ความสำเร็จของ นครราชสีมา เดอะมอลล์ วีซี และ แอร์ฟอร์ซ นับว่าเป็น 2 ทีมที่คว้าแชมป์ไทยแลนด์ลีก มาได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 6-7 ปีหลัง

นครราชสีมา สร้างความยิ่งใหญ่ ด้วยการครองแชมป์ไทยแลนด์ลีก 3 สมัยติด ในฤดูกาล 2012-13, 2013-14 และยังต่อเนื่องด้วย 2014-15 อีกทั้งพวกเขายังทำได้อีกสมัยในซีซั่น 2017-18

ขณะที่ แอร์ฟอร์ซ ยังรับถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองไทยได้ถึง 2 ครั้ง ในฤดูกาล 2016-17 และอีกครั้งในซีซั่น 2018-19 และหากนับในสิทธิเดิมของพวกเขา คือในชื่อ ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ พวกเขาก็ได้ไปอีก 2 สมัยด้วยกัน นับตั้งแต่ 2010-11, 2011-12

ทว่าอีกหนึ่งทีมที่สามารถสอดแทรกขึ้นมาสร้างความสำเร็จในไทยแลนด์ลีกได้อย่างยิ่งใหญ่ นั่นคือ วิง 46-พิษณุโลก หรือ ราชมงคลล้านนา พิษณุโลก วีซี ในปัจจุบัน ที่ทำได้ในซีซั่น 2015-16

พิษณุโลก ในช่วงเริ่มต้น สร้างผลงานด้วยการเป็นรองแชมป์โปร ชาลเลนจ์ 2013 ในชื่อ พิบูลสงคราม-พิษณุโลก ก่อนได้เลื่อนชั้นมาเล่นในไทยแลนด์ลีก ฤดูกาล 2013-14 แต่ด้วยตัวผู้เล่นที่ยังเป็นดาวรุ่ง และผู้เล่นมหาวิทยาลัย ทำให้ในซีซั่นแรก พวกเขาต้องตกชั้นไปก่อน

ทว่าถัดมาพวกเขาส่งทีมแข่งขันในโปร ชาลเลนจ์ 2014 ด้วยสรรพกำลังที่แน่นกว่าเดิม และแข็งแกร่งกว่าเดิม ทั้งการได้ กฤษฎา สมคะเน มาเป็นตัวหลักในเกมรุก พร้อมด้วย ศุภชัย ศรีภูมิ ดาวตบจอมเก๋า, รัชภูมิ สามทอง มือเซตมากประสบการณ์, ธีรศักดิ์ นาคประสงค์ ที่ได้หวนกลับมาช่วยทีมบ้านเกิด และ สุภชัย จิตจำรูญ อดีตกัปตันทีมชาติไทย อีกทั้งยังมีผู้เล่นดาวรุ่งพุ่งแรงอย่าง นรา จันทร์แก้ว อีกคน

วิง 46-พิษณุโลก สร้างผลงานได้สวยหรู ด้วยการคว้าแชมป์โปร ชาลเลนจ์ ในปีดังกล่าว พร้อมกับเลื่อนชั้นขึ้นสู่ไทยแลนด์ลีกได้อีกครั้ง

ส่วนผลงานในซีซั่น 2014-15 พิษณุโลก นับว่าเป็นทีมสอดแทรกการลุ้นแชมป์ได้อย่างสนุก แต่ด้วย 2 เกมแรกของฤดูกาล พวกเขาต้องเจองานหิน ทั้งการเจอกับ ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ และ นครราชสีมา รวมถึงแพ้มาทั้ง 2 เกมเปิดหัว

และหลังจากที่แพ้ไปใน 2 เกมแรกของฤดูกาล พิษณุโลก กลับมาทำผลงานได้อย่างสุดยอด ด้วยการชนะได้อีก 10 เกมรวด รวมถึงการเอาชนะ ชลบุรี-อี.เทค-แอร์ฟอร์ซ ได้ในเลกที่ 2

ทว่าสุดท้าย พิษณุโลก ยังไปไม่ถึงฝัน จบในอันดับที่ 3 ของฤดูกาลดังกล่าว เป็นรองทั้ง นครราชสีมา และ ชลบุรี ในบั้นปลาย แต่นั่นก็ทำให้พวกเขา ก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่ลุ้นแชมป์ได้อย่างเต็มตัว

ซีซั่นถัดมา 2015-16 เป็นฤดูกาลแห่งความสำเร็จ

พิษณุโลก เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นครั้งใหญ่อีกครั้ง โดยเฉพาะการคว้า 2 ผู้เล่นต่างชาติ คือ สตีเฟน ฮันท์ หัวเสาจาก แคนาดา และ คอนเนอร์ โดเฮอร์ตี บอลเร็วสหรัฐอเมริกา มาร่วมทีม

ขณะที่ผู้เล่นคนอื่น ๆ ยังได้ กิตติคุณ ศรีอุทธวงศ์ กัปตันทีมชาติไทย เข้ามาร่วมทีม และ อดิพงษ์ ผลภิญโญ อดีตมือเซตชลบุรี ชุดแชมป์ไทยแลนด์ลีก เข้ามาร่วมทัพ พร้อมกับการก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ อมรเทพ คนหาญ ดาวรุ่งพุ่งแรงของทีม

ฝั่งทีมคู่แข่งร่วมทีม ชลบุรี ที่ผิดหวังไปหลายปีได้ จิรายุ รักษาแก้ว กลับมาจากการเล่นลีกที่ สวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วย พาโบล แฟร์นันโด หัวเสาชาวบราซิล ที่เข้ามาเล่นในเมืองไทยเป็นปีแรก รวมถึง สราญจิต เจริญสุข มือเซต (แต่ สราญจิต เจ็บตั้งแต่ก่อนเปิดฤดูกาล)

ด้าน นครราชสีมา แชมป์เก่า 3 สมัยติด ไม่น้อยหน้า ยังคงมั่งมุ่นในการคว้าแชมป์ให้อีกครั้ง คว้าตัวทั้ง อ่อง ทู จาก ชลบุรี รวมถึงได้ กฤษฎา สมคะเน มาจาก พิษณุโลก อีกด้วย

การเสริมตัวที่ผู้เล่นที่แข็งแกร่ง ทำให้เกมของ พิษณุโลก เริ่มมีผลงานที่ยอดเยี่ยมตามไปด้วย ทั้งเกมรับที่เหนียวแน่น และเกมรุกที่ดุดัน รวมถึงความมั่นใจทุกครั้งที่ลงสนาม

ในช่วงการแข่งขันเลกแรก นครราชสีมา และ พิษณุโลก คว้าชัยชนะกันมาได้ทีมละ 4 นัด (รวมถึงชนะ ชลบุรี ได้ด้วยกันทั้งคู่) จนเกมที่ 5 พวกเขาต้องเป็นฝ่ายมาเจอกันเองในบ้านของโคราช

และเกมนั้น นครราชสีมา ทำได้ดีกว่า เอาชนะ 3-1 เซต และยังครองสถิติชนะ 7 เกมรวด เป็นแชมป์ของเลกแรก ส่วน พิษณุโลก เป็นรองแชมป์ และ ชลบุรี ได้ที่ 3

ทว่าเกมในเลกสอง ความมันเพิ่มมากขึ้นอย่างเท่าทวี เริ่มต้นด้วย ชลบุรี เปิดบ้านล้างตาเอาชนะ นครราชสีมา 3-1 เซต และยังบุกไปเอาชนะ พิษณุโลก 3-2 เซต แต่ความได้เปรียบยังอยู่ที่ โคราช ที่ยังนำเป็นจ่าฝูง

กระทั่งเกมดำเนินไปจนถึงนัดที่ 12 พิษณุโลก มีคิวเปิดบ้านพบกับ นครราชสีมา ซึ่งผู้ชนะในเกมนี้มีโอกาสเป็นแชมป์ค่อนข้างสูง

และเกมนัดนั้น พิษณุโลก มีผลงานการเล่นที่ดีกว่า และได้ทั้งเสียงเชียร์ในการเล่นในบ้าน ก่อนที่จะเอาชนะ นครราชสีมา 3-0 เซต พร้อมกับขึ้นไปนำเป็นจ่าฝูงของตารางคะแนนได้สำเร็จ

และในช่วง 2 เกมสุดท้าย พิษณุโลก เริ่มต้นด้วยการชนะ เกษตรศาสตร์ วีซี 3-0 เซต ด้าน นครราชสีมา ก็บุกชนะ คอสโม-เชียงราย วีซี 3-0 เซต

ทำให้ก่อนเกมที่ 14 พิษณุโลก ชนะ 11 แพ้ 2 มี 34 คะแนน และ นครราชสีมา ชนะ 11 แพ้ 2 มี 33 คะแนน และทั้งสองทีมต้องเล่นพร้อมกันในนัดสุดท้าย และ พิษณุโลก ต้องไปเยือน เชียงราย และ นครราชสีมา จะเล่นในบ้านพบ เกษตรศาสตร์

ดังนั้น ฝ่ายจัดการแข่งขัน จึงต้องมีพิธีมอบถ้วยรางวัลไว้ที่ 2 สนาม ทั้งที่ เชียงราย และที่ โคราช เพราะก็ยังไม่ทราบว่าทีมไหนจะเป็นแชมป์

และเมื่อเกมการแข่งขันในนัดที่ 14 เริ่มขึ้น พิษณุโลก บุกไปเอาชนะ คอสโม-เชียงราย วีซี 3-0 เซต และทำให้พวกเขาทำสถิติชนะ 12 แพ้ 2 มี 37 คะแนน เฉือนชนะ นครราชสีมา ที่ชนะ 12 แพ้ 2 มี 36 คะแนน

ส่งผลให้ พิษณุโลก คว้าแชมป์ไทยแลนด์ลีก ในฤดูกาล 2015-16 มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ และเป็นสมัยแรกของทีมอีกด้วย

และนี่คือย้อนรอยความสำเร็จของ พิษณุโลก ในการคว้าแชมป์ไทยแลนด์ลีก ที่ต้องลุ้นกันอย่างสุดมันถึงเกมนัดสุดท้าย