ต้องบอกว่าสะเทือนไปทั้งบาง สำหรับบทสัมภาษณ์ของ "โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ ที่ออกมาแฉเรื่องภายในมุ้งของทีม การท่าเรือ เอฟซี และสาเหตุที่ตัวเองต้องถูกยกเลิกสัญญาไปแบบสายฟ้าแลบ

โค้ชโชค พูดไว้ชัดเจนว่า สาเหตุที่ตนต้องออกจากทีมมีอยู่ 2 เรื่อง นั่นคือ 1. สโมสรต้องลดงบประมาณในการทำทีม เนื่องจากเจอวิกฤติ โควิด-19 ในตอนนี้

และ 2. เรื่องที่เป็นประเด็นร้อนคือ โค้ชโชค ขัดใจ "มาดาม" ในการจัดตัวผู้เล่น

เรื่องแรกไม่ค่อยมีใครพูดถึงเท่าไหร่ เพราะหลายคนไม่เชื่อว่า นั่นคือสาเหตุที่แท้จริงที่ โค้ชโชค ต้องตกงาน

การท่าเรือ เอฟซี เป็นทีมที่มีเงินทุนค่อนข้างสูง นั่นเพราะมี "มาดามแป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ เป็นประธานสโมสร

และการปลดโค้ชแค่ 3 คน ที่มีเงินเดือนรวมกันล้านนิดๆ ก็ไม่น่าจะเป็นการลดดงบประมาณที่มากมายอะไร

ดังนั้นแฟนบอลจึงพุ่งประเด็นไปที่การขัดใจ "มาดามแป้ง" ของ โค้ชโชค มากกว่า

โค้ชโชค ย้ำหลายครั้งในบทสัมภาษณ์ ว่าตนเองไม่ได้มีปัญหากับนักฟุตบอลในทีม และตนเองก็มีความสุขดีกับทีมนี้

เพียงแค่ในบางครั้งอาจถูกแทรกแซงการทำงาน เรื่องการจัดตัวผู้เล่น ถึงขนาด โค้ชโชค ยอมรับเองเลยว่า ตนเองได้ไป "ขัดใจ" มาดามแป้ง ในเรื่องการจัดทีมบางนัด

"ไม่งั้นจะมีโค้ชไว้ทำไม" 

คำๆนี้ที่ โค้ชโชค พูดระบายความในใจ ซึ่งมันตอบทุกข้อสงสัยว่าภายในมุ้งของ การท่าเรือ เอฟซี มันเกิดอะไรขึ้น

ผมเข้าใจโค้ชโชคนะ ว่าคนเป็นโค้ช มันได้เห็นนักเตะซ้อมทุกวัน ได้รู้ว่าใครเล่นเป็นยังไง เหมาะกับเกมไหน และควรส่งใครลงสนาม

ดังนั้นการถูกผู้บริหารมาคอยชี้แนะหรือแนะนำเรื่องการจัดตัวผู้เล่น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าถึงขนาด "บังคับ" เลยหรือไม่ มันคงทำให้คนเป็นโค้ชอึดอัดใจน่าดู

แต่ผมก็อยากจะบอกว่า เรื่องพวกนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของวงการฟุตบอลไทย เพราะมันมีมานานแล้ว เรื่องที่ผู้บริหารอยากจะขอมีส่วนร่วมกับการคุมทีม

และผมก็เชื่อว่าในไทยลีก มีหลายสโมสรที่เป็นเช่นนั้น อย่างที่เห็นชัดๆก็คือ มีบางทีมที่ประธานสโมสร ได้เคยออกมมาพูดเองว่า ตนเองเป็นเฮดของเฮดโค้ช!!

ซึ่งผมก็เชื่อว่า โค้ชโชค ที่อยู่วงการฟุตบอลไทยมากว่า 20 ปี ก็น่าจะรู้ถึงเรื่องนี้ และก็น่าจะรู้สไตล์การทำทีมของ การท่าเรือ เอฟซี ว่าจะเป็นแบบไหน เพราะตัวของ "มาดามแป้ง" เอง ก็ลงไปนั่งดูแลทีมอยู่ที่ข้างสนามมาตลอด 6 ปีที่เข้ามาบริหารทีม เพราะท่านรักในสโมสรแห่งนี้ และอยากให้ทีมประสบความสำเร็จ

ดังนั้นการที่ โค้ชโชค ตอบรับข้อเสนอเข้ามาคุมทีม การท่าเรือ เอฟซี ตั้งแต่แรก ก็เท่ากับว่า ยอมรับในเงื่อนไขนี้ว่าอาจจะต้องมี "มาดามแป้ง" คอยร่วมตัดสินใจในการทำทีมด้วย

ฉะนั้นการที่ โค้ชโชค ออกมาแฉเบื้องลึกเบื้องหลังในการแยกทางกันครั้งนี้ มันจึงมีแฟนบอลที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย จนเกิดดราม่าถกเถียงกันใหญ่โต

ฝ่ายที่เห็นด้วย คงอยากเห็นคนเป็นโค้ชได้ทำงานอย่างอิสระเต็มที่

ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย ก็คงคิดว่า ไม่ควรเอาเรื่องภายในไปป่าวประกาศให้คนนอกรู้ และลูกจ้างไม่ควรออกมาแฉนายจ้าง เมื่อทุกอย่างมันถึงคราวต้องจบบลง

สำหรับผมคิดว่า "มาดามแป้ง" คือบุคคลที่รักในกีฬาฟุตบอลอย่างแท้จริง และท่านก็รักทีม การท่าเรือ เอฟซี อย่างยิ่ง

ทุกการตัดสินใจ ทุกเม็ดเงินกว่า 100 ล้านบาทที่ทุ่มลงไป คงไม่หวังอย่างอื่น นอกจากจะเห็น "สิงห์เจ้าท่า" ประสบความสำเร็จ

ฉะนั้นแฟนๆ การท่าเรือ เอฟซี ทุกคน ก็ควรจะก้าวเดินต่อไป ในเมื่อประธานสโมสรที่รักทีมเป็นอย่างยิ่ง ได้ตัดสินใจไปแล้ว ก็ต้องเชื่อมั่นในเส้นทางนั้น

การท่าเรือ เอฟซี ที่ไม่มี โค้ชโชค ผมเชื่อว่ายังจะพอไปต่อได้

แต่ การท่าเรือ เอฟซี ที่ไม่มี มาดามแป้ง ผมเชื่อว่าคงจะลำบากแน่นอน...