ตลอดประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูลเต็มไปด้วยผู้เล่นที่ฝีเท้ายอดเยี่ยม แต่ใครบ้างล่ะที่จะติดเป็น 11 ตัวจริงผู้เล่นที่ฝีเท้ายอดเยี่ยมแต่ได้รับการประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริงที่อาจจะไม่ได้รับการยกย่องเท่าที่ควร พูดง่ายๆ ว่า 'ปิดทองหลังพระ' นั่นเอง

              ลิเวอร์พูล มีนักเตะที่เก่งอย่างน่าเหลือเชื่อร่วมทีมมาโดยตลอด และเชื่อว่ารายชื่ออย่าง เคนนี่ ดัลกลิช, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, หลุยส์ ซัวเรซ และ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ต้องผุดเข้ามาในใจแฟนๆ ของพวกเขา โดยทั้ง 4 สามารถช่วยทัพ 'หงส์แดง' คว้าแชมป์มาแล้วและได้กลายมาเป็นตำนานของสโมสร 

             ในขณะที่ผู้เล่นเก่งๆ จำนวนมากถูกกล่าวขานว่ามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ต่างๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาได้รับความช่วยเหลือ (เป็นอย่างมาก) จากดาวเตะที่อาจจะไม่ได้รับการยกย่องหรือกล่าวขาน หรือพูดง่ายๆ ว่าพวกปิดทองหลังพระ และด้วยเหตุนั้น Liverpool Echo เลยตัดสินใจถามแฟนบอลของทีมว่า ใครคือผู้เล่นที่ได้รับการประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร? ใครคือนักเตะที่ไม่ได้รับเครดิตมากพอขณะค้าแข้งในแอนฟิลด์? และหลังจากรับฟังเสียงโหวตของแฟนๆ Liverpool Echo เลยรวบรวมรายชื่อดังกล่าวมารวมเป็น 11 ตัวจริงดังต่อไปนี้

 

ผู้รักษาประตู: เดวิด เจมส์

             เดวิด เจมส์ มีฉายาว่า ‘เจมส์ จอมหายนะ’ ในช่วงที่เฝ้าเสาให้ลิเวอร์พูลสำหรับความผิดพลาดที่เจอบ่อยๆ ของเขา แต่เขาก็ได้ลงสนามให้ทีมเกือบ 300 ครั้งสร้างผลงานที่ค่อนข้างดีในพรีเมียร์ ลีก

 

แบ็คขวา: สตีฟ ฟินแน่น

             สตีฟ ฟินแน่น มักจะทำผลงานได้คะแนน 7/10 ในตำแหน่งแบ็คขวาของลิเวอร์พูล โดย Reliable (วางใจได้) คือชื่อกลางของเขาตลอด 5 ฤดูกาลที่อยู่รับใช้สโมสร เขาช่วยให้ 'หงส์แดง' คว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2005 แม้ว่าจะเป็นเขาที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่งเพราะมีอาการบาดเจ็บที่ต้นขาและเป็นแรงกระตุ้นสำหรับการคัมแบ็คเมื่อดิดี้ ฮามันน์ ลงมาแทนและราฟา เบนิเตซ ได้เปลี่ยนรูปแบบการเล่น นอกจากนี้เขายังได้ออกสตาร์ทระหว่างเกมเอฟเอ คัพ ที่ประสบความสำเร็จระหว่างปี 2006 อีกด้วย

 

เซ็นเตอร์แบ็ค: แกรี กิลเลสพี 

            เดิมที แกรี กิลเลสพี กลายเป็นลูกไล่ของดูโอเซ็นเตอร์แบ็คระดับตำนานอย่างมาร์ค ลอว์เรนสัน และ อลัน แฮนเซ่น ในช่วงแรกที่มาถึงแอนฟิลด์ แต่ในไม่ช้าเขาก็สามารถสถาปนาตัวเองกลายเป็นคู่หูกับแฮนเซ่นเมื่อช่วยให้ลิเวอร์พูลเถลิงแชมป์ลีกเมื่อฤดูกาล 1987/88 โดยพลาดไม่ได้ลงสนามแค่ 3 เกมตลอดทั้งฤดูกาล รวมแล้วกิลเลสพี ได้ลงเล่นกว่า 150 นัดในลีกระหว่างปี 1983–1991 คว้าแชมป์ลีก 3 สมัยและแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1983–84

 

เซ็นเตอร์แบ็ค: มาร์ค ไรท์

            หลังจากค้าแข้งกับออกซ์ฟอร์ด, เซาแธมป์ตัน และ ดาร์บี้ ลิเวอร์พูลก็เซ็นสัญญา มาร์ค ไรท์ เข้ามาเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 1991 ในราคา 2.2 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นค่าตัวที่เป็นสถิติสำหรับตำแหน่งกองหลังของฟุตบอลอังกฤษในตอนนั้น โดยพวกเขาหมายมั่นจะให้มาแทนแฮนเซ่น ไรท์อยู่ในถิ่นแอนฟิลด์นาน 7 ปี ลงสนามกว่า 150 ครั้งในลีกแม้ว่าจะมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้ง

 

แบ็คซ้าย: ฟาบิโอ ออเรลิโอ

              ราฟา เบนิเตซ คว้า ฟาบิโอ ออเรลิโอ มาแบบไร้ค่าตัวเมื่อปี 2006 และเขาจะเป็นที่จดจำตลอดไปจากลูกฟรีคิกของเขาที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ระหว่างเกมพรีเมียร์ ลีก ที่ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 4-1 เมื่อปี 2009 ดาวเตะชาวบราซิลเลี่ยนย้ายออกจากสโมสรเมื่อปี 2010 ก่อนที่ผู้จัดการทีมคนใหม่อย่างรอย ฮอดจ์สัน จะเซ็นสัญญาเขากลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง โดยตลอด 6 ฤดูกาลของเขานั้น เจ้าตัวได้ลงสนามไป 87 ครั้ง

 

มิดฟิลด์ริมเส้น (ขวา): แดนนี่ เมอร์ฟี่

             เมื่อพูดผู้เล่นที่ทำประตูที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ก็ต้องพูดถึงเขาคนนี้ โดยหลังจากเซ็นสัญญามาจากครูว์ เมื่อปี 1999 ในราคา 1.5 ล้านปอนด์ แดนนี่ เมอร์ฟี่ ก็กลายเป็นฮีโร่ของลิเวอร์พูลในอีก 5 ปีต่อมา โดยแม้ว่าจะถูกให้เล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดอยู่บ่อยๆ แต่กองกลางรายนี้ก็ช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าทริปเปิ้ลแชมป์เมื่อฤดูกาล 2000/01 คือลีกคัพ, เอฟเอ คัพ และ ยูฟ่า คัพ เขามักจะเป็นตัวหายนะสำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยเป็นคนทำประตูชัยในเกมที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด 3 ครั้งในรอบ 4 ฤดูกาล  รวมแล้วเขาลงเล่นให้สโมสรเกือบ 250 นัดก่อนจะถูกขายให้ชาร์ลตันเมื่อปี 2004

 

มิดฟิลด์ตัวกลาง: รอนนี่ วีแลน

             เมื่อคิดถึงการเซ็นสัญญาผู้เล่นในราคา 35,000 ปอนด์ ที่ต่อมาได้ลงสนาม 493 นัด ทำไป 73 ประตู คว้าแชมป์ลีก 6 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย, ลีก คัพ 3 สมัย และยูโรเปี้ยน คัพ 1 สมัย ก็ต้องคิดถึงรอนนี่ วีแลน ที่ทำแบบนั้นได้ระหว่างปี 1979-1994 เขาไม่ใช่จอห์น บาร์นส์, ปีเตอร์ เบียร์ดส์ลีย์ หรือ จอห์น อัลดริดจ์ แต่เขาเหมาะสมกับการเป็นตำนานของลิเวอร์พูล

 

มิดฟิลด์ตัวกลาง: จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

             กัปตันทีมชุดแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ล่าสุด ยังคงไม่ได้รับการเคารพอย่างที่เขาคู่ควรจากทั้งแฟนๆ ของลิเวอร์พูลและแฟนๆ ของทีมคู่ปรับ ตอนที่ลิเวอร์พูลเซ็นสัญญาเขามาในราคา 20 ล้านปอนด์จากซันเดอร์แลนด์เมื่อปี 2011 เฮนเดอร์สัน โดยถากถางว่าไม่ใช่สตีเว่น เจอร์ราร์ด แต่นับตั้งแต่รับปลอกแขนมาจากนักเตะที่ยอดเยี่ยมตลอดกาลของ 'หงส์แดง' เขาก็แสดงศักยภาพในฐานะกัปตันทีมในสไตล์ของเขาเอง เป็นผู้นำที่แท้จริงในสนามและอาจจะเป็นผู้เล่นลิเวอร์พูลคนแรกที่ได้ชูถ้วยพรีเมียร์ ลีก

 

มิดฟิลด์ริมเส้น (ซ้าย): ยอสซี เบนายูน

             ปีกจอมพลิ้วชาวอิสราเองมาถึงเมอร์ซีย์ไซด์ในราคาแค่ 5 ล้านปอนด์จากเวสต์แฮมเมื่อปี 2007 เขาตอบแทนลิเวอร์พูลด้วยผลงานที่ดีตลอด 3 ฤดูกาลที่อยู่ที่นั่น ทำไป 29 ประตูจาก134 นัด เขายังยิงประตูสำคัญๆ ในช่วงฤดูกาล 2008/09 ที่ลิเวอร์พูลเข้าใกล้การคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก เอามากๆ

 

กองหน้า: ปีเตอร์ เคร้าช์

             ปีเตอร์ เคร้าช์ เคยยิงไม่ได้ 19 นัดติดต่อกันในช่วงเริ่มต้นค้าแข้งกับลิเวอร์พูล แต่เขามีบทบาทสำคัญสำหรับทีมของราฟา เบนิเตซ เขายังมีบทบาทสำคัญสำหรับการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อปี 2006 เมื่อเขาเป็นคนโหม่งบอลชงให้เจอร์ราร์ดทำประตูตีเสมอ 2-2 ในเกมรอบชิงชนะเลิศกับเวสต์แฮม และหลังจากค้าแข้งกับทีมมา 3 ฤดูกาล เขาก็จบกับสโมสรด้วยสถิติที่ไม่เลวร้ายนักคือ 42 ประตูจาก 134 เกม

 

กองหน้า: เอมิล เฮสกีย์

              ลิเวอร์พูลทำลายสถิติสโมสรด้วยการทุ่มเงิน 11 ล้านปอนด์ซื้อเอมิล เฮสกีย์ วัย 22 มาเมื่อปี 2000 เขาอาจจะไม่ได้ทำประตูแบบถล่มทลาย เพราะซัดไปแค่ 60 ประตูจากการลงสนาม 223 นัด แต่เขามีบทบาทสำคัญสำหรับการคว้าทริปเปิ้ลแชมป์ของลิเวอร์พูล โดยฤดูกาล  2001/01 ที่ประสบความสำเร็จดังกล่าวนั้น เฮสกีย์ซัดไป 22 ประตูรวมทุกรายการ


ตัวสำรอง

กองหลัง: ร็อบ โจนส์, คริส ลอว์เลอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, ฟิล นีล, สตีฟ นิโคล

กองกลาง: ลูคัส เลว่า, จีนี่ ไวจ์นัลดุม, เจมส์ มิลเนอร์, ดิดี้ ฮามันน์, มักซี่ โรดริเกซ

แนวรุก: เดิร์ก เคาต์, ตีตี้ กามาร่า, ยารี ลิตมาเน่น