ตลอดระยะเวลา 12 ปี ของทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่โลดแล่นอยู่บนลีกสูงสุดของเมืองไทย นับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นไทยลีกเมื่อปี 2552 พวกเขาประสบความสำเร็จมากมาย

ทั้งแชมป์ไทยลีก 4 สมัย, รองแชมป์ไทยลีก 3 ครั้ง, แชมป์ถ้วย ก. 2 สมัย และ แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย

พวกเขามีนักเตะฝีเท้าดี หมุนเวียนมาร่วมทัพด้วยหลายคน และบางคนก็สร้างตำนานของตัวเองให้เป็นที่จดจำได้

วันนี้ผมจึงขอรวบรวม 11 นักเตะยอดเยี่ยมตลอดกาลของ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นับตั้งแต่ขึ้นมาผงาดในไทยลีกให้ได้ชมกัน

ผู้รักษาประตู / กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

"ตอง" กวินทร์ ลงเฝ้าเสาให้ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มานานนับ 10 ปี ตั้งแต่ปี 2551 ในสมัยที่ทีมยังอยู่ดิวิชั่น 1 โดยตอนนั้นเขาอายุเพียง 18 ปี และอยู่รับใช้ทีมจนถึงปี 2561 ก่อนจะย้ายไปสู่ทีม โอเอช ลูเวิน ในลีกเบลเยี่ยม

กวินทร์ อยู่ร่วมกับความสำเร็จแชมป์ไทยลีกทั้ง 4 ครั้งของทีม และสร้างตำนาน "กวินทร์บินได้" จนแฟนๆ "กิเลนผยอง" ต่างยกให้เขาเป็น ผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดตลอดกาลของสโมสร

แบ็คขวา / ปกาศิต แสนสุข

"กิ๊ฟ" ปกาศิต แสนสุข คือแบ็คขวาในยุคแรกๆของทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เขาย้ายจาก จุฬา ยูไนเต็ด มาร่วมทีม "กิเลนผยอง" ในปี 2552 และช่วยพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกได้ 2 สมัยแรก (2552-2553) รวมถึงแชมป์ถ้วย ก. อีก 1 สมัย ก่อนที่เขาจะย้ายออกไปร่วมทีม อาร์มี่ ในปี 2554

แบ็คซ้าย / ธีราทร บุญมาทัน

"อุุ้ม" ธีราทร บุญมาทัน แม้เขาจะอยู่ลงเล่นให้ทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เพียงแค่ 1 ปีครึ่ง แต่ก็สร้างความประทับใจ และกอบโกยความสำเร็จมาให้สโมสรได้มากโข

เขาย้ายทีมแบบช็อคโลกจาก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาร่วมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ในเลกที่ 2 ของปี 2559 ก่อนจะพาทัพ "กิเลนผยอง" คว้าดับเบิ้ลแชมป์ ทั้งแชมป์ไทยลีก และแชมป์ลีกคัพ ได้ในปีนั้น ก่อนที่ปีต่อมา 2560 เขาจะยังพาทีมคว้าแชมป์ถ้วย ก. และแชมป์ลีกคัพ ได้อีก 1 สมัย

ด้วยผลงานระดับมาสเตอร์พีช ทำให้ในปี 2561 เขาจึงถูก วิสเซล โกเบ จากเจลีก ยืมตัวไปเล่น ก่อนจะตอบแทนทีม เมืองทอง ด้วยเม็ดเงินมหาศาล เพราะถูกขายให้ โยโกฮาม่า เอฟ มารีนอส ในปัจจุบัน

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ / ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์

"โอ๊ต" ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ยอดกองหลังกัปตันทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เขาอยู่เล่นให้ทีมเป็นเวลา 3 ปีครึ่ง นับตั้งแต่ปี 2552-2555 และเป็นกำลังสำคัญพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกได้ 2 สมัย ในปี 2552-2553 และแชมป์ถ้วย ก. อีก 1 สมัย (2553) 

แต่น่าเสียดายที่ในเลกที่ 2 ของปี 2555 เขาถูกปล่อยไปให้ บีอีซี เทโรศาสน ด้วยค่าตัวที่เยอะมหาศาลในสมัยนั้นถึง 4 ล้านบาท จึงอดได้ชูถ้วยแชมป์ไทยลีก ครั้งที่ 3 ร่วมกับทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ / นาโออากิ อาโอยามะ

ยอดกองหลังชาวญี่ปุ่นรายนี้ ย้ายจาก เวนต์ฟอเรท โคฟุ ในญี่ปุ่น มาร่วมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อปี 2558 และอยู่รับใช้ทีมเมืองทองมานานถึง 4 ปี จนถึงปี 2561

เขามีทั้งความแข็งแกร่ง ดุดัน และมีความเป็นผู้นำสูงมาก จนได้รับปลอกแขนกัปตันทีมเมืองทองในท้ายที่สุด

นาโออากิ อาโอยามะ ช่วยพาทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีกเมื่อปี 2559 และคว้าแชมป์ลีกคัพได้ 2 สมัย คือ 2559 และ 2560

กองกลางตัวรับ / ดาโน่ เซียกา

กองกลางตัวรับชาวไอวอรีโคสต์รายนี้ ถือเป็นอีก 1 ตำนานของสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เขาย้ายร่วมทีม "กิเลนผยอง" ตั้งแต่ปี 2551 ในตอนที่ยังอยู่ดิวิชั่น 1 และอยู่รับใช้ทีมมานานถึง 7 ปี จนถึงปี 2557

ดาโน่ เซียกา พาทีมเมืองทองคว้าแชมป์ไทยลีกได้ 3 สมัย (2552, 2553, 2555) และแชมป์ถ้วย ก. 1 สมัย (2553) ก่อนที่สุดท้ายเขาจะย้ายไปร่วมทีม เพื่อนตำรวจ ในที่สุด

กองกลางตัวรับ / พิชิตพงษ์ เฉยฉิว

"แป๊ะ" พิชิตพงษ์ เฉยฉิว คือยอดกองกลางของเมืองไทย เขาย้ายจากทีมธนาคารกรุงไทย มาร่วมทัพ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งเป็นปีแรกที่ทีม "กิเลนผยอง" ได้ขึ้นมาเล่นไทยลีก และอยู่กับทีมนานถึง 5 ปี จนถึงปี 2556

พิชิตพงษ์ เฉยฉิว ร่วมคว้าแชมป์ไทยลีกกับทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ถึง 3 สมัย  (2552, 2553, 2555) และแชมป์ถ้วย ก. 1 สมัย (2553) ก่อนจะย้ายทีมไป สิงห์ เชียงรายฯ ในปี 2557

กองกลางตัวรุก / ดัสกร ทองเหลา

"โก้" ดัสกร ทองเหลา คือตำนานอีกคนของทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เขาย้ายจาก ฮอง อันห์ ยาลาย ในลีกเวียดนาม มาร่วมทีม "กิเลนผยอง" เมื่อปี 2553 และอยู่กับทีมนานถึง 9 ปี จนถึงปี 2561

ดัสกร ช่วยให้ทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ไทยลีกได้ถึง 3 สมัย (2553, 2555, 2559) แชมป์ถ้วย ก. 1 สมัย (2553) และแชมป์ลีกคัพ 1 สมัย (2559) ก่อนที่ 2 ปีสุดท้ายเขาจะถูกปล่อยยืมตัวไปให้ บีอีซี เทโรศาสน และ อุดรธานี เอฟซี ยืมตัวใช้งาน

ปีกขวา / ซูมาโฮโร่ ยาย่า

ซูมาโฮโร่ ยาย่า ปีกชาวไอวอรีโคสต์ ย้ายมาร่วมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พร้อมกับ ดาโญ่ เซียก้า ในปี 2551 ซึ่งตอนนั้น "กิเลนผยอง" ยังเล่นในระดับดิวิชั่น 1 และ ยาย่า ก็อยู่ค้าแข้งกับทีมนาน 3 ปี จนถึงปี 2553

ความเก่งกาจของ ยาย่า สมัยนั้น (อายุ 19 ปี) ไม่ต้องพูดถึง เพราะแทบไม่มีกองหลังไทยคนไหนหยุดเขาได้ ทำให้เขาพาทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ทั้ง ดิวิชั่น 1 (2551), แชมป์ไทยลีกอีก 2 สมัยมาครองได้ (2552, 2553) ก่อนที่เขาจะย้ายไปเล่นที่ยุโรปกับทีม Gent ในลีกเบลเยี่ยม ซึ่งจนถึงทุกวันนี้แฟนๆกิเลนผยอง ก็ยังไม่ลืมความเก่งของปีกรายนี้

ปีกซ้าย / มาริโอ ยูรอฟสกี้

ดาวเตะจอมเกรียนชาวมาซิโดเนียรายนี้ ย้ายมาร่วมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เมื่อปี 2555 และเพียงปีแรกเขาก็โชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม จนพาทีมคว้าแชมป์ไทยลีกในปีนั้นมาครองได้ทันที

มาริโอ ยูรอฟสกี้ อยู่เล่นกับทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด เป็นเวลา 4 ปีจนถึงปี 2558 ก่อนจะย้ายออกไปร่วมทีม ทรู แบงค็อกฯ และ บีจี ปทุมฯ จนเมื่อปีที่แล้ว มาริโอ ยูรอฟสกี้ ก็ได้มีโอกาสย้ายกลับมาร่วมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด อีกครั้ง ก่อนจะแขวนสตั๊ดในปีนี้ และอยู่เป็นโค้ชทีมเยาวชนของ "กิเลนผยอง" ในปัจจุบัน

กองหน้า / ธีรศิลป์ แดงดา

"มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตำนานดาวยิงของทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด นับเป็นผู้เล่นที่อยู่กับทีม "กิเลนผยอง" มายาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่ง "มุ้ย" มาร่วมทีมเมืองทองตั้งแต่ปี 2550 สมัยที่ทีมยังเล่นอยู่ในลีกดิวิชั่น 2 จนถึงเมื่อต้นปีนี้ 2563 ที่เขาได้ย้ายไปร่วมทีม ชิมิซุ เอส-พัลส์ ในเจลีก นับเวลารวมแล้ว "มุ้ย" อยู่รับใช้ทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มานานถึง 13 ปี และยิงประตูในไทยลีกไปแล้วกว่า 117 ลูก

ธีรศิลป์ แดงดา อยู่ร่วมคว้าแชมป์ไทยลีกกับ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มาครบ 4 ครั้ง (2552, 2553, 2555, 2559), แชมป์ถ้วย ก. 2 สมัย (2553, 2560) และ แชมป์ลีกคัพ 2 สมัย (2559, 2560) จนเขานับว่าเป็นสุดยอดตำนานของทีม

โค้ช / สลาวิซ่า โยคาโนวิช

"ย็อคก้า" สลาวิซ่า โยคาโนวิช คือโค้ชในตำนานของทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แม้เขาจะอยู่คุมทัพแค่ปีเดียวคือ 2555 แต่ก็สามารถพาทีม "กิเลนผยอง" คว้าแชมป์ไทยลีกไปได้แบบยิ่งใหญ่และไร้พ่าย ด้วยผลงาน แข่ง 34 นัด, ชนะ 25 นัด, เสมอ 9 นัด เก็บได้ถึง 84 คะแนน ก่อนที่ปีต่อมาเขาจะย้ายไปคุมทีม เลฟสกี้ โซเฟีย ในลีกบัลแกเรีย