ตลอดหลายปีที่ผ่านมาวงการลูกหนังไทย มีเหล่าแข้งต่างชาติจากหลายทวีปย้ายมาสร้างชื่อเสียงมากมาย และนี่คือเหล่านักเตะต่างชาติจากทวีปแอฟริกาที่โชว์ฝีเท้า และสร้างประวัติศาสตร์จนเป็นที่จดจำของแฟนบอลในไทยลีก มีใครกันบ้าง? ลองเลื่อนลงไปชมได้เลยครับ

11 แข้งยอดเยี่ยมจากทวีปแอฟริกา ในศึกไทยลีก

ผู้รักษาประตู : มุนเซ อุลริช (แคเมอรูน)

นายด่านชาวแคเมอรูน ย้ายมาค้าแข้งกับ การท่าเรือ เอฟซี สมัยที่ยังไม่ใช่ทีมเงินถุงเงินถังเหมือนทุกวันนี้ในปี 2009 เริ่มแรกเขาเป็นมือสองต่อจาก ภัทรกร ตั้งอนุรัตน์ แต่ก็อยู่ในทีมชุดคว้าแชมป์มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 และแชมป์โตโยต้า ลีก คัพ 2010 ต่อมา ภัทรกร ย้ายไปอยู่กับ เพื่อนตำรวจ มุนเซ จึงขยับขึ้นเป็นมือหนึ่งแทน พร้อมโชว์ฟอร์มหนึ่งจนเป็นที่ประทับใจแฟนบอล “สิงห์เจ้าท่า”

เขามีส่วนสำคัญช่วยทีมคว้ารองแชมป์โตโยต้า ลีก คัพ ในปี 2011 ก่อนจะย้ายไปเล่นกับ อีสาน ยูไนเต็ด, นครราชสีมา เอฟซี, ประจวบ เอฟซี, อัสสัมชัญ ยูไนเต็ด และผันตัวไปรับบทบาทโค้ชผู้รักษาประตูเต็มตัวให้ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล เอฟซี ซึ่งเป็นการกลับมาร่วมงานกับอดีตเจ้านายคนเก่าอย่าง “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ อีกครั้งในรอบหลายปี

กองหลัง : มาดูโร มอยเซ (แคเมอรูน)

แฟนบอล การท่าเรือ เอฟซี จดจำกองหลังชาวแคเมอรูนได้อย่างแน่นอน เพราะเขาคือปราการหลังคนสำคัญ ที่พาทัพ “สิงห์เจ้าท่า” คว้าแชมป์มูลนิธิไทยคม เอฟเอ คัพ 2009 และแชมป์โตโยต้า ลีก คัพ 2010 แข้งรายนี้มีสไตล์การเล่นดุดัน วิ่งไล่บี้คู่แข่งไม่ปล่อย หลังประสบความสำเร็จกับยอดทีมคลองเตย เขาย้ายไปค้าแข้งกับ สุพรรณบุรี เอฟซี และ ชัยนาท ฮอร์นบิล ก่อนตัดสินใจปิดฉากเส้นทางการค้าแข้งในเมืองไทยกับ ภูเก็ต เอฟซี ในเวลาต่อมา

กองหลัง : อเดบาโย กาเดโบ (ไนจีเรีย)

เขาคือนักเตะผิวสีคนแรกๆ ที่ย้ายมาเล่นในไทยลีก โดยพ่วงดีกรีอดีตแข้งเยาวชนทีมชาติไนจีเรีย อเดบาโยเซ็นสัญญากับสโมสรบีอีซี เทโรศาสน มหาอำนาจลูกหนังเมืองไทยในเวลานั้น เมื่อปี 1998 อเดบาโย เล่นได้แข็งแกร่งดุดัน เจ้าตัวจัดเป็นปราการหลังฝีเท้าเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งในลีก อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญพา “มังกรไฟ” คว้าแชมป์ไทยลีกในปี 2000 และ 2001 ก่อนจะย้ายไปค้าแข้งในลีกอินโดนีเซีย กับ PSPS Pekanbaru และกลับมาแขวนสตั๊ดกับ พนักงานยาสูบ ในปี 2004

หลังจากนั้นเขาหันไปรับงานโค้ช โดยปัจจุบันกลับมานั่งแทนกุนซือ สุพรรณบุรี เอฟซี เป็นคำรบที่สาม

กองหลัง : อีฟส์ เอควาลา (แคเมอรูน)

ปราการหลังชาวแคเมอรูน เริ่มต้นเส้นทางการค้าแข้งในไทยกับ บุรีรัมย์ พีอีเอ (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน) ด้วยความแข็งแกร่ง รูปร่างใหญ่ และเล่นได้ดุดัน ทำให้เขากลายเป็นกำลังสำคัญของทีมชุดคว้าแชมป์ไทยลีกในปี 2011 ก่อนจะย้ายไปเล่น ลี่ฟาน เอฟซี ทีมในไชนีส ลีกวัน ในปี 2013 แต่กลับแจ้งเกิดในตำแหน่งศูนย์หน้าแทน ขณะที่ก่อนหน้านี้ เขาเพิ่งย้ายไปค้าแข้งกับ CS Longueuil ในลีกแคนาดา

กองกลาง : แฟรงค์ อาเชียมปง (กานา)

ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือผลผลิตส่งออกจากเวทีไทยลีกที่ดีที่สุดคนหนึ่ง จากแข้งผิวสีร่างเล็กพัฒนาตัวเองสู่ปีกความเร็วสูง และมีความคล่องตัวที่พร้อมกระชากหลบคู่แข่งได้สบาย เขากลายเป็นกำลังสำคัญของ “ปราสาทสายฟ้า” ช่วยทีมคว้าแชมป์ไปถึง 5 รายการ ประกอบด้วย โตโยต้า ไทยลีก 1 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย และ โตโยต้า ลีก คัพ 2 สมัย ก่อนเป็นบันไดสู่การค้าแข้งในยุโรปกับ อันเดอร์เลชท์ ทีมดังในลีกสูงสุดของเบลเยียม ด้วยค่าตัวสถิติไทยลีกขณะนั้น 1 ล้านยูโร หรือ 39 ล้านบาท

ปัจจุบัน แฟรงค์ อาเชียมปง ค้าแข้งกับ เทียนจิน เทด้า ทีมในศึกไชนีส ซูเปอร์ลีก

กองกลาง : ดักโน เซียกา (ไอวอรี โคสต์)

อดีตยอดกองกลางชาวไอวอรี โคสต์ ย้ายมาสร้างตำนานของตัวเองกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตั้งแต่ยุคก่อตั้งสโมสร และคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกร่วมกับทีมทั้ง 3 สมัย เขาเป็นที่รักของแฟนบอล “กิเลนผยอง” ก่อนจะอำลาทีมไปค้าแข้งกับ เพื่อนตำรวจ ในเลกสองของฤดูกาล 2014 และช่วยต้นสังกัดใหม่คว้าตั๋วเลือนชึ้นกลับมาเล่นลีกสูงสุดได้สำเร็จ

หลังจากนั้นย้ายไปเล่นกับ ขอนแก่น ยูไนเต็ด ทีมดังโซนอีสานแห่งศึกยามาฮ่า ลีก ดิวิชั่น 1 ในฤดูกาล 2016 ทว่ากลับเจอมรสุมชีวิต เมื่อได้รับอาการบาดเจ็บหนักเล่นงานซ้ำซ้อน และแทบไม่ได้ลงสนามให้ “จงอางผยอง” ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ บางกอก เอฟซี และขยับมารับงานโค้ชในที่สุด ปัจจุบัน ดักโน เซียกา เป็นผู้ช่วยเฮดโค้ช เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี

กองกลาง : มุสซา ซิลลา (กินี)

ยอดแข้งชาวไนจีเรีย เซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรกในไทยกับสโมสรทหารบก ในปี 2006 ซิลลา โชว์ความแข็งแกร่ง วิ่งไล่ทำลายเกมคู่แข่ง จนช่วยทีมจบอันดับ 5 ซึ่งถือเป็นอันดับที่ดีสุดของสโมสรนับตั้งแต่เข้าร่วมไทยลีก พร้อมต่อยอดให้เขาคว้ารางวัลนักเตะต่างชาติยอดเยี่ยมในปีนั้นไปครอง

ด้วยฝีเท้าไม่ธรรมดา เขาถูก เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ดึงไปร่วมทัพในปี 2009 ก่อนมีส่วนพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกอย่างยิ่งใหญ่ ต่อมาในปี 2010 จึงย้ายไป บางกอกกล๊าส เอฟซี โดยจนถึงวันนี้ มุสซา ซิลลา ยังคงถูกแฟนบอลชาวไทยจดจำในฐานะผู้เล่นต่างชาติที่ดีที่สุดคนหนึ่ง ในยุคที่ไทยลีกยังไม่บูมเหมือนในปัจจุบัน

กองกลาง : ซูมาโฮโร ยาย่า (ไอวอรีโคสต์)

ครั้งหนึ่งเขาเคยถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งนักเตะต่างชาติที่ดีที่สุดคนหนึ่งของไทยลีก ในสมัยที่ปีกความเร็วสูงชาวไอวอรี่โคสต์ ย้ายมาเล่นกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อปี 2008 เขามีส่วนพา “กิเลนผยอง” ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด ก่อนพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกอย่างยิ่งใหญ่

ยาย่า มีสไตล์การเล่นที่คล่องแคล่ว รวดเร็ว อีกทั้งยังมีลูกเล่นแพรวพราวที่เรียกเสียงเฮให้แฟนบอลได้เสมอ และด้วยความเก่งกาจ ทำให้เขาสร้างความฮือฮาครั้งใหญ่ เมื่อถูก เคเอเอ เกนท์ ทีมดังเบลเยียม ทุ่มเงิน 20 ล้านบาท ดึงไปค้าแข้งในยุโรป โดยลงเล่นไปทั้งสิ้น 128 นัด ยิง 18 ประตู และ 21 แอสซิสต์ ก่อนจะย้ายกลับมาอยู่กับ “กิเลนผยอง” ในเลกสองของฤดูกาล 2016

อย่างไรก็ตามเขากลับมีอาการบาดเจ็บ และไม่ได้ลงสนามให้ เมืองทองฯ จนถูกถอดชื่อออกจากทีมในที่สุด ปิดฉากการหวนคืนรังเก่าที่ไม่สวยเท่าไหร่…

กองกลาง : จอห์น บาจโจ (มาดากัสการ์)

จากนักเตะร่างเล็กที่มีส่วนสูงเพียง 158 เซนติเมตร ทำให้หลายสโมสรที่ตระเวนไปทดสอบฝีเท้าปฏิเสธเซ็นสัญญา ก่อนจะเป็น สุโขทัย เอฟซี ที่เปิดโอกาสให้พิสูจน์ตัวเอง หลังดึงมาร่วมทีมในฤดูกาล 2015 ช่วงที่เล่นอยู่ในดิวิชั่น 1

ทันทีที่ย้ายมาร่วมทัพ “ค้างคาวไฟ” บาจโจ ฉายแววความเก่งออกมาอย่างรวดเร็ว แม้รูปร่างจะเล็ก แต่เปี่ยมไปด้วยความเร็ว แข็งแกร่ง ไปกับบอลได้ดี และมีทักษะอันน่าทึ่งจับทางยาก กระทั่งเป็นฟันเฟืองสำคัญพาทีมก้าวขึ้นมาเล่นลีกสูงสดได้เป็นหนแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ซึ่งนับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ บาจโจ ยังคงรักษาความเก่งต่อเนื่อง และกลายเป็นกัปตันทีม “ค้างคาวไฟ” ในปัจจุบัน

กองหน้า : แฟรงค์ โอฮันซา (แคเมอรูน)

ดาวยิงชาวแคเมอรูน ย้ายมาอยู่กับ บุรีรัมย์ พีอีเอ ในปี 2011 และทันทีที่ลงรับใช้ “ปราสาทสายฟ้า” เขาเริ่มเปลี่ยนเป็นเครื่องจักรสังหารประตูทันที โดยในฤดูกาลนั้นยิงไปทั้งสิ้น 19 ประตู คว้ารางวัลดาวซัลโวในปีนั้นไปครอง พร้อมช่วยต้นสังกัดซิวแชมป์ลีกมาครองได้สำเร็จ

ด้วยฟอร์มการเล่นอันร้อนแรง ทำให้ในปีถัดมา เขาถูก กรอยเธอร์ เฟือร์ธ ทีมในบุนเดสลีกกา 2 ของเยอรมนี คว้าตัวไปร่วมทัพ แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จมากนัก กระทั่งย้ายไปเล่นกับ ไฮจ์ดุ๊จ สปลิต ในลีกโครเอเชีย ก่อนในปี 2018 จะกลับมาเอเชียอีกครั้ง โดยค้าแข้งในไชนีส ลีก วัน กับ เซินเจิ้น เอฟซี จนถึงปัจจุบัน

กองหน้า : โคเน โมฮัมเหม็ด (ไอวอรีโคสต์)

เขาคือผู้เล่นต่างชาติระดับตำนานของไทยลีก ที่แฟนบอลไทยต่างคุ้นชื่อกันดี โคเน โมฮัมเหม็ด เริ่มต้นค้าแข้งในเมืองไทยกับ นครปฐม ยูไนเต็ด ก่อนย้ายไปคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีกสมัยแรกกับ ธนาคารกรุงไทย ในปี 2003-04 หลังจากนั้นย้ายมาโด่งดังกับ ชลบุรี เอฟซี โดยซัดไป 13 ประตู คว้าตำแหน่งรองดาวซัลโวปี 2009 ไปครองก่อนจะถูก เมืองทอง ยูไนเต็ด ดึงไปร่วมทีมในเวลาต่อมา

เขาเป็นผู้เล่นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูในฟุตบอลลีกไทยครบ 100 ประตู อย่างไรก็ตามชีพจรเริ่มลงเท้า เขาถูกปล่อยให้ ทีโอที เอสซี ยืมตัวใช้งาน หลังจากนั้นจึงย้ายไปทีมเก่าอย่าง นครปฐม ยูไนเต็ด และ เลย ซิตี้ ตามลำดับ ก่อนแขวนสตั๊ดกับ แพร่ ยูไนเต็ด ในปี 2016

ข้อมูล : ไทยลีก