บรรยากาศโลกลูกหนังในช่วงวิกฤติ โควิด-19 นั้นไม่ค่อยมีอะไรขยับขยายกันมากนัก แต่อยู่ดีๆ ลิเวอร์พูล ก็ต้องตกเป็นจำเลยในพาดหัวข่าวใหญ่แบบช่วยไม่ได้

“เห็นแก่ตัว โลภ ฉวยโอกาส ไร้น้ำใจ หน้าด้าน” คำเหล่านี้ผุดขึ้นมามากมายในโลกไซเบอร์ คล้อยหลังจากเหตุการณ์ช่วงกลางดึกของวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา

มันเป็นแถลงการณ์ที่เจ็บปวด หากแต่เต็มไปด้วยความจริงที่ว่า ลิเวอร์พูล ได้ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ Furlough ที่จัดขึ้นภายใต้การดูแลของรัฐบาลอังกฤษ

อะไรทำให้ ลิเวอร์พูล โดนด่า และโครงการ Furlough คืออะไร ? วันนี้เราจะมาตีแผ่เรื่องราวทั้งหมดกันครับ

เนื่องด้วยสถานการณ์ระบาดของเชื้อ ไวรัส โคโรน่า ที่กำลังแพร่กระจายอย่างหนัก โดยเฉพาะที่ อังกฤษ ที่ติดท็อปชาร์ตอันดับต้นๆ ณ เวลานี้ ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการช่วยเหลือบริษัทห้างร้านต่างๆ ที่โดนพิษเศรษฐกิจเล่นงาน

ด้วยสถานการณ์ที่มีการประกาศเคอร์ฟิวแบบนี้ ทำให้ธุรกิจต่างๆ มีโอกาสเจ๊งกันเป็นแถบ และนั่นก็ทำให้รัฐบาลเปิดโครงการ Furlough ขึ้นมา

โครงการนี้ จะช่วยเหลือองค์กรณ์ต่างๆ ที่เข้ามายื่นเรื่องขอความช่วยเหลือท่ามกลางสถานการณ์ โควิด-19 โดยที่รัฐบาลจะจ่ายเงินให้กับลูกจ้างที่โดนสั่งพักงานชั่วคราวของบริษัทนั้นๆ จำนวน 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลาทั้งสิ้น 3 เดือน

กระแสตอบรับเป็นไปด้วยดี หน่วยงานธุรกิจเอกชนมากมายตัดสินใจเข้ารวม และนั่นรวมถึงทีมใน พรีเมียร์ ลีก อย่าง นอริช, นิวคาสเซิ่ล, บอร์นมัธ หรือ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ ที่ต้องการให้รัฐช่วยจ่ายเงินให้ลูกจ้าง (Non Playing Staff) ที่ถูกสั่งพักงานชั่วคราว

แต่เรื่องมันมาพีคสุดๆ ก็ตอนที่ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจเข้าร่วมโครงการนี้นั่นเอง เนื่องจากทุกคนต่างก็มองว่า “หงส์แดง” ที่เพิ่งประกาศงบทำกำไรในปีล่าสุดได้อย่างล้นหลาม ไม่ควรจะต้องมาเพิ่มภาระของรัฐด้วยการเข้าร่วมโครงการนี้ด้วยซ้ำ

“หงส์แดง” มีเงินมากมายล้นฟ้า แต่กลับพยายามหาหนทางที่จะจ่ายเงินลูกจ้าง Non Playing Staff ที่มีอยู่ราวๆ 200 คน ด้วยสัดส่วนแค่ 20 เปอร์เซ็นต์

คำว่า เห็นแก่ตัว หรือ ฉวยโอกาส จึงโผล่ขึ้นมาทิ่มแทงใส่ทีมดังแห่งถิ่น แอนฟิลด์ อย่างหนัก ณ เวลานี้ เช่นเดียวกับตำนานนักเตะ “หงส์แดง” และพิธีกรชื่อดังมากมายทั่วโลก ที่เปิดปากสับกลุ่มผู้บริหาร เฟนเวย์ สปอร์ต กรุ๊ป แบบไม่ยั้ง

นั่นคือมุมมองของกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วย แต่มันก็มีคนที่เห็นด้วยกับการกระทำของ ลิเวอร์พูล ด้วยเช่นกัน

คนในกลุ่มที่ 2 นั้นเห็นว่า “เร้ด แมชชีน” มีสิทธิ์ทุกประการที่จะได้สิทธิ์รับการช่วยเหลือจากรัฐเหมือนองค์กรณ์อื่นๆ ในเมื่อพวกเขาก็จ่ายภาษีเหมือนกัน และการเลือกรับสิทธิ์ของพวกเขา ก็ไม่ได้ส่งผลให้องค์กรณ์อื่นๆ ต้องชวดรับเงินของโครงการซะเมื่อไหร่

ยิ่งเป็นทีมในกลุ่มชั้นนำอย่าง ลิเวอร์พูล หรือยักษ์ใหญ่อีกหลายๆ ทีม ยิ่งพวกเขาทำกำไรมากเท่าไหร่ พวกเขาก็ต้องเสียภาษีสูงกว่าคนอื่นๆ มากขึ้นเท่านั้น แล้วทำไมพวกเขาจะต้องเมินการรับสิทธิ์เหล่านี้ด้วยล่ะ

ทั้งหมดนี้ คือกระแสวิจารณ์ที่เกิดขึ้นกับ “หงส์แดง” ณ เวลานี้ ส่วนใครจะมีความคิดเห็นยังไง ก็สามารถแลกเปลี่ยนกันได้เลยครับ