การแข่งขันไทยลีก 2020 ผ่านมาแล้ว 4 นัด แต่ตอนนี้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ได้มีมติสั่งให้เลื่อนการแข่งขันฟุตบอลในประเทศออกไปก่อนจากผลกระทบของไวรัสโควิด-19 โดยจะกลับมาเตะกันอีกครั้งหลังวันที่ 18 เมษายน 2563

เนื่องจากในช่วงนี้เป็นเวลาว่างของแฟนบอลหลายคนที่อาจจะต้องทำงานอยู่บ้านเช่นเดียวกันกับผมซึ่งเป็นผู้สื่อข่าวสายกีฬาที่ ณ เวลานี้ การแข่งขันกีฬาแทบจะทุกประเภททั่วโลกถูกสั่งเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนดเพื่อหนีเจ้าตัวเชื้อไวรัสโควิด-19

ทำให้วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปย้อนวันวานกลับไปดู 5 สโมสร ในยุคไทยลีกที่คว้าแชมป์ได้แบบเหนือความคาดหมาย หลังจากที่ สิงห์ เชียงราย ยููไนเต็ด หักปากกาเซียนเบียด บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ผูกขาดแชมป์มาตลอด 10 ปีหลังสุด ขึ้นมาผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรกของสโมสรเมื่อปีที่แล้ว จะมีทีมไหนบ้าง? ลองเลื่อนลงไปชมได้เลยครับ

สินธนา (ครั้งที่ 3)

ถ้าจะพูดถึงแชมป์ไทยลีกที่เหนือความคาดหมายฤดูกาลใดฤดูกาลหนึ่ง ก็ต้องยกให้กับการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของ “บ้านจัดสรร” สโมสรฟุตบอลสินธนา ในไทยลีก ครั้งที่ 3 (1998) เป็นฤดูกาลที่น่าจดจำมากที่สุดครั้งหนึ่ง เพราะเวลานั้นแทบไม่มีใครเชื่อว่า ทีมที่เต็มไปด้วยแข้งดาวรุ่งจะสามารถทำได้

ย้อนไปในไทยลีกครั้งที่ 2 สินธนา สร้างเรื่องเหนือความคาดหมายมาแล้วครั้งหนึ่ง ด้วยการก้าวไปจบในตำแหน่งรองแชมป์ พร้อมกับมีคะแนนเท่ากับทีมแชมป์อย่างทหารอากาศ แต่นั้นก็มีหลายเสียงบอกว่าพวกเขา “ฟลุ๊ค” ก่อนที่ สินธนา จะตอกกลับคำสบประมาทด้วยการคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ในครั้งที่ 3

ใครจะเชื่อว่าทีมที่เต็มไปด้วยนักเตะอายุยี่สิบต้นๆ ไม่ว่าจะเป็น เศกสรรค์ ปิตุรัตน์, ธนัญชัย บริบาล, นิเวศ ศิริวงศ์, กิตติศักดิ์ ระวังป่า, ธงชัย อัครพงษ์, ศัตรูพ่าย ศรีณรงค์, สันติ ไชยเผือก และ ชูศักดิ์ สุวรรณา ที่แทบจะยกมาจากชุดเยาวชนทั้งหมด จะสามารถเอาชนะแข้งรุ่นพี่จากทีมอื่นๆ พาทีมคว้าโทรฟี่แชมป์ลีกได้

โดยเฉพาะเกมนัดสุดท้าย สินธนา ต้องเจอกับ บีอีซี เทโรศาสน ทีมที่ได้ลุ้นแชมป์ปีดังกล่าวด้วย ซึ่งหากเทียบขุมกำลังกันแล้ว ทีมเจ้าของฉายา “หมู่บ้านจัดสรร” ดูเป็นรองอย่างเห็นได้ชัด และโจทย์ของพวกเขาก็คือการเอาชนะให้ได้สถานเดียวเพื่อตำแหน่งแชมป์

90 นาทีของเกมการแข่งขัน ยังเสมอ 0-0 ก่อนจะเป็น เศกสรรค์​ ปิตุรัตน์ ซัลโวประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ พาทีมคว้าแชมป์แบบพลิกความคาดหมายของวงการฟุตบอลไทยเวลานั้น และนั่นก็เป็นจุดสูงสุดของสโมสรฟุตบอลสินธนา ที่พวกเหล่านักเตะดาวรุ่งของทีมพาเหรดกันก้าวมาติดทำเนียบทีมชาติเกือบค่อนทีม

ธ.กรุงไทย (ครั้งที่ 7)

อีกหนึ่งแชมป์ไทยลีกที่เหนือความคาดหมายก็ต้องยกให้กับ ไทยลีก ครั้งที่ 7 ที่สโมสรฟุตบอลธนาคารกรุงไทย ก้าวสู่ตำแหน่งแชมป์ครั้งนั้น ด้วยการเอาชนะ บีอีซี เทโรฯ และ การท่าเรือฯ 2 ทีมเต็งในการแข่งขันฤดูกาลดังกล่าว โดยเฉพาะการดับฝัน “มังกรไฟ” คว้าแชมป์ไทยลีก 3 สมัยติดต่อกันได้สำเร็จ

ธ.กรุงไทย เข้าร่วมการแข่งขันไทยลีกตั้งแต่เริ่ม ก่อนที่จะตกชั้นในปีแรก ซึ่งพวกเขาก็ใช้เวลาเพียงแค่ 1 ปีในการกลับสู่ลีกสูงสุด แต่การกลับมาเล่นในไทยลีกพวกเขาก็ไม่ได้เป็นทีมใหญ่ลุ้นแชมป์แต่อย่างใด เรียกว่าเป็นทีมไม้ประดับของการแข่งขันก็ว่าได้

ไทยลีก ครั้งที่ 7 ธ.กรุงไทย มีการปรับทัพด้วยการเสริมผู้เล่นฝีเท้าดีเข้ามา แต่ก็ไม่ใช่แข้งระดับแถวหน้าของไทยลีก แต่การเอาจริงเอาจังขององค์กร ที่เทงบเข้ามาสนับสนุนทีมมากขึ้น ก็ทำให้พวกเขาก้าวไปสู่ตำแหน่งแชมป์ในปลายฤดูกาล ชนิดที่ไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะทำได้ แถมปีถัดไปพวกเขาก็สามารถป้องกันแชมป์ได้อีก 1 สมัย และยกระดับสโมสรมาเป็นทีมหัวแถวของฟุตบอลไทยลีก

พนักงานยาสูบ (ครั้งที่ 9)

นี่คือแชมป์ไทยลีกครั้งที่เหนือความคาดหมายที่สุดในประวัติศาสตร์​ สำหรับการผงาดคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของสโมสรพนักงานยาสูบ ในไทยลีก ครั้งที่ 9 ซึ่งก่อนเริ่มฤดูกาล น้อยคนนักที่กล้าพูดว่า พวกเขาจะได้แชมป์ไทยลีก

ย้อนกลับไป 3 ฤดูกาลก่อนหน้านั้น (ไทยลีกครั้งที่ 6, 7 และ 8) พนักงานยาสูบคือทีมในโซนท้ายตาราง ที่ดิ้นรนหนีการตกชั้นทุกปี โดยเฉพาะไทยลีก ครั้งที่ 8 พวกเขาเอาตัวรอดจากการเพลย์ออฟกับสโมสรตำรวจ จนได้อยู่บนลีกสูงสุดต่อแบบหืดขึ้นคอ

แม้จะเอาตัวรอดได้ แต่ก่อนเปิดฤดูกาล พวกเขาเสียนักเตะแกนหลักของทีมออกไปเกือบหมด หลงเหลือขุมกำลังใช้งานไม่กี่ราย ซึ่งก็มาจากสโมสรมีการปรับโครงสร้างใหม่ โดยเฉพาะการยกทีมงานสตาฟฟ์โค้ชแซมบ้า ที่นำโดย โชเซ่ อัลเวส บอร์จีส มาเป็นแม่ทัพ ที่นักเตะส่วนใหญ่ก็คือแข้งดาวรุ่งผสมกับนักเตะโนเนม ส่วนพวกที่มีชื่อเสียงหน่อย ก็จัดเป็นประเภทใกล้ปลดระวาง

สุดท้ายทัพ “สิงห์อมควัน” สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการก้าวไปเป็นแชมป์ไทยลีก ครั้งที่ 9 ได้สำเร็จ เอาชนะทีมเต็งอย่าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ โอสถสภาฯ ชนิดที่กลายเป็นเทพนิยายลูกหนังเมืองไทยในเวลานั้น

มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (ครั้งที่ 10)

ตำแหน่งแชมป์ไทยลีก ครั้งที่ 10 เซอร์ไพรส์ไม่ต่างจากฤดูกาลก่อน เมื่อสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ก้าวสู่ตำแหน่งแชมป์ไทยลีกปีนี้ ชนิดที่ไม่มีใครคาดคิด เป็นความจริงที่ว่าพวกเขาคือทีมพลังหนุ่มที่ไม่ใช่ใครจะเอาชนะง่ายๆ แต่ในมุมมองแฟนบอลไทย รวมไปถึงผู้สื่อข่าวฟุตบอลไทยยุคนั้น ยังมองว่า ม.กรุงเทพ ดีไม่พอที่จะก้าวไปลุ้นแชมป์กับบิ๊กเนมทีมอื่นๆ

ม.กรุงเทพ ภายใต้การคุมทัพของกุนซือมาดเข้ม สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ออกสตาร์ทเกมแรกด้วยการแพ้ ธ.กรุงเทพ 1-2 หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำผลงานมาเกาะในกลุ่มหัวตารางมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยก้าวไปอยู่ในตำแหน่งผู้นำของตาราง แม้ว่าจะเป็นทีมที่ได้ลุ้นแชมป์ แต่ก็ถูกมองข้ามว่าคงไปไม่ถึงฝัน เพราะเทียบขุมกำลังกับทีมในกลุ่มลุ้นแชมป์อย่าง พนักงานยาสูบ, บีอีซี เทโร และ โอสถสภาฯ พวกเขายังดูเป็นรอง

โดย 3 นัดสุดท้ายของฤดูกาล พวกเขารั้งอันดับที่ 3 มีคะแนนเท่ากับ บีอีซี เทโร และตามหลัง พนักงานยาสูบ แชมป์เก่า 1 คะแนน ซึ่งในเกมนัดที่ 20 บีอีซี เทโร และ พนักงานยาสูบ สะดุดทั้งคู่ และพวกเขาเอาชนะคู่แข่ง จนก้าวไปรั้งตำแหน่งจ่าฝูงครั้งแรก

2 เกมสุดท้ายหากเก็บ 6 คะแนน ก็จะคว้าแชมป์ทันที และ ม.กรุงเทพ ก็ทำได้ตามเป้า โดยเฉพาะเกมนัดสุดท้าย เปิดบ้านเอาชนะ พนักงานยาสูบ แชมป์เก่า 1-0 ได้ประตูชัยจาก สุริยา ดอมไธสง คว้าแชมป์ไปครอง พร้อมกับส่งนักเตะของทีมชุดนั้น แจ้งเกิดจนก้าวไปสู่ทำเนียบทีมชาติไทยหลายคน

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (ครั้งที่ 23)

ปิดท้ายกันที่ “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ทีมแชมป์ไทยลีกปีที่ผ่านมา ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่ก้าวสู่ตำแหน่งแชมป์แบบเหนือความคาดหมาย แม้ว่าพวกเขาจะก้าวมาเป็นทีมหัวแถวของวงการฟุตบอลไทยในปัจจุบัน แต่ย้อนกลับไปเมื่อตอนต้นฤดูกาล น้อยคนที่คิดว่าพวกเขาจะทำได้

การคว้าแชมป์ฟุตบอลช้าง เอฟเอคัพ 2 สมัยติด (2017, 2018) และแชมป์โตโยต้า ลีกคัพ 2018 พา "กว่างโซ้งมหาภัย" ก้าวมาเป็นบิ๊กเนมของวงการฟุตบอลไทยใน พ.ศ.นี้ แต่สำหรับการก้าวมาลุ้นแชมป์ลีก หลายคนยังมองว่าไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับพวกเขา โดยเฉพาะการไม่ได้เป็นทีมเจ้าบุญทุ่มเหมือน 2 ฤดูกาลก่อน

การต้องปล่อยนักเตะค่าเหนื่อยสูงออกไป เพื่อลดค่าใช้จ่าย ทำให้พวกเขาต้องปรับทัพกันพอสมควร แต่ยังดีที่พวกเขามีการบริหารระบบดาวรุ่งที่ดี ทำให้ทีมไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แถมการบริหารทรัพยากรนักเตะที่มีอยู่ของโค้ช ไอล์ตัน ดา ซิลวา ก็ทำได้อย่างชาญฉลาด จนทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา

ในเกมนัดสุดท้าย เชียงราย มีหน้าที่แค่ลงไปเล่นให้ดีที่สุด ในการออกไปเยือน สุพรรณบุรี เอฟซี ที่ต้องการคะแนนหนีตกชั้น เพราะโมเมนตั้มอยู่ทางฝั่ง บุรีรัมย์ โดยหวังเพียงแค่ว่า ผลการแข่งขันอีกสนาม ระหว่าง เชียงใหม่ เอฟซี ที่ตกชั้นไปแล้วเจอกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จะเป็นใจ

และทุกอย่างก็เป็นใจจริงๆ เชียงราย บุกไปชนะ สุพรรณบุรี เอฟซี ขาดลอย 5-2 ส่วน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่มีคะแนนนนำ กว่างโซ้ง 2 แต้มก่อนเกมนัดสุดท้าย ถูกเจ้าถิ่น เชียงใหม่ เอฟซี ตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 88 และจบเกมด้วยสกอร์นี้ 

58 คะแนน คือแต้มที่ เชียงราย และ บุรีรัมย์ ทำได้เท่ากัน เมื่อจบฤดูกาล 2019 แต่เมื่อเทียบผล เฮดทูเฮด ปรากฏว่า เชียงราย ดีกว่า เพราะชนะเกมเหย้า 4-0 เสมอเกมเยือน 0-0 ผงาดคว้าแชมป์ไทยลีก สมัยแรกของสโมสรไปครอง อย่างเหนือความคาดหมาย

ขอบคุณภาพ : สารานุกรมฟุตบอลไทย, ฟุตบอลสยาม

ข้อมูล : ไทยลีก