ความยิ่งใหญ่ของ บางกอกกล๊าส กับการเริ่มต้นก่อตั้งสโมสร พร้อมกับคว้าทุกแชมป์ที่ลงแข่งขันในประเทศ ไล่ตั้งแต่ โปร ชาลเลนจ์, ไทยแลนด์ลีก รวมถึง ซูเปอร์ลีก

2 ซีซั่นแห่งความสำเร็จ บางกอกกล๊าส เริ่มต้นคว้าแชมป์โปร ชาลเลนจ์ ในปี 2014 ต่อด้วยการครองบัลลังก์ไทยแลนด์ลีก 2 สมัย ในฤดูกาล 2014-15, 2015-16 และ ซูเปอร์ลีก อีก 2 ครั้ง ในปี 2015, 2016

ขณะเดียวกัน สุพรีม ชลบุรี-อี.เทค เป็นอีกหนึ่งทีมที่มุ่งมั่นในการลุ้นแชมป์ไทยแลนด์ลีก ด้วยการเสริมตัวผู้เล่นคนดัง ทั้งในไทย และต่างชาติ เพื่อหวังต่อกรกับ บางกอกกล๊าส

ฤดูกาล 2016-17 เป็นอีกหนึ่งซีซั่น ที่ขับเคี่ยวลุ้นแชมป์กันอย่างสนุกไปจนถึงช่วงท้ายฤดูกาล บางกอกกล๊าส ที่เป็นแชมป์ไทยแลนด์ลีก มาแล้ว 2 สมัย นำทีมมาโดยผู้เล่นชุดชุดหลักไม่ว่าจะเป็น ปลื้มจิตร์ ถินขาว, พรพรรณ เกิดปราชญ์, เหงียน ธิ ง็อก ฮัว บอลเร็วทีมชาติเวียดนาม, จุุฑารัตน์ มูลตรีพิลา รวมถึง แอชลีย์ เฟรเซอร์ หัวเสาอเมริกา ที่เคยอยู่กับ สุพรีม มาก่อน และภายใต้การนำทีมของ "โค้ชโจ้" กิตติพงศ์ พรชาติยิ่งชีพ

ด้าน สุพรีม ที่ผิดหวังมาจากฤดูกาล 2015-16 เสริมตัวผู้เล่นอย่าง โสรยา พรมหล้า มือเซตทีมชาติไทย เข้ามาร่วมทีม และยังมีผู้เล่นทั้ง วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, อัจฉราพร คงยศ และ 2 ดาวตบต่างชาติอยาง ฟาตู ดิอุค ทีมชาติเซเนกัล กับ โคลอี มันน์ บอลเร็วอเมริกา ขณะที่เฮดโค้ช เป็น "โค้ชยะ" นาวาอากาศโท ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค

ทั้งสองทีมเริ่มต้นฤดูกาล ด้วยการเจอกันตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 เกมในบ้านของ สุพรีม ที่อาคารอเนกประสงค์ เทศบาลเมืองชลบุรี

ทว่าในช่วงต้นฤดูกาล สุพรีม เป็นฝ่ายที่ทำผลงานได้ดีกว่า เอาชนะไปได้ก่อนอย่างขาดลอย 3-0 เซต 26-24, 25-21, 25-19

และหลังจากนั้น ทั้งสองทีมต่างก็เดินหน้าทำผลงานของตัวเองได้ดีต่อเนื่อง ด้วยการชนะในทุกเกม ที่เจอกับคู่แข่งทีมอื่นๆ ในลีกด้วยกัน

กระทั่งถึงเกมในนัดที่ 12 ของฤดูกาล ทั้งคู่วนกลับมาเจอกันอีกครั้ง โดยที่ สุพรีม มีผลงานชนะ 11 แพ้ 0 เก็บได้ 32 คะแนน ฝั่ง บางกอกกล๊าส ชนะ 10 แพ้ 1 มี 30 คะแนน

ซึ่ง บางกอกกล๊าส มีทางเลือกเดียวคือต้องด้วยการเก็บ 3 แต้ม จึงจะเป็นฝ่ายชิงความได้เปรียบ และขึ้นนำเป็นจ่าฝูงได้ ส่วน สุพรีม เกมนี้แพ้ได้ แต่ทางที่ดี หากได้มา 2 เซต จะยังนำเป็นจ่าฝูงของลีกต่อไป

ในกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2017 เกมที่บีจี ฮอลล์ รังเหย้าของ บางกอกกล๊าส พวกเธอลงเล่นในสนามแห่งนี้มานับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสร และยังไม่เคยใครรวมแล้ว 19 นัดติดต่อกัน

บางกอกกล๊าส ของ "โค้ชโจ้" ส่งผู้เล่นนำทีมมาโดย ปลื้มจิตร์ ถินขาว, สุทัตตา เชื้อวู้หลิม, พรพรรณ เกิดปราชญ์, รัศมี สุพะมูล, แอชลีย์ เฟรเซอร์, เหงียน ธิ ง็อค ฮัว

ด้าน "โค้ชยะ" ของ สุพรีม ส่งผู้เล่นนำโดย วิลาวัณย์ อภิญญาพงศ์, โสรยา พรมหล้า, โคลอี มันน์, วัชรียา นวลแจ่ม, อัจฉราพร คงยศ, ฟาตู ดิอุค

เกมใน 2 เซตแรก ทั้งสองทีมสู้กันได้ และไม่มีใครยอมใคร แต่ทว่าเป็น สุพรีม ที่ดีกว่าในช่วงท้าย เอาชนะไปได้ 28-26, 25-22 สุพรีม ทำได้ตามเป้า คือขอ 2 เซต และแม้จะแพ้ในเกมนี้ พวกเธอก็จะยังนำเป็นที่ 1 ของตารางต่อไป

และ บางกอกกล๊าส ที่แม้จะแพ้ไปแล้ว 2 เกม ทว่าพวกเธอยังไม่หมดกำลังใจ ไล่ตามเอาชนะมาได้ใน 2 เซตถัดมา ที่คะแนน 25-23, 25-22 ตีเสมอ 2-2 เซต

แต่แล้วเกมในเซตห้า ยังคงเป็น สุพรีม ที่กลับมาคืนฟอร์มเก่ง เฉือนเอาชนะ 15-11 และจากชัยชนะในเกมดังกล่าว สุพรีม ทำสถิติชนะ 12 แพ้ 0 เก็บเพิ่มเป็น 34 คะแนน ฝั่ง บางกอกกล๊าส ชนะ 10 แพ้ 2 มี 31 คะแนน

ซึ่ง "โลมาสีชมพู" ต้องการชัยชนะอีกเพียงแค่ 1 เกม จาก 2 เกมสุดท้ายของฤดูกาล จะเป็นแชมป์ไทยแลนด์ลีก สมัยแรกทันที

กระทั่งเกมที่ 13 สุพรีม บุกไปเยือน คิง-กรุงเทพ ที่อาคารจันทรุเบกษา พวกเธอคว้าชัยชนะมาได้ 3-0 เซต และกลายเป็นแชมป์ไทยแลนด์ลีก ทีมใหม่ รวมถึงเป็นแชมป์สมัยแรกของสโมสร อีกทั้งยังทำสถิติไร้พ่าย ตลอดทั้งฤดูกาลได้อีกด้วย

และนี่คือเรื่องราวในอดีต กับหนึ่งฤดูกาลสุดมัน ของการแข่งขันไทยแลนด์ลีก