอจะให้ยารักษาและดูตามอาการ คนไข้ต้องให้ความร่วมมือและต้องสู้ไปด้วยกัน

วันแรกผมมีอาการทรุดหนัก หมอให้ยาเยอะมาก หายใจลำบาก ต้องใช้อ๊อกซิเจนช่วยหายใจ ให้น้ำเกลืออาการแย่มาก เหนื่อย หอบ ไม่มีแรงนอนซมบนเตียง ทานอาหารไม่ได้นอนไม่หลับจะอาเจียนตลอด เพราะอาการผลข้างเคียงจากยา เป็นยาที่ใช้กับผู้ป่วยเอดส์ มาเลเรีย และตัวยาที่รับมาจากประเทศจีน

อยากบอกว่าช่วงนั้น สุดๆไปเลยครับ คิดในใจว่า เราจะรอดออกไปได้ไหม เพราะมีโรคประจำตัว เป็นความดัน และเบาหวานกำลังจะเป็น สภาพแย่เป็นอยู่แบบนี้ประมาณ 4-5 วัน แต่ก็ได้กำลังใจให้สู้จากแม่ ครอบครัว ภรรยา และ ลูก ตลอดจนเพื่อนๆร่วมงาน SMM PLUS เพื่อนร่วมรุ่นมศว.มค. โรงเรียนสารคามพิทยาคม พีน้องโลกกีฬา และเพื่อนๆอีกหลายคน และที่สำคัญระหว่างนอนพักรักษาตัวก็ได้รับกำลังใจจากพี่นายดาบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทั้ง2ท่านที่ร่วมชะตากรรมติดเชื้อด้วยกันที่คอยช่วยเหลือดูแลให้กำลังใจกันมาโดยตลอด

ยอมรับว่าทานข้าวไม่ได้เลย ทานได้แต่ผลไม้ ครอบครัวคอยโทรมาตลอดทุกวันวิดีโอคอลได้เห็นหน้าลูกตลอด แม่โทรมาหาบอกว่าต้องกินข้าวให้ได้เพื่อจะได้กินยาที่หมอให้ เลยทำให้ต้องสู้เพื่อให้ได้รับชัยชนะ

ระหว่างนั้นก็ได้รับกำลังใจจากๆเพื่อนก็คอยให้กำลังใจถามข่าวคราวกันตลอดน้องสาวมาเยี่ยมไม่ได้ก็ส่งน้ำหวานเย็นๆชื่นใจมาทางแก๊ป เพราะต้องอยู่ห้องติดเชื้อห้ามเยี่ยม

คุณหมอพยาบาลทุกคนทำงานหนักเอาใจใส่ในการรักษาอย่างดี วัดไข้ตลอดแทบจะ 24 ชั่วโมง วัดชีพจร ความดัน ค่าอ๊อกซิเจน เอ็กซเรย์ปอด วัดสารหลั่งทางปาก และจมูกวันตลอด จนเริ่มเห็นแสงสว่างปลายอุโมง เมื่อในช่วง 6 วันผ่านไปอาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆหมอบอกว่าผลเอ็กซเรย์ปอดเริ่มดีขึ้นตอนหลังเริ่มทานข้าวได้ มีแรงขึ้น

พักรักษาตัวจน เป็นเวลา 12 วันจนอาการหายปกติไม่มีเชื้อลบ โดยตรวจผลลบ ครั้งแรก ในวันที่ 28 มีนาคม แต่ก็ต้องรอให้ผลเป็นลบ 2 ครั้ง ถึงจะกลับบ้านได้ และผลเป็นลบอีกครั้งในวันที่ 30 มีนาคม

คุณหมอโทรมาบอก รองอ๊อด วันที่ 30 มีนาคม ว่าคุณนพดล วันนี้กลับบ้านได้แล้วนะเพราะผลเป็นลบ 2 ครั้ง ไม่มีเชื้อแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์และจากการเอ็กซเรย์ปอดก็ปกติแล้ว ตอนนั้นรองอ๊อดดีใจมากครับที่หายจากเชื้อโควิดและจะได้กลับบ้านพี่ดาบโจ๊กตำรวจอีกคนก็ได้กลับ  เพราะผลตรวจเป็นลบ ส่วนพี่ดาบหมงยังต้องนอนต่อเพราะผลตรวจยังบวกอยู่

อยากบอกว่าช่วงรักษาตัวนั้นน้ำหนักจาก 84 กิโลลดลงไปกว่า 10 กิโล แขนขาลีบไม่มีแรง แก้มตอบมาก แต่ช่วงหลังก็พยายามยึดเส้นยึดสายยกแข้งยกขาเพื่อออกกำลังกายตลอด

คุณหมอให้ออกมากักตัวต่ออีก14 วัน เพื่อให้ร่างกายพักฟื้น ไม่ให้ไปในพื้นที่ชุมชน เพราะเราต้องป้องกันตัวเองให้ดี  ไม่รับเชื้อจากคนอื่นมาอีก ต้องใส่แมสตลอด

รองอ๊อด สารคาม กลับมากักตัวเองต่ออัก 14 วัน ตามที่หมอบอก ตอนนี้ ร่างกายแข็งแรงขึ้นมากและหายเป็นปกติแล้ว ไม่มีเชื้อแล้ว และรอที่จะไปบริจาคพลาสมาน้ำเหลืองเพื่อเป็นสะพานบุญช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ป่วยเป็นโรคโควิด

รองอ๊อด สารคาม ขอกราบขอบพระคุณหนี้ชีวิตจากคุณหมอ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์สถาบันบำราศนราดูรทุกท่านที่ให้การรักษาดูแลรองอ๊อด สารคาม และคนป่วยอื่นๆ จนหายดี

และขอขอบคุณกำลังใจอย่างใหญ่หลวงจากครอบครัว พ่อแม่พี่น้องทุกๆคน ตลอดจนกำลังใจกำลังทรัพย์จากเพื่อนร่วมรุ่นเสือดาว 4 มศว.มค.และเพื่อนร่วมรุ่นจากโรงเรียนสารคามพิทยาคมทุกคน พี่น้องศิษย์เก่านสพ.โลกกีฬา รวมไปถึงพี่ๆน้องๆจากวงการสื่อ จากที่ทำงาน ผู้บริหาร เพื่อนๆที่ทำงานบริษัท SMM PLUS น้องๆในสายข่าว SMM มวยไทยรายวันทุกคน และขอขอบคุณพี่สมาน บุญยอ หัวหน้าค่ายมวย ส.สมานการ์เมนท์ ที่ใจถึงใจให้น้องป๊อกทีมงานและเป็นผู้ผลิตรายการตามติดชีวิตหลังสังเวียน ให้การช่วยเหลือทั้งอาหารเสริม อาหาร น้ำ ให้กับนักข่าวทุกคนและบุคคลวงการมวยที่ติดเชื้อโควิด

ขอกราบขอบพระคุณยิ่งในการช่วยเหลือเยียวยาจากสมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทยโดยพี่ว่าว ดร.เลอภพ โสรัตน์ นายกฯ "ทิดแฝด" บุญเชือน เจริญผล ประธานชมรมผู้สื่อข่าวกีฬามวย ชมรมสื่อสร้างสรรค์กีฬามวยโดยพี่ ประเสริฐ หอธรรมรัตน์ กองทุนสวัสดิการเพื่อแฟนมวยโดยพี่เอก บางไทร รองไก่ ศิษย์แก้วประพล พี่ยุทธศักดิ์ ล็อค 3 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เวทีมวยราชดำเนินทำประกันกลุ่มให้แฟนมวยและผู้สื่อข่าว ที่ให้ความช่วยเหลือ

และที่ลืมไม่ได้ก็คือพี่นายดาบตำรวจทั้ง 2 นาย พี่ดาบโจ๊ก และ พี่ดาบหมง ที่เป็นกำลังใจให้กันและกันระหว่างนอนพักรักษาตัวอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันมานาน 12 วัน จนเรา 3 คนรอดชีวิตกลับสู่อ้อมกอดของครอบครัว

ความทรงจำที่มิอาจลืมเลือนเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตของ รองอ๊อด สารคาม และเพื่อนๆ ร่วมวิบากกรรม แม้ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ การได้รับความเอื้ออาทรยามในยามที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้สะดวกนัก นำมาซึ่งความตื้นตันใจและเป็นความประทับใจที่ไม่มีวันลืม

อันความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่ เหมือนฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน บทความนี้แม้มิอาจเปรียบเทียบกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจริงได้ แต่รองอ๊อด สารคาม ก็จะขอบันทึกเก็บไว้เพื่อเป็นเครื่องเตีอนสติ ในการเอื้อเฟื้อกับทุกคนในยามที่เห็นใครตกอยู่ในความลำบาก

ด้วยครั้งหนึ่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า "มิตรภาพไม่เพียงจะช่วยบรรเทาความทุกข์ยากที่ได้เกิดขึ้นเท่านั้น แต่เป็นดังน้ำทิพย์ที่เมื่อระลึกขึ้นมาครั้งใด ก็สามารถเป็นเครื่องชโลมใจให้มีพลังบวกขึ้นมาครานั้น"

รองอ๊อด สารคาม