มหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ เป็นกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ ที่คนที่เป็นนักกีฬา ล้วนแล้วแต่ใฝ่ฝันอยากจะเข้าไปร่วมชิงชัยให้ได้สักครั้งในชีวิต

ซึ่งในปี 2020 เป็นการวนกลับมาถึงคราวที่จะต้องระเบิดไฟคบเพลิงเพื่อทำการชิงเหรียญทองกันอีกครั้ง ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

แต่เนื่องด้วยโรคระบาด ที่ลุกลามปานไฟไหม้ทุ่ง ได้กระจายไปทั่วทุกมุมโลก ทำให้ กีฬาแห่งมวลมนุษยชาติ จำเป็นจะต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปก่อน 1 ปี เพื่อความปลอดภัย และความสบายใจของทุกฝ่าย

ส่วนกีฬาวอลเลย์บอล ในโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้เป็นการแข่งขันครั้งที่ 15 ซึ่งทางองค์กรใหญ่ของวอลเลย์บอลคือ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้ทำการคัดเลือกทีมที่จะเข้าร่วมแข่งขันไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา

ซึ่งวอลเลย์บอลสาวไทย ยังคงต้องรอโอกาสในครั้งต่อไป ในการที่จะได้เข้าร่วมแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ รอบสุดท้าย หลังจากที่เราพลาดท่ามาในหนล่าสุด

ส่วนการแข่งขันในประเภททีมชายนั้น วอลเลย์บอลชายไทยเอง ในยุคหลัง ๆ เพียงแค่การได้เข้าไปแข่งขันในรอบคัดเลือก เป็นอะไรยากอยู่แล้ว

และใน 3 ครั้งหลัง นับตั้งแต่ปี 2012 เป็นต้นมา วอลเลย์บอลชายไทย ยังไม่ได้เข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์เลยสักครั้ง

ทว่าครั้งสุดท้าย ที่พวกเขามีโอกาสได้เข้าไปลุ้นตั๋วไปโอลิมปิกเกมส์ คือการแข่งขันที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อปี 2008

โอลิมปิกเกมส์ เวอร์ชั่นแดนมังกร ในกีฬาวอลเลย์บอล ประเภททีม ยังมีโควตาทีมที่จะได้แข่งขันในรอบสุดท้ายทั้งหมด 12 ทีม ประกอบไปด้วย เจ้าภาพ 1 ทีม, แชมป์โซนยุโรป 1 ทีม, แชมป์โซนอเมริกาใต้ 1 ทีม, แชมป์โซนแอฟริกา 1 ทีม, แชมป์โซนนอร์เซกา 1 ทีม, แชมป์รอบคัดเลือกระดับโลก 3 ทีม และทีมที่ดีที่สุดของเอเชีย 1 ทีม

ในปีดังกล่าว ทีมจากเอเชีย ถือว่าเป็นตัวแทนที่ได้เข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ มากที่สุดในรอบคัดเลือกระดับโลกก็ว่าได้

โซนเอเชีย เริ่มต้นคัดเลือกที่การแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2007 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดยคัดเอา 1 ทีม ไปแข่งขันในรอบคัดเลือกระดับโลกโซน 1 ที่ประเทศเยอรมนี (ทีมได้สิทธิ คือ ไต้หวัน) และ 1 ได้เข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกระดับโลกโซน 2 ที่ประเทศโปรตุเกส (ทีมได้สิทธิ อินโดนีเซีย)

รวมถึงอีก 4 ทีม ไปแข่งขันในรอบคัดเลือกระดับโลกโซน 3 ที่ประเทศญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, อิหร่าน และไทย

มิถุนายน 2008 การแข่งขันวอลเลย์บอลโอลิมปิกเกมส์ รอบคัดเลือกโซนระดับโลก โซน 3 แข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่น มีทีมแข่งขันทั้งหมด 8 ทีม ประกอบไปด้วย ออสเตรเลีย, ไทย, เกาหลีใต้, อาร์เจนตินา, แอลจีเรีย, อิหร่าน และ ญี่ปุ่น

ซึ่งในรอบนี้ จะแข่งขันแบบพบกันหมด ทีมแชมป์ในรอบนี้ และทีมเอเชีย ที่ผลงานดีที่สุด จะได้ผ่านไปเล่นในโอลิมปิกเกมส์ รอบสุดท้าย

ทีมชาติไทย ภายใต้การนำของ "โค้ชยุ่น" มนต์ชัย สุภจิรกุล หัวหน้าผู้ฝึกสอน และผู้เล่นดาวรุ่งของทีมในยุคนั้น นำทีมมาโดย จิรายุ รักษาแก้ว, มนตรี แหวนประดับ, วันชัย ทัพวิเศษ, อภิพงษ์ วิหคทอง, โชติวัฒน์ ติ้วสุวรรณ, ยุรนันท์ บัวแดง, กิตติคุณ ศรีอุทธวงศ์, ปิยะรัฐ ตุ้นทัพไทย (L), พิษณุ หารคำตัน, พงศกร นิมะวัลย์ (C), ธีรยุทธ (ภัทรพงศ์) ศรีพล และ สราญจิต เจริญสุข

ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ทีทีมชาติไทย ได้มีโอกาสพบกับคู่แข่งนอกเอเชีย หลังจากที่ได้แข่งขันในชิงแชมป์โลก เมื่อปี 1998 ถึงจะเป็นเพียงแค่การแข่งขันในรอบคัดเลือกก็ตาม

แน่นอนว่า คู่แข่งระดับโลก ย่อมเป็นงานที่ยากที่หนุ่มไทยจะต่อกร เพราะลำพังแค่ในเวทีเอเชีย อันดับที่ดีที่สุดของไทยคืออันดับ 5-6 อยู่แล้ว

เกมนัดแรก หนุ่มไทย เปิดตัวลงสนามพบกับ ออสเตรเลีย และเกมดังกล่าว เราแพ้ไป 0-3 เซต และตามด้วยการพ่าย แอลจีเรีย 0-3 เซต ในเกมที่สอง

เกมที่ 3 ทีมไทย เริ่มได้เซตจากคู่แข่ง เมื่อต้องเจอกับ อิหร่าน ที่เราเคยชนะเขามาแล้วในชิงแชมป์เอเชีย 2005 ทว่าสุดท้าย เราพ่าย อิหร่าน 1-3 เซต ก่อนที่จะพ่าย 0-3 เซต 3 เกมติด ต่อ ญี่ปุ่น, อาร์เจนตินา, และ อิตาลี

ส่วนเกมปิดท้าย เราเซต จาก เกาหลีใต้ ในการพ่ายไป 1-3 เซต รวมผลงาน 7 นัด หนุ่มไทยได้มา 2 เซต ส่วนทีมที่ได้ไปโอลิมปิกเกมส์ ประกอบไปด้วย อิตาลี และญี่ปุ่น

แต่อีกหนึ่งสิ่งที่น่ายินดี นั่นคือ วันชัย ทัพวิเศษ หัวเสาดาวรุ่งวัย 22 ปี เป็นผู้เล่นที่ทำแต้มสูงสุดของรายการเป็นอันดับที่ 2 ที่ 112 คะแนน เป็นรองเพียงแค่ ยามาโมโตะ ทากาฮิโระ หัวเสาทีมชาติญี่ปุ่น ที่ทำไป 130 คะแนน

และนี่คือ ครั้งล่าสุดของทีมชาติไทย ในฝ่ายชาย กับการลุ้นไปโอลิมปิกเกมส์ รอบสุดท้าย ซึ่งแม้จะเป็นโอกาสที่น้อยนิด ในการลุ้นเข้ารอบ แต่ในอนาคต เราก็หวังว่าจะมีอีกสักครั้ง กับการลุ้นไปเล่นแค่ในรอบคัดเลือกก็ยังดี