ตลอดเวลาที่ผ่านมาต่างมีนักเตะเอเชียเข้ามาสร้างสีสัน และเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จกับบรรดาสโมสรในไทยลีกมากมาย

บางคนถูกจดจำในฐานะตำนานไทยลีก บางคนพาช่วยต้นสังกัดสร้างผลงานระดับประวัติศาสตร์สโมสร ในขณะที่บางคนแม้ไม่ได้เล่นกับทีมยักษ์ใหญ่ แต่กลับเป็นที่จดจำของแฟนบอลด้วยฝีเท้ายอดเยี่ยม และนี่คือ 11 ผู้เล่นเอเชียที่เก่งที่สุดในไทยลีก จะเป็นใครบ้าง ฝีเท้าเป็นอย่างไร ติดตามได้ที่นี่

โนงูชิ ปินโต(ญี่ปุ่น)

จอมหนึบลูกครึ่งญี่ปุ่น-บราซิล ย้ายมาสร้างชื่อกับ สมุทรสงคราม เอฟซี ในปี 2010 หลังจากนั้นย้ายไปเฝ้าเสากับ พีทีที ระยอง ในปี 2013 เขาจัดเป็นผู้รักษาประตูต่างชาติที่ฝีมือยอดเยี่ยม หลังโชว์ฟอร์มการเซฟเป็นว่าเล่น และได้รับตำแหน่งผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมในศึกดิวิชั่น 1 พร้อมมีส่วนสำคัญพา พลังเพลิง เลื่อนชั้นไปเล่นลีกสูงสุดได้สำเร็จ ถือเป็นนายด่านต่างชาติระดับตำนานในไทยลีกที่แฟนบอลไทยจำได้ดี

คิม ดอง จิน(เกาหลีใต้)

การมาของ คิม ดอง จิน กลายเป็นดีลฮือฮา เพราะมีดีกรีกองหลังทมีชาติเกาหลีใต้ที่ผ่านมาเวทีฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาแล้วในปี 2006 และ 2010 อีกทั้งยังผ่านเวทียุโรปกับ เซนิต ปีเตอร์เบิร์ก ทีมดังในลีกรัสเซีย

ปี 2014 คิม ดอง จิน ย้ายมามาอยู่กับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ฝีเท้าของเขาสมราคากับนักเตะที่เคยผ่านเกมระดับท็อปมาแล้ว กระทั่งเป็นส่วนสำคัญช่วยทีมคว้ารองแชมป์ไทยลีก 1 สมัย ,รองแชมป์ถ้วยพระราชทาน ก. 1 สมัย ร่วมถึง รองแชมป์ เอฟเอ คัพ 1 สมัย ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพ โซล อีแลนด์ ใน เคลีก 2 ในปี 2016 โดยปี 2019 เขาเพิ่งประกาศแขวนสตั๊ด บนวัย 37 ปี

ไดกิ อิวามาซะ(ญี่ปุ่น)

เขาคือปราการหลังระดับตำนานของ บีอีซี เทโรศาสน ที่เคยย้ายมาสร้างความยิ่งใหญ่กับทัพ “มังกรไฟ” หลังช่วยทีมคว้าแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ รายการแรกรอบ 12 ปี และพาทีมจบอันดับ 3 ในลีก โดยแนวรับดีกรีทีมชาติญี่ปุ่น ไม่เพียงแต่เก่งกาจในสนาม แต่เขายังเป็นที่นับถือของบรรดา “กุมารเทโร” ยุคนั้นอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, อดิศร พรหมรักษ์, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม ที่ใช้ความเป็นมืออาชีพคอยสอนแข้งรุ่นน้องอยู่เสมอ ก่อนแต่ละคนจะเติบโตเป็นผู้เล่นฝีเท้าดีในปัจจุบัน

หลังพาทีมประสบความสำเร็จแม้ บีอีซี เทโรศาสน จะยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้ แต่เขากลับปฏิเสธ โดยภายหลัง ไดกิ ผันตัวไปรับบทโค้ชแอนด์เพลย์เยอร์ให้กับทีม โตเกียว ยูไนเต็ด และผู้ฝึกสอนของ ชมรมฟุตบอลมหาวิทยาลัยโตเกียว

แมตต์ สมิธ(ออสเตรเลีย)

ฝีเท้าของปราการหลังชาวออสเตรเลีย อยู่ในระดับแถวหน้าของไทยลีกอย่างไม่ต้องสงสัย ที่น่าสนใจคือเขาเพิ่งหันมาเล่นฟุตบอลอาชีพในขณะที่อายุปาเข้าไป 27 ปี

แมตต์ สมิธ ย้ายมาค้าแข้งกับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เมื่อปี 2015 ก่อนจะกลายเป็นกัปตันระดับตำนานของทัพ “เดอะ แรบบิท” โดยตลอด 4 ปี ในถิ่น ลีโอ สเตเดียม เขาฝากผลงานลงสนามทุกรายการไป 129 นัด ยิง 7 ประตู ทำ 3 แอสซิสต์ และย้ายไปเล่นให้ คิตฉี ทีมในลีกสูงสุดของ ฮ่องกง เมื่อปี 2019

ฮิโรโนริ ซารูตะ(ญี่ปุ่น)

แม้รูปร่างจะเล็ก แต่เต็มไปด้วยพิษสง เปี่ยมด้วยทักษะฟุตบอลอันสุดยอด ชื่อของ ฮิโรโนริ ซารูตะ เป็นที่คุ้นหูของแฟนบอลไทยหลังเข้ามาสร้างสีสันกับ ศรีราชา เอฟซี ก่อนย้ายไปอยู่กับ บางกอกกล๊าส เอฟซี, การท่าเรือ เอฟซี, เชียงราย ยูไนเต็ด ไม่ว่าจะย้ายไปที่ไหน เขามักเป็นที่รักของแฟนบอลเสมอ ฝีเท้าของเขาจัดจ้านมีทั้งความเร็ว และคล่องตัว หลังวัยเริ่มโรยรา เขาลงไปเล่นกับ อุดรธานี เอฟซี ซึ่งเป็นสโมสรสุดท้าย ก่อนจะประกาศแขวนสตั๊ดในวัย 35 ปี

โก ซุล กิ(เกาหลีใต้)

นี่คือกองกลางเอเชียที่ดีที่สุดคนหนึ่งเท่าที่ไทยลีกเคยมี เซนส์บอลของเขาสุดยอด รวมถึงการผ่านบอลที่แม่นราวจับวาง เล่นดุดัน อีกทั้งยังมีทีเด็ดที่ลูกยิงไกล โก ซุล กิ โด่งดังสุดขีดสมัยเล่นให้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ช่วงฤดูกาล 2015 ตลอดระยะในสีเสื้อ “ปราสาทสายฟ้า” เขาลงเล่นทุกรายการไป 104 นัด ยิง 19 ประตู ทำ 11 แอสซิสต์ และคว้าแชมป์ 8 รายการ ก่อนจะย้ายมาประจำการแดนกลางกับ การท่าเรือ เอฟซี โดยฤดูกาล 2019 เพิ่งพา “สิงห์เจ้าท่า” ซิวแชมป์ช้างเอฟเอ คัพ ในรอบ 10 ปี ซึ่งเจ้าตัวยังคว้ารางวัล MVP ไปครองอีกด้วย

คาซูโตะ คูชิดะ(ญี่ปุ่น)

คูชิดะ ย้ายมาอยู่กับ ชลบุรี เอฟซีในฤดูกาล 2011 เขาพาต้นสังกัดคว้า ถ้วยพระราชทาน ประเภท ก. 2 สมัย(ปัจจุบันคือ ออมสิน ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนคัพ), รองแชมป์ลีก 3 สมัย และรองแชมป์ เอฟเอ คัพ อีก 1 สมัย ก่อนจะย้ายไป ชัยนาท ฮอร์นบิล

หลังจากนั้น คูชิดะ ตัดสินใจอำลาไทยลีกย้ายไปเล่นให้ โวลลองกอง ยูไนเต็ด ที่ประเทศ ออสเตรเลีย และ กรุลลา โมริโอกะ ทีมใน เจลีก 3 ประเทศ ญี่ปุ่น ตามลำดับ ก่อนที่ฤดูกาล 2020 คูชิดะ ย้ายกลับมาอยู่กับ ชลบุรี เอฟซี อีกครั้ง และเป็นกำลังหลักของสโมสรอยู่ในเวลานี้

ไค ฮิราโนะ(ญี่ปุ่น)

เขาคือหนึ่งในนักเตะต่างชาติที่แฟนบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้การยอมรับ และชื่นชอบจากความมุ่งมั่นที่ใส่เกินร้อยเสมอยามอยู่ในสนาม ไค ย้ายมาอยู่กับ “ปราสาทสายฟ้า” ในปี 2013 เขามีส่วนสำคัญช่วยทีมคว้า 4 แชมป์ โดยลงเล่นไปทั้งหมด 45 เกมยิงได้ 8 ประตู ก่อนจะถูก เซเรโซ โอซากา ยักษ์ใหญ่ของเจลีก ญี่ปุ่นคว้าตัวไปร่วมทีม หลังจากนั้นเขากลับมาค้าแข้งในไทยลีกครั้งกับ อาร์มี ยูไนเต็ด ก่อนจะย้ายลงไปเล่นในM-150 แชมเปี้ยนชิพ กับ ลำปาง เอฟซี ในฤดูกาล 2018

โช ชิโมจิ(ญี่ปุ่น)

ดาวเตะเลือดซามูไรสร้างชื่อจากการค้าแข้งให้ บีอีซี เทโรศาสน ในช่วงฤดูกาล 2013-2014 ฝีเท้าของเขาโดดเด่น จัดเป็นผู้เล่นต่างชาติที่ฝีเท้าเยี่ยมยอดไม่แพ้ใครในไทยลีก อีกทั้งยังอยู่ในชุดคว้าแชมป์ โตโยต้า ลีก คัพ 2014 และในปีนั้นเขายิงไปถึง 17 ประตูในลีก หลังจากนั้นเขาย้ายไป เพื่อนตำรวจ และ ชัยนาท ฮอร์นบิล โดยหลังหมดสัญญากับ “นกใหญ่พิฆาต” เขาลงไปเล่นกับ อุดรธานี เอฟซี และถือเป็นสโมสรสุดท้ายกับการค้าแข้งในไทย

เจย์ซี จอห์น(บาห์เรน)

กองหน้าทีมชาติบาห์เรน ย้ายมาเล่นกับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2015 เขาคือเครื่องจักรถล่มประตูที่พา “แข้งเทพ” ยิงคู่แข่งเป็นว่าเล่น ลีลาการจบสกอร์ของเขาเฉียมคมอีกทั้งยังมีลูกยิงเหนือชั้นให้แฟนบอลได้ฮือฮาเสมอ โดย “โจโจ” เล่นใก้ บียู ถึงฤดูกาล 2017 เขายิงในลีกไป 33 ประตูจาก 43 นัด ก่อนย้ายไป แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ในปี 2018 ตามด้วย Felda United ในลีกมาเลเซีย อย่างไรก็ตามเขากลับมาอยู่กับ “แข้งเทพ” ช่วงเลกสองของฤดูกาล 2019 แต่กลับไม่เปรี้ยงปร้างเหมือนเคย กระทั่งฤดูกาล 2020 ย้ายไปเป็นสมาชิกใหม่ทีมดังแห่งศึก M-150 แชมเปี้ยนชิพ อย่าง “จงอางผยอง” ขอนแก่น ยูไนเต็ด

วู กึน ยอง(เกาหลีใต้)

วู กึน ยอง เริ่มต้นค้าแข้งในไทยกับ ราชประชา ในปี 2012 ก่อนจะย้ายไปเล่นให้ ราชนาวี และมาสร้างชื่อกับ นครปฐม ยูไนเต็ด ตามด้วย บีบีซียู และ พีทีที ระยอง แม้จะไม่ได้ลงเล่นกับสโมสรระดับยักษ์ในไทย แต่ฝีเท้าของเขาไม่ธรรมดา จากความแข็งแกร่ง และลีลาการจบสกอร์ที่เด็ดขาด อย่างไรก็ตามดาวยิงชาวเกาหลีใต้ตัดสินใจอำลาเมืองไทย เพื่อกลับไปดูแลพี่ชายที่ป่วยหนักในบ้านเกิด

หลังจากนั้นเขากลับมาค้าแข้งในแดนสยามอีกครั้งกับ อยุธยา ยูไนเต็ด ในปี 2019 โดยปัจจุบันเขาเล่นอยู่กับ เชียงใหม่ ยูไนเต็ด ในไทยลีก 2

สำรอง

ซุนนี สะอั๊ด(เลบานอน)

ปีกดีกรีทีมชาติเลบานอน ย้ายมาร่วมทัพ บีอีซี เทโรศาสน ในฤดูกาล 2015 ก่อนจะมาโด่งดังในเวทีไทยลีก หลังปล่อยให้ พัทยา ยืมใช้งานในปี 2016 ฝีเท้าของเขาจัดจ้านเต็มไปด้วยทักษะการเล่นยอดเยี่ยม โดยผนึกกำลังกับแข้งต่างชาติอีกรายอย่าง จูเนียร์ เนเกรา จนพา “โลมามหาภัย” รอดพ้นจากการตกชั้น เขาทำไป 9 ประตู 9 แอสซิสต์ ก่อนจะอำลาทีมกลับไปค้าแข้งในเมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ สหรัฐอเมริกา กับอดีตต้นสังกัดเก่า สปอร์ติ้ง แคนซัส ซิตี้

นาโอกิ อาโอยามะ(ญี่ปุ่น)

ถืออีกหนึ่งตำนาน “กิเลนผยอง” ที่พาทีมประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยแนวรับชาวญี่ปุ่นย้ายมาร่วมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2015 เขาเปี่ยมด้วยความแข็งแกร่งครบครันในสิ่งที่กองหลังควรมี 105 นัด โดยช่วยทีมคว้าแชมป์โตโยต้าไทยลีก 1 สมัย ,โตโยต้าลีกคัพ 1 สมัย และ แม่โขงคลับแชมเปี้ยนชิพ ก่อนจะปิดฉาก 4 ปี ในถิ่น เอสซีจี สเตเดียม และกลับไปค้าแข้งกับ กัมบะ โอซากา ในฤดูกาล 2019

อี ยอง แร(เกาหลีใต้)

กองกลางชาวเกาหลีใต้ย้ายมาอยู่กับ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2018 เป็นผู้เล่นที่ช่วยยกระดับแดนกลางของทีมให้สูงขึ้นจากการผ่านบอลที่ยอดเยี่ยม เล่นหนักดุดัน ก่อนจะช่วยทีมป้องกันแชมป์ช้างเอฟเอ คัพ ทันที และซิวถ้วยโตโยต้าลีก คัพ โดยฤดูกาล 2019 เขาคือฟันเฟืองสำคัญช่วย “กว่างโซ้งฯ” คว้าแชมป์โตโยต้า ไทยลีก มาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร

รี ควาง ชอน(เกาหลีเหนือ)

เขาพกดีกรีนักเตะทีชาติเกาหลีเหนือ ที่เพิ่งผ่านเวทีฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย 2010 ที่แอฟริกาใต้ มาเล่นให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2012 ถือเป็นดีลที่ฮือฮาไม่น้อย เพราะการมีนักเตะเกาหลีเหนือมาเล่นในไทยลีกไม่ใช้ภาพที่จะเห็นกันง่ายๆ รี ควาง ชอน ใช้ความแข็งแกร่งช่วย “กิเลนผยอง” คว้าแชมป์ไทยลีกด้วยสถิติไร้พ่ายในฤดูกาลนั้น ก่อนที่ฤดูกาล 2014 จะกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิด และกลับมาไทยอีกครั้งด้วยการเป็นสมาชิกใหม่ของ พัทยา ยูไนเต็ด ช่วงปี 2015 แต่ก็ไม่ราบรื่นนัก และแยกทางกับสโมสรในเวลาต่อมา

โคชิ จุน(ญี่ปุ่น)

นายด่านชาวญี่ปุ่น เคยค้าแข้งในลีกสูงสุดของไทยกับ อาร์มี่ ยูไนเต็ด ซเส้นทางเหมือนจะไปได้สวย ทว่าสโมสรต้องการเก็บโควตาต่างชาติในตำแหน่งตัวรุก ประกอบกับมีผู้รักษาประตูชาวไทยรอสแตนบายทำให้ค่อยๆถูกลดบทบาทลงเรื่อยๆ หลังจากนั้นเขาย้านไปเล่นกับ ศรีราชา ซูซูกิ และ พัทยา ยูไนเต็ด ปัจจุบันเขาค้าแข้งกับ ไทชุง ฟุตูโร่ ทีมในลีกสูงสุดของไต้หวัน